Thursday, February 7, 2013

บทความพิเศษว่าด้วยภัยพิบัติ

นี่คงเป็นหัวข้อที่เหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตรวมถึงผู้ที่ได้ยินได้ฟังและเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งโดยตั้งใจหรือโดยบังเอิญ ให้ความสนใจอย่างที่สุดในช่วงเวลานี้

ทุกๆคนอยากรู้ว่าจะอยู่ที่ไหนถึงจะปลอดภัย จะต้องออกจากพื้นที่เมื่อไหร่ถึงจะทันท่วงที

จริงๆแล้วสถานที่ๆปลอดภัยจากภัยพิบัตินั้นก็คือ ที่ๆว่างจากความเป็นตัวเรา ว่างจากความมีตัวเรา ครับ นี่คือเหตุว่าทำไมลูกศิษย์หลายคน พระหรือแม่ชีในวัดเองต่างก็มีท่าทีที่สงบเย็นสยบความพลุ่งพล่านของญาติโยมที่ร้อนรนพยายามหาทางเอาตัวรอดจากภัยพิบัติใหญ่ที่ได้ยินมา

ภัยพิบัติใหญ่ของหมู่สรรพสัตว์ทั้งหลายก็คือการหลงทางอยู่ในสังสารวัฏนี่แหละ มันถึงได้เกิดตายกันนับชาติไม่ถ้วน เรียกว่า เกิดก็เสียชาติเกิด ตายก็เสียชาติเกิด หากไม่พบสัจธรรมแท้ที่จะนำพาให้แจ้งในความเป็นจริงว่า ทุกอย่างมันนิพพานอยู่แล้ว และสิ่งที่เป็น สิ่งที่มี สิ่งที่ดำเนินไปในสังสารวัฏนั้นล้วนเป็นของเก๊ทั้งนั้น พระหรือแม่ชีหลายท่านถึงได้พูดว่า มันเกิดไม่จริง ตายไม่จริงหรอก หลงไปทั้งนั้น

ถึงแม้ว่าจะจริง แต่ตอบแบบนี้ไม่สาแก่ใจญาติโยมอีกเชื่อเถอะ!!!

ที่หลวงพ่อฯท่านบอกให้ไร้เอาไว้ ว่างเอาไว้ นั้นท่านมีเหตุผลครับ

เพราะภัยพิบัติที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้นั้นเกิดจากภัยธรรมชาติผนวกรวมกับกรรมของหมู่สรรพสัตว์ที่ตั้งเอากับโลกไว้มาก จึงเกิดเป็นวิกฤตของกรรมขึ้นในสังสารวัฏ

เรียกว่าถ้าดูที่มิเตอร์วัดอุณหภูมิของสังสารวัฏ ตอนนี้สังสารวัฏก็ร้อนจัดเกินพิกัดไปแล้วด้วยกรรมที่สรรพสัตว์ทำกับโลกและตนเอง ไม่เชื่อลองมองไปในสังคมมนุษย์ก็ได้ ตอนนี้ยิ่งกว่าสภาพคนกินเนื้อคนแล้วครับ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ มนุษย์ที่อยู่บนโลกนี้ยั้วะเยี้ยยิ่งกว่าตั๊กแตนลงไร่ข้าวโพดอีกครับ

ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว สังสารวัฏเสียสมดุลแล้ว อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ว่า เมื่อทุกอย่างเสียสมดุลแล้ว ระบบก็จะปรับตัวเองเข้าสู่สมดุลใหม่

ปรับยังไงล่ะครับ

ก็ปรับโดยใช้กลไกของธรรมชาติร่วมกับกรรมนี่แหละมา "ขจัด" หรือยุติการก่อกรรมของจิตญาณที่หลงโลก หลงยึดติดในสรรพสิ่ง สรรพธรรมทั้งหลายอันเป็นต้นเหตุของวิกฤตกรรมทั้งหลายในสังสารวัฏ และผู้ที่ยังไม่หยุดหลงโลก หลงธรรม หลงยึดในสิ่งต่างๆ ก็จะถูกหมายหัวรวมอยู่ในรายชื่อที่ระบบต้องกำจัดด้วย เพื่อเข้าสู่สมดุลใหม่ หรือยุคใหม่นั่นเอง

ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นการรวมกรรมของสรรพสัตว์ทั้งหมดมาให้ผลในทีเดียวผ่านทางภัยธรรมชาติ ตัดยอด ตัดตอน คัดแยกจัดระเบียบใหม่ไปเลย เพื่อให้สังสารวัฏเข้าสู่สมดุลใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

เรียกว่าหากยังไม่ว่าง ยังไม่ไร้ ยังว้าวุ่นใจ ยังมืดอยู่ ยังหลงอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ระบบก็จะตามไปจัดการ "สอย" ได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนจรวดนำวิถี เพื่อให้สังสารวัฏเข้าสู่สมดุลใหม่ในที่สุด นี่คือเหตุผลที่หลวงพ่อฯท่านให้ไร้เอาไว้ ว่างเอาไว้ครับ ไม่ยึด ไม่ห่วง ปลงเสียให้หมด แล้วมันก็จะจัดสรรให้รอดไปเอง(พ้นจากวิถีกรรมที่ให้ผลจากภัยพิบัติ) เพราะยุคต่อจากนี้ไปนั้นจะเป็นยุคที่ผู้คนสว่างไสวด้วยสัจธรรมกันมาก

แต่ปลงนี่ไม่ใช่ว่าจะให้นั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆนะครับ ก็เตรียมตัวรับสถานการณ์ได้ครับ ไม่ได้ห้ามอะไร แต่ก็เตรียมแบบไม่ตั้งเอา เตรียมเท่าที่จะเตรียมได้ ไม่ต้องวิตกกังวล ไม่ต้องประสาทแดกไปกับข้อมูลทั้งหลายที่รุมเร้าเข้ามา ดูผมสิยังมีเวลามาชิลๆ นั่งเขียนบทความ อัพเดตเว็บ ทำรูปเล่มบันทึกสัจธรรมส่งร้านถ่ายเอกสารอยู่เลย ในขณะที่คนอื่นขนของเข้าวัดหรือไปขอสร้างเรือนกับหลวงพ่อกันแล้ว (จริงๆแล้วสถานการณ์บังคับให้ต้องปลงครับ คือไม่มีเงิน ไม่มีรถ และไปไหนไม่ได้เพราะต้องเลี้ยงลูก กะว่าจะปิดท้ายขบวนไปวัดตามนโยบาย left no man behind ครับ นี่คือข้อดีของความไม่มี...ฮา)

ข่าวเรื่องภัยพิบัติที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมานั้นมีข้อดีอยู่ครับ

เพราะเราอ้อยอิ่ง อาลัยอาวรณ์กับสังสารวัฏมานานแล้ว ไม่ยอมปล่อยปลงมันเสียที พอมีข่าวขึ้นมาเท่านั้นแหละ เต้นกันเร่าๆ ดิ้นรนทุรนทุรายเอาตัวรอดเพราะทุกคนมีภาพของหนังเรื่อง 2012 อยู่ในหัว ผมก็ผสมโรงเป็นหน่วย special effect ส่งข้อมูลภัยพิบัติรอบโลกออกไปอย่างสนุกสนานตามประสาคนจินตนาการสูง กะว่าจะเขย่าขย่มให้หลุดจากการยึดติดกันให้หมด555

ในขณะที่บางคนก็สามารถปลงได้วางได้อย่างรวดเร็ว เร็วกว่าในสถานการณ์ปกติเสียอีก ซึ่งก็เป็นข้อดีของการประกาศเรื่องภัยพิบัติ คืองานนี้จะมีคนสว่างไสวจากการปลงทิ้งอีกมากมายครับ แล้วก็มีหลายคนอีกเช่นกันที่แค่ได้ยินเสียงกระแอมของหลวงพ่อก็หลอนแล้ว 555

เขียนเรื่องภัยพิบัติ ไหงออกมาฮากระจาย ก็อย่าไปทุกข์อะไรกับมันมากเลยครับ จารีบปายหนายมาอยู่เป็นเพื่อนกันก่อน เหอๆๆ

จะว่าไปแล้วใจความสำคัญที่หลวงพ่อฯท่านบอกผมก็คือ ผู้ที่มีอธิวาสนากับสัจธรรม เดี๋ยวความช่วยเหลือจะมาเอง จะรอดเอง รอดแต่ตัวนะของไม่เกี่ยว(ดังนั้นขนของบางส่วนไปวัดก่อนก็โอเคครับ แต่ก็ให้พองามนะ ไม่ต้องขนอ่างจากุดชี่หรือเตียงคิงไซส์ไปหรอก แล้วก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรที่วัดด้วย สงสารคนในวัดน่ะ)

พูดง่ายๆว่าถ้าสัจธรรมยังไม่เสร็จธุระกับเอ็ง เอ็งก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ(อันนี้เติมเอง)

จบดีกว่าครับ ขืนฮากว่านี้อาจจะเข้าข่ายปรามาสสัจธรรมเข้าจนได้

No comments:

Post a Comment