Sunday, February 10, 2013

รหัสนัยแห่งภัยพิบัติ

ภัยพิบัติบอกอะไรเรา?
ให้เร่งทำความดีหรือ?
ให้เพียรภาวนาหรือ?

ภัยพิบัติใหญ่ๆที่เกิดขึ้นกับมนุษย์นั้น เกิดขึ้นเพื่อให้มนุษย์ปลง อย่ายึดติด

สาเหตุของภัยพิบัติใหญ่ๆนั้นมาจากการที่มนุษย์สร้างกรรมกันมากเกินไป กอบโกยกันมากเกินไป ตั้งเอากันมากเกินไป ยึดติดกันมากเกินไป จนสังสารวัฏปั่นป่วนไปด้วยแรงกรรมที่สั่งสมหมักหมมมานาน

เมื่อแรงกรรมสั่งสมมากเกินไป กรรมทั้งหลายทั้งมวลไม่ได้รับการชำระอย่างเหมาะสม เพราะมนุษย์ทำกรรมไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตนเองสุขสบาย เพื่อให้ตนเองผลัดผ่อนไปจากอกุศลวิบากทั้งหลายที่ตามมาชำระ ดังนั้น แรงกรรมทั้งหลายที่สั่งสมในระบบแห่งโลกธาตุนั้นจึงเป็นอกุศลกรรมทั้งนั้น และด้วยกรรมเหล่านี้เอง จึงรวมตัวกันเป็นภัยพิบัติใหญ่ๆชำระกรรมกับจิตญาณทั้งหลายไปคราวละมากๆ

สิ่งที่ทำให้วิถีกรรมของมนุษย์เบี่ยงเบนไปจากที่ควรจะเป็นก็คือ ระบบกฏหมาย ซึ่งระบบกฏหมายนี้เองที่เป็นระบบกรรมซ้อนกรรม ระบบทุนนิยมที่ทำให้ผู้คนเอาเปรียบกันได้อย่างง่ายดายผ่านตลาดทุน

ในกาลก่อนๆที่ยังไม่มีกฏหมายเคร่งครัดนัก กรรมทั้งหลายจะระบายถ่ายเทชดใช้กันง่ายๆ เช่นกรรมจากการเคยฆ่าคนอื่นก็จะเปิดให้เจ้ากรรมนายเวรตามมาฆ่าได้โดยไม่ผิดกฏหมาย

การฆ่ากัน เบียดเบียนกันนั้น มันมีอยู่แล้วเป็นปกติตามลักษณะกรรมของแต่ละคน แต่เมื่อมีระบบกฏหมายมาปิดกั้นการชดใช้กรรมไม่ให้เกิดขึ้น และตัวระบบกฏหมายเองก็มีลักษณะเอากรรมไปแก้กรรม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันแก้กรรมกันไม่ได้ เพราะการบังคับใช้กฏหมายมันก็เป็นกรรมใหม่ที่ซ้อนลงไปในระบบกรรมเก่าอีกที ทำให้กรรมที่เกิดขึ้นกับคนในปัจจุบันมันซับซ้อนมาก

พูดง่ายๆว่ามนุษย์พยายามเอากรรมไปแก้กรรมนั่นแหละ จึงเกิดเป็นพลังงานกรรมส่วนเกินในระบบโลกธาตุ ทำให้การถ่ายเทพลังงานกรรมของเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายพลอดติดขัดไปด้วยกันทั้งหมด

ระบบทุนนิยมและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้าก็มีส่วนให้การก่อกรรมง่ายดายขึ้น ผ่านตลาดทุนอย่างตลาดหลักทรัพย์ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งกรรมที่กระทำผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นกรรมที่สลับซับซ้อน กระทบคนหมู่มาก แรงกรรมที่สั่งสมก็ยิ่งทวีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ที่ผ่านมาภัยพิบัติทั่วโลกเริ่มหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดจะทำให้ระบบกฏหมาย ระบบรัฐใช้การไม่ได้ จนรัฐล้มเหลวและควบคุมดูแลอะไรไม่ได้ ทำให้หมดข้อจำกัดในการใช้กรรม การชดใช้กรรมก็สามารถเกิดขึ้นได้โดยอิสระ เมื่อนั้นผู้ที่มีจิตใจมืดมิด ก็จะถูกเจ้ากรรมนายเวรของผู้คนทั้งหลายเข้าแทรก และกระทำกรรมเพื่อชดใช้จนหมดกรรมต่อกัน อย่างที่เราได้เริ่มเห็นกันแล้วคือ พวกฉวยโอกาสเอาเรือเข้าไปรับส่งคนในพื้นที่น้ำท่วมแล้วโขกค่าจ้างแพงๆ หรือหนีไปต่างจังหวัดแล้วเจอที่พักโขกราคาแพงๆ แบบนี้ก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้กันไป ถ้าระบบรัฐล้มเหลวเมื่อไหร่การฆ่าฟันกันจะเกิดขึ้นไปทั่ว คนที่ไม่มีกรรมตรงนี้ก็อาจจะได้รับเพียงเวทนาทางใจที่ได้พบเห็นเท่านั้น

โดยธรรมชาติของภัยพิบัตินั้น มันจะไปเปลี่ยนแปลงสภาวะต่างๆของโลก แต่โดยที่เรายึดติดในสิ่งต่างๆว่าเป็นเรา เป็นเขา ยึดติดในความสุขสบาย ยึดติดในทรัพย์สิน ยึดติดในความดี ยึดติดในความเป็นชีวิต ยึดติดในทิฏฐิ ยึดติดในปัญญา ยึดติดในธรรม หรือในทุกๆเรื่อง แม้กระทั่งที่อยู่อาศัยที่ได้รุกล้ำธรรมชาติมากเกินไปด้วย

เมื่อสิ่งต่างๆถูกภัยพิบัติทำให้เปลี่ยนแปลงไป คนที่ยึดในสภาพดั้งเดิมของมันก็จะเกิดทุกข์ขึ้น เพราะภัยพิบัติทำให้ยึดไม่ได้อย่างที่เคยชินมา จากที่เลือกได้ก็จะเลือกไม่ได้ จากที่รวยก็จะกลับจน คือไม่ว่าอะไรก็ตามที่เรายึด ภัยพิบัติจะทำลายสิ่งนั้นลงต่อหน้าต่อตาคุณซ้ำๆ ให้มันรู้ว่ายึดอะไรก็ยึดไม่ได้ ให้ทุกข์มันท่วมท้น จนกว่าคุณจะปลงใจได้ แต่ถ้าหากว่ายังคิดจะสู้ต่อ สู้ด้วยตัณหาเพื่อที่จะไปข้างหน้าต่อ ภัยพิบัติระลอกแล้วระลอกเล่าก็จะกระหน่ำซ้ำเติมจนกระทั่งคุณต้องยอมปลงจนหมดใจ หมดทิฏฐิมานะ หมดแรงตัณหาที่จะพุ่งไป ให้ได้รู้กันไปว่าที่สุดแล้วมันก็ยึดไม่ได้ ในกรณีที่ยึดมากๆไม่ยอมวาง ภัยพิบัติก็จะจัดการ “เก็บ” ไปเลย คือให้ตายลงเสียก่อน เพราะด้วยการที่มีกายหยาบ ทำให้ติดในทิฏฐิมานะของตนมากจิตใจก็มืดมาก คิดแต่จะเอาแต่ประโยชน์ท่าเดียว

หรือคนที่ยึดความดี เร่งเพียรทำความดี หวังจะรอดจากภัยพิบัติก็จะได้พบว่าความดีก็ยึดไม่ได้ เพราะเมื่อภัยพิบัติร้ายแรงถึงจุดหนึ่ง คนที่ยึดมั่นในความดีก็จะถูกทดสอบด้วยโจทย์หนักๆ ในสภานการณ์ที่ไม่มีใครช่วยใครได้เลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในใจของคนที่ติดดีมากๆจนกว่าจะยอมปลง หรือถ้ารับไม่ได้ก็บ้าไปเลยเสวยวิบากกันตรงนั้นเดี๋ยวนั้น

ไม่ต้องถามหรอกครับว่าทำยังไงถึงจะรอด ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใครจะรอดหรือไม่รอด เพราะไม่มีใครเลยที่ล่วงรู้จริงๆว่าเจ้ากรรมนายเวรของตนจะตามมาทวงให้ชำระกรรมกันในรอบนี้หรือไม่

ฉะนั้นทุกอย่างก็ให้ปลงจิตปลงใจ ไม่อะไรกับอะไร ขอขมากรรม ขออโหสิกรรม โดยน้อมเอามหาบารมีแห่งองค์พุทธะ มหาพุทธะ พระมหาโพธิสัตว์เป็นประธานในการขออโหสิกรรมทุกครั้ง ให้กรรมมันเบาบางและคลี่คลายลง แต่ก็ไม่ต้องทำเพื่อขอให้รอดนะครับ เพราะถ้าจะรอดอยู่ตรงไหนก็รอด ถ้าจะโดน “เก็บ” อยู่ตรงไหนก็โดนเก็บครับ

แล้วก็ไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลอะไร เพราะในโลกธาตุนี้ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่หนีหนี้กรรมพ้นได้จริงครับ

No comments:

Post a Comment