Tuesday, February 5, 2013

ความคับแคบแห่งเสรีภาพ

เคยเอะใจไหมครับ ทำไมโลกเรามีเสรีภาพมากถึงขนาดนี้แต่ความขัดแย้งในสังคมโลกยิ่งมากขึ้น แล้วก็ยิ่งทุกข์มากขึ้นกว่าเดิมอีก

ใครคิดว่าเสรีภาพส่วนบุคคลที่เราได้รับในวันนี้ทำให้เรามีอิสรภาพมากขึ้นบ้าง?

คงไม่มีใครเคยสังเกตแน่ๆว่า ยิ่งเรามีเสรีภาพส่วนบุคคลมากเท่าไหร่ โลก(ส่วนตัว)ของเราก็ยิ่งแคบลงมากเท่านั้น

เพราะยิ่งเราคิดว่าเรามีเสรีภาพในชีวิตเรามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งทำอะไรที่เราชอบ เราหลงไหล เรารักมากขึ้น บ่อยขึ้นตามความอยากเท่านั้น และเมื่อเราสามารถเป็น "ตัวของตัวเอง" ได้อย่างเต็มที่ ทุกๆเรื่องในโลกจึงถูกทำให้กลายเป็น "เรื่องของกู" ไปได้หมดเท่าที่ใจต้องการ และเมื่อทุกๆเรื่องเป็น "เรื่องของกู" ไปหมดแล้ว เวลาจะมองอะไรก็มองจากมุมของกู จะทำอะไรก็ทำแบบของกู...แต่เวลากูผิดกูก็จะไม่ยอมรับมัน(ฮา) มันก็เลยเกิดความคับแคบขึ้นในจิตในใจ เกิดแง่มุมขึ้นในจิตในใจ ตอกย้ำซ้ำๆ เกี่ยวพันเหนียวแน่นอยู่อย่างนั้น แล้วสะท้อนแง่มุมแห่งความคับแคบนั้นออกไปสู่โลกภายนอก เป็นแง่เป็นมุมแคบๆของกูที่เอาไปชนไปกระทบกระทั่งกับคนอื่น เกิดเป็นความขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งตามมา

อ้าวก็ในเมื่อ มึงยังมีสิทธิของมึงได้ กูก็มีได้บ้างเหมือนกันวะ...นี่แหละครับ โลกแคบของจริง ทาสของจริง ยิ่งเสรีมากยิ่งแคบมาก ยิ่งเป็นทาสกันมากขึ้น ก็เพราะมันจะเอาแต่มุมของตัวเอง มากคนก็ยิ่งมากความ คนละความสองความ ไม่ยอมไปไหน

เมื่อความคับแคบอันเป็นผลพวงของเสรีภาพมีมากขึ้น การเบียดเบียนเพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพส่วนบุคคล เสรีภาพในอะไรๆที่กูชอบก็ตามมาอีกไม่รู้จบ แล้วสังคมโลก สังสารวัฏนี้จะไม่วุ่นวายได้ยังไงเล่า ถ้าไม่เชื่อไปดูประเทศที่เป็นผู้นำเรื่องเสรีภาพอย่างอเมริกาสิ เบียดเบียนเขาไปทั่ว ตั้งแง่ตั้งมุมของตัวเอง จะเอามันเสียทุกสิ่งทุกอย่างในโลก เผลอๆก็เบียนเบียนกันเองในประเทศอีก

เสรีภาพทางโลกนั้นแปลเอาง่ายๆว่า จงเติบโตให้เต็มที่นะจ๊ะอนุสัยสันดานทั้งหลายเอ๋ย ไม่มีอะไรจะควบคุมเจ้าได้อีกแล้ว(ฮา)

เสรีภาพที่เรามีกันจนทะลักล้นทุกวันนี้นี่เองยิ่งเป็นอัตราเร่งที่จะทำให้เราติดบ่วงในกรรมอนุสัยมากยิ่งขึ้น เป็นทาสของอนุสัยตัวเองเหนียวแน่นยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่ได้เปฌรอิสระจริงอย่างที่เข้าใจกันนะครับ

เสรีภาพที่มีมากมายนี้แหละ ถ้าจะพิจารณากันดีๆ มันก็จะเห็นว่า เสรีภาพในการรับสารต่างๆในโลกกว้างยิ่งทำให้เราเป็นทาสมากยิ่งขึ้น อย่าคิดนะครับว่ามนุษย์มีเจตจำนงค์อิสระโดยสมบูรณ์แบบ ถามจริงๆว่าใครไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าจากโฆษณาบ้าง แทบไม่มีนะครับ นี่แหละคือราคาที่ต้องจ่ายไปสำหรับเสรีภาพ เสรีภาพจริงๆนั้นไม่มี เพราะที่สุดแล้วก็ต้องตกเป็นทาสของทิฏฐิมวลรวมที่คนบางกลุ่มจัดตั้งขึ้นมาเพื่อจูงเราให้หลงไปกับภาพลวงตาอันสวยหรูและถ้อยคำที่คัดสรรแล้วว่าจะทำให้เราเคลิบเคลิ้ม ปอกลอกเอาเงินในกระเป๋าเรา เห็นอย่างนี้แล้ว ยังแน่ใจในเสรีภาพที่คุณมีอีกหรือไม่ว่ามันคือเสรีภาพที่แท้จริง

การมีเสรีภาพที่แท้จริงนั้นก็คือการไม่ไหลไปตามทิฏฐิ ตามความเห็นความหมาย ตามอนุสัยสันดานของตน ไม่ต่อต้านไม่ขัดขืนอนุสัยของตน แต่ให้นอกเหนือมันไปทุกๆครั้งที่อนุสัยกำเริบ ก็ช่างมัน จะกี่ครั้งๆก็ปล่อยผ่าน อย่าใส่ใจ อย่าไปวนเวียนตอกย้ำ อย่าไปกลัวว่ามันจะกลับมาก มันมาได้เดี๋ยวมันก็ไปได้ แล้ววมันก็จะนอกเหนืออนุสัยสันดานที่เหนียวแน่น นอกเหนือตัวตนที่คอยเป็นเจ้านายบงการเราไปเอง

ก็ไอ้ที่เรามักจะทำอะไรตามรสนิยม ต้องได้อย่างนั้น ได้อย่างนี้อะไรนั่นแหละ มันก็โดนอนุสัยสันดานสนตะพายเอาทั้งนั้น พอไม่ได้ไม่มี ก็กระเสือกกระสนไปหามาประเคนมัน สนองความอยากของมัน ก็เลยเป็นทาสมันอยู่ตลอด อยากก็อยากเหนื่อยก็เหนื่อยแต่ไม่รู้จะแก้ยังไง ยังคิดว่าตัวเองเจ๋งอยู่ไหมเล่า!!!

จริงๆมันก็แค่อย่าหลงไหลไปตามเสรีภาพที่มีคนบอกว่าเรามี ไม่ต้องเฉลิมฉลองเสรีภาพส่วนบุคคลด้วยการปล่อยให้กิเลสอนุสัยงอกงามตามใจฉัน ถึงแม้ว่าเราจะมีมันอยู่ตรงหน้าตลอดเวลาก็เถอะ แต่หากเราหลงไปกับเสรีภาพนั้นๆ วันหนึ่งเราก็จะพบว่าตัวเองติดอยู่แต่ในมุมของตนเอง เป็นแง่มุมที่คับแคบไม่กว้างขวาง เป็นมุมที่ขังเราเอาไว้เป็นทาส แล้วเราก็จะขัดเคืองกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ขัดเคืองแม้กระทั่งกับตัวเราเองใจเราเอง และหมดเสรีภาพไปจริงๆแบบไม่รู้ตัว...เจ๋งไหมเล่าคุณพี่!!!

ทีนี้รู้หรือยังว่าระบบทาสน่ะมันยังไม่หมดไปจริงๆหรอกครับ มันแฝงตัวมาอย่างแนบเนียบกว่าเก่า เปลี่ยนรูปแบบเป็นระบบทาสทางใจแทน

ก็จะมีแต่สัจธรรมแท้เท่านั้นแหละ ที่จะล้างระบบทาสทางใจลงได้จริง จะไปมัวแต่สาละวนดูกายดูจิตอยู่มันก็ยังไม่พ้นความเป็นทาสเสียที จะเป็นอิสระทางใจง่ายนิดเดียว ก็แค่ "ไม่อยู่แล้ว" ตลอด มันก็พ้นจากความเป็นทาสแห่งตัวตนทันที ไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาอิสรภาพจากที่ไหนอีกต่อไป

No comments:

Post a Comment