Tuesday, February 19, 2013

นอกเหนืออิสระ

ถอดความไฟล์เสียง
“นอกเหนืออิสระ"
หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ  เขมรโต

ก็อย่าให้มันแช่..นั่งแช่..ยืนแช่อะไร  คำว่า..แช่..นี่เค้าเรียกว่า..มันหมดแรง  มันไม่มีพลังของความตื่น  ไม่ใช่ปล่อยนะ  ถ้าเรียกว่าปล่อยก็..ไม่ใช่การปล่อยอีก  เค้าเรียกว่ามัน..หมดพลังแห่งความตื่น  มันไม่มีความตื่น  มันจะเป็นสภาพของความเพลิน..เพลินในการ..รู้อ่อนอ่อน

มันไม่ใช่การปล่อยนะ..ปล่อยจิตให้เป็นอิสระ..ปล่อยจิตให้มีความเป็นไปเองน่ะ..ระวัง  ถ้าเข้าใจไม่ตรง..มันก็ผิด  ผิดเลย..เพี้ยนไปทันที  มันไม่ใช่เป็นการปล่อยอะไรซักอย่างหนึ่ง  เหมือนกับ..ปล่อยนก..ปล่อยปลา..ปล่อยอะไร  มันไม่ใช่แบบนั้นนะ

ฉะนั้นคำว่า..ปล่อย เนี่ยก็คือ..ไม่อะไรกับอะไร..นั่นเองลูก
ก็คือ  ไม่กำ..ไม่เกาะ..ไม่เกี่ยว..ไม่เหนี่ยว..ไม่รั้ง  ไม่จึ้ง..ไม่จ้อง..ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง
ไม่ใช่อิสระ..มันนอกเหนืออิสระ  มันคือการวาง คือ..ว่างลูก  คือ..ไม่ต้อง  คือ..ไม่ตั้ง  มันก็..ว่างเลย  ว่างจากการเป็น..การไป..การมา..การอยู่..มันว่างเลย  จากปฏิกิริยา..มันว่างเลย  จากการคล้อยตามหรือการ..ไหลตาม  แล้วมันก็ว่างเลย..จากการที่จะแช่อะไร..จมกับอะไร  ไม่ต้อง..เนี่ยมันก็..ว่างเอง ก็..วางเอง  ไม่ต้อง..เนี่ย ก็..วางเอง  มันไม่ใช่อะไร..ไหลตามอะไร  และไม่มีอะไรที่จะแช่กับอะไร

นอกเหนืออิสระ..เพราะอิสระ นี่คือยังมีอยู่..มีตัวตนเป็นผู้อิสระอยู่  แต่อันนี้มัน..ไม่ใช่  ถ้าตรงอิสระเนี่ย..เจ๊งเลย  สะเปะสะปะไปทั่วเลย  เละเละ..เละเทะไปทั่วเลย  เรียกว่านั่นแหละ เค้าเรียก..สะเปะสะปะ  ก็มาจาก..อิสระนั่นแหละ   ถ้าเข้าใจไม่ถูก นี่ก็เรียกว่า..หายนะทันที  ไม่ตรงต่อสัจจะ..หายนะทันที  มันจะกระโดดเข้าสู่อีกฟากหนึ่งของ..วิถีแห่งกรรมและวิบาก..วินิบาต ( การทำลาย,ความล่มจม ตรงกับอบายหรือทุคติ ) ทั้งหลายทั้งปวง  เนี่ยทำอะไรโดยอิสระ..เจ๊งเลย  ก็มีแต่กรรม กับวิถีของกรรมอย่างเดียว  กรรมแบบอิสระก็..กรรมไปทั่วเลย เป็นต้น  อันนี้มัน..นอกเหนือกรรม  คนละอย่างกันนะ  ถ้าเข้าใจไม่ถูก..มันก็ไม่ถูกทันที

ฉะนั้นคำว่า..ปล่อย เนี่ยมัน..ไม่ใช่ว่าปล่อยให้มันเป็นไปเอง..อย่างนั้นอย่างนี้..อะไร..ระวัง  มันจะหมายถึงที่..ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง  แล้วก็..วางอยู่เองแล้ว..ว่างอยู่เองแล้วลูก  นอกเหนือพฤติกรรม..ไม่มีการเคลื่อนไปเคลื่อนมา  เค้าเรียกว่า..นอกเหนือการไหลตาม  ไม่มีการเคลื่อนตาม..พฤติกรรมทางจิต  มันไม่ตามความรู้สึก  มันไม่ตามความคิด..ไม่ตามความนึก..ไม่ตามอารมณ์  มันไม่มีอะไรไปตามอะไร  อันนั้นแหละที่เรียกว่า..ไร้ตัวเอง  หรือเรียกว่า..นอกเหนือความเป็นตัวเอง  เรียกว่า..มันไม่เนื่องด้วย..ความเป็นตัวมันเอง  มันไม่เนื่องด้วย..ความเป็นตัวมันเอง..มันไม่เนื่องด้วย..ความ..เป็น หรือ..จะต้องเป็น

นี่แค่..ไม่ ..อยู่แล้วเนี่ย ก็..วางเอง..ว่างเอง  ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง อยู่แล้วนี่ก็..วางเอง..ว่างเอง  มันนอกเหนืออิสระ  จง..ตรงต่อเนื้อหาความเป็นจริงอย่างนี้  แล้วจะได้ไม่กล่าวกันแบบผิดเพี้ยน  ก็สรุปแล้วคือ..ไม่ต้องดำเนินจิตแบบไหน คือ..ไม่ต้องดำเนิน  นี้คำว่า ยังไปดำเนินจิตอยู่เนี่ย  เรียกว่ายังสร้าง..ตัวตนในจิตอยู่  มันยังเนื่องด้วยการอุปโลกน์ตัวตนในจิตอยู่ไง  ก็..ไม่ต้อง  มันก็..ว่างจากตัวตนในจิตเลย  เค้าเรียกว่า..ไม่มีตัวตนซ้อนจิต  จิต..มันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วเหมือนกัน  ก็..ว่าง..ต่อว่าง..อยู่เองแล้วไปด้วยกัน  ทั้งหมดทั้งสิ้น  อย่างนี้จึง..ค่อยตรง..ค่อยจบ  ถ้าแบบนี้ไม่ต้องให้ใครมารับรอง  เพราะจบจริง..จบโดยความคมชัด ก็จบจริง  ไม่ต้องมีผู้รับรอง

ไม่ต้องไปคอยดำเนินจิตแบบไหน  ลูกก็..ไม่มีตัวตนในจิต  ก็เรียบร้อยเลย  เค้าเรียกว่ามัน..ไม่ไหลตามกระแสทางจิต  ไม่มีตัวตนในจิต  แล้วก็..ไม่ต้องอย่างเดียว  ก็..วางเอง..ว่างเอง  ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง อย่างเดียว..วางเอง..ว่างเอง  จึงค่อยตรงต่อ..นิพพานอยู่แล้ว  ไม่ใช่เป็นความคิดว่า..นิพพาน คือเมืองอะไรซักอย่างหนึ่ง  หรือนิพพานอยู่ข้างหน้า หรือว่าเดี๋ยวจะนิพพาน..เป็นความรู้สึกที่จะหลอกตัวเอง

ดังนั้นอย่าเลื่อนลอยตามพฤติกรรม  อย่าเลื่อนลอยตามความรู้สึก  อย่าเลื่อนลอยตามความนึก..ความคิด  เพราะสิ่งนั้นน่ะหมายถึง..กรรม..กรรมทางจิต  และก็อย่าละเมอเพ้อพกด้วยวาจาที่เลื่อนลอย..และ..ไร้สาระ  เหนือ..ออก..จรด..ใต้..คุยได้ทั้งวี่ทั้งวัน  อะไรอะไรก็อยากคุย  ก็คุยตามความอยากคุย  นั่นเค้าเรียกว่า..ไหลตาม  ไหลตาม..กรรมทางวาจา..กรรมทางคำพูด  เค้าเรียกว่า..ตัณหาในการพูดนั่นเอง

ฉะนั้นให้นอกเหนือการแสดงออก  มันไม่ใช่ตรงที่..ตัวเองในพฤติกรรม  หรือตัวเองในอะไรซักอย่างหนึ่ง  ตัวเองในกาย หรือว่า..ตัวเองในจิต  เราก็สรุปที่จิตเลย คือ..ไม่ต้องไปดำเนินจิตแบบไหน  ก็คือ..ไม่มีตัวตนในจิตทันที  เค้าเรียกว่า..ไม่มีอุปาทานในจิต..นั่นเอง  มันก็..ไม่มีอุปาทานทางกาย..ไปด้วยเช่นเดียวกัน  ทีเดียวก็จบหมด คือ..ไม่ต้องคล้อยตามจิตแบบไหนทั้งนั้น  เค้าเรียกว่า..ไม่มีตัวตนในจิต

นอกเหนือความเป็นตัวมันเอง  มันไม่เนื่องด้วย..ความเป็นตัวมันเองที่อุปโลกน์ขึ้น  เพราะคำว่า..ตัวมันเอง..จริงๆมัน..ไม่มีหรอก  มันมีแต่การอุปโลกน์ความรู้สึกขึ้น..ความนึก..ความคิดขึ้น  อุปโลกน์อุปาทานขึ้น  อุปโลกน์..ตัวคอยจะ..คอยจ้อง..คอยต้อง..คอยตั้ง..ขึ้น  นั่นเค้าเรียก..อุปโลกน์กรรมขึ้น  โดยความเป็นตัวมันเอง  แต่มันไม่มี..ตัวมันเอง..จริงๆมัน..ไม่มี  เค้าเรียกว่า..อนัตตาอยู่แล้ว..อนัตตาอยู่แล้ว..อนัตตาอยู่แล้ว  มันไม่มีความเป็น..ตัวมันเอง..ที่แท้จริง..อยู่แล้ว..มันไม่มีอยู่แล้ว..มันไม่มีอยู่แล้ว  มันมีแต่ตัณหาดิ้นรนไป  ที่คล้อยตามความรู้สึกนึกคิด..อารมณ์เนี่ย  มันเป็นภาวะของตัณหา

ส่งเสริมด้วยอะไร..ตัณหา นี่ก็..ส่งเสริมด้วยการเข้าไป..เจริญมัน  ยิ่งไปคอยเจริญมัน  ก็เหมือนกับยิ่งเพิ่มเชื้อไปเรื่อยๆ  ไปคอย..ไปคอย..ตามจิต..อย่างนั้นอย่างนี้  ตามอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้  มันเป็นการเพิ่มเชื้อไปเรื่อยๆน่ะ คือการคอยเข้าไป..เจริญมัน  อันนั้นแหละมันก็เลยเป็นปัจจยการ..ส่งเสริมตัณหา..ไปเรื่อยๆ  เลื่อนลอยไปเรื่อยๆ..กวัดแกว่งเคว้งคว้างไปเรื่อยๆ  ไม่มีสภาพที่จะมั่นคง..มันจะไม่มี  เพราะว่าความมั่นคงที่แท้จริง..มันไม่มี  มันไม่มีหรอก  นอกเสียจากว่า..ว่างอยู่แล้ว  ไม่มีอะไรต้องหวั่นไหวกับอะไร  ไม่มีอะไรต้องมั่นคงกับอะไร  ว่างอยู่แล้ว..ว่างอยู่แล้ว  ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง อยู่แล้วเท่านั้น  แต่จะให้มั่นคงจริงๆนี่..มันไม่มีหรอก  นอกจาก..ว่างอยู่แล้ว เท่านั้น

ไอ้ที่..ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง..อยู่แล้วนั่นแหละ  ว่างอยู่แล้วนั่นแหละ  มันไม่มีอะไรต้องกวัดแกว่งตามอะไร  ไม่มีเหตุอะไรต้องมั่นคงกับอะไร  ไม่มีอะไรต้องยึดให้มั่นกับอะไร..มันไม่มี  จึงเรียกว่า..นิพพานอยู่แล้ว..นิพพานอยู่แล้ว

ฉะนั้นมันจะ..หมดตัวตนในจิตได้ก็ต่อเมื่อ..เลิกอ่ะ..เลิก  จบกิจ..จบกิจ..เลิกดำเนินจิต  ไม่ตามสภาวะจิต..ไม่ตามกระแสจิต..ไม่ตามลักษณะทางจิต  เลิกอ่ะ..เลิกอ่ะ..จึงค่อยหมดตัวตนทางจิต  แล้วไอ้เรื่องคำว่า..ยาก..คำว่า..ง่าย..อะไรต่างๆนี่  มันจะหายไปเองทั้งหมด..ไม่มีเลย  ยาก..ก็ไม่มี  ง่าย..ก็ไม่มี  มันจะหายไปเองทั้งหมด  ฉะนั้น..ยากกับใจตัวเองบ้าง..หรือ ยากกับสังขารตัวเองบ้างเนี่ย  จะหมดไปเลย..จะไม่มีเลยคำว่า..ยาก หรือคำว่า..ง่ายกับตัวเอง  อะไรแบบนั้นแบบนี้..ไม่มี  จะหายไปเองทั้งหมด

ไม่ว่าจะ..ภูมิไหน..ชั้นไหน..เหมือนกันหมดนะ  ติด..ตัวดำเนิน..เหมือนกันหมด  ไอ้ที่ไปไหลตาม..ที่ไปคล้อยตาม  เพราะว่าทำอันนี้แหละ..เข้าไปดำเนินจิตนี่แหละ
ไปคอยดำเนินรู้..ไปคอยดำเนินเห็น..ไปคอยดำเนินความนึก..ความคิด..ไปคอยเจริญมันนั่นแหละ
ไปคอยเจริญรู้..ไปคอยเจริญเห็น..ไปคอยเจริญความนึก..ความคิด..ไปคอยเจริญตัวดำริ
ลักษณะที่เข้าไปคอยเจริญนั่นแหละ  มันเป็นลักษณะของอุปาทานที่มัน..พร้อม..พร้อมที่มันจะแช่ได้ตลอดเวลา  พร้อมที่มันจะแช่กับอะไรได้ทุกเวลา  ฉะนั้นการที่มันแช่กับอะไรซักอย่างหนึ่ง  จงรับรู้ไว้เลยว่า  นั่นแหละคือการที่มันเพาะเผ่าพันธุ์ของมันขึ้นมา..เผ่าพันธุ์ของสัมผัส..เผ่าพันธุ์ของผัสสะ  เค้าเรียกว่ามันเป็นการเพาะเชื้อ..เพาะเหตุ..แห่งการกระทบกระเทือน  ถ้ามันแช่อะไรนานๆเนี่ย เวลามันกระทบ..มันจะกระเทือนมาก  จงเข้าใจเอาไว้เลย  มันแช่อะไรก็ตามที  จะรู้..ไม่รู้ก็ตามที  ถ้ามันแช่..รู้ไว้เลยว่า  มันกำลังเพาะเชื้อแห่ง..การกระทบกระเทือน  เวลากระทบ..มันจะกระเทือนมาก

มันก็ไปจากการที่เริ่มไป..เจริญรู้อ่อนๆ..เจริญเห็นอ่อนๆ..คอยรู้อ่อนๆ..คอยเห็นอ่อนๆ.........คอย  นั่นแหละเค้าเรียกว่า..ไปดำเนิน..ไปเจริญมัน  อันนี้ท่านให้..จบกิจ คือ..ไม่ไปทำแบบไหนทั้งนั้น..จิต..ไม่ต้อง  จบโดยที่..ไม่ต้อง..นั้นแหละตลอด  ไม่ใช่จบ..โดยอะไร  ก็โดยที่..ไม่ต้อง อยู่แล้วนั่นแหละตลอด คือ..จบตลอดเท่านั้น  แล้วมันก็..เลิกตามไปเอง..เลิกตามรู้สึก..เลิกตามอารมณ์..เลิกตามความคิด..ความเห็น  เลิกตามการรู้..เลิกตามอะไร..ดำริอะไร  เลิก..มันเลิกตามไปหมด  จบโดยที่..ไม่ต้อง อยู่แล้วนั่นแหละตลอด

ไม่ต้องตามจิต..ไม่ต้องไปคอยเจริญ..ไม่ต้องไปคอยดำเนินมันแบบไหน..ไม่ต้อง ทั้งหมด  จบโดย..ไม่ต้อง..นั่นแหละลูก  อย่างอื่น..ไม่จบ  แล้วนั่นแหละจึงเรียกว่า..ไม่มีตัวตนในจิตน่ะ  แล้วหายหมดเลย  คำว่า..ยาก กับ..ง่าย เนี่ยหมดเลย  ทนยาก..ทนง่าย อะไร  ยาก..ไอ้ยาก..ยาก..ยาก..ยาก..ยาก อะไรหมดเลย  ง่ายก็หมด..ไม่มี..หายไปเลย
ว่างอยู่แล้ว..ว่างอยู่แล้ว..วางอยู่แล้ว..วางอยู่แล้ว..ว่างอยู่แล้ว..ว่างอยู่แล้ว

ยิ่งแช่รู้ก็..ยิ่งเป็น  ยิ่งแช่เห็นก็..ยิ่งเป็น
ยิ่งเฉิ่มก็..ยิ่งเป็น  ยิ่งเฉื่อยก็..ยิ่งเป็น
มันยิ่งเป็นเชื้อ..ยิ่งเป็นเหตุของ..ความกระเพื่อมทางจิต..กระทบกระเทือน..กระทบกระเทือน
ฉะนั้นทุกคนก็คือ..ไม่เนื่องด้วยตัวมันเอง น่ะแหละ  ไม่เนื่องด้วยตัวมันเองในสิ่งไหน  ไม่เนื่องด้วยตัวมันเองในจิต  ไม่เนื่องด้วยตัวมันเองในกาย  ไม่เนื่องด้วยตัวมันเอง..ในการจะต้องอะไร คือ..ไม่เนื่องด้วยตัวมันเอง  ไม่ใช่ตัวเอง  ไปคอย..ไปคอย  ไม่ใช่ตัวเอง..ไปคอยดำเนินมัน..ไม่ใช่ตัวเอง  อันนี้..ไม่มีตัวเองในจิต  ไม่มีตัวเอง..ในรูปธาตุ..นามธาตุ  ไม่มีตัวเอง..ในกาย  ไม่มีตัวเอง..ในอารมณ์  ไม่มีตัวเอง..ในความรู้สึกนึกคิด  ไม่มีตัวเอง..ในอะไร

ก็ที่..ไม่ต้อง อยู่แล้วนั่นแหละ  มันไม่เป็นตัวมันเอง..มันไร้ตัวมันเอง  เค้าเรียกว่า..มันว่างจากความเป็นตัวมันเอง  ทีนี้เวลาที่มันนั่ง..แช่รู้เนี่ย  ก็เตือนเดะ..คือไม่ต้องตามอะไร  ไม่ต้องตามความรู้สึก..ไม่ต้องตามรู้..ไม่ต้องตามสภาวะจิตแบบไหน คือ..ไม่ต้องไปตาม..ก็เตือน  ไม่ต้องไปเจริญมัน..ไม่ต้องตามมัน..ไม่ต้องไปคอยอะไรกับมัน..ก็เตือนเดะ  มันจะได้ไม่แช่นาน..ก็เตือนเดะ  โดยที่..ไม่ต้อง..อยู่แล้ว  ไม่ต้อง..อยู่แล้ว..ก็เตือนดิ  ถ้ามันจะแช่ความรู้สึกนาน  ลูกก็เตือนเอาสิ ก็..ไม่ต้องอ่ะ..ไม่ต้องไปตามความรู้สึก  ไม่ต้องไปเจริญตัวไหน  ไม่ต้องไปทำมันแบบไหนอย่างไร  ก็คือ..ไม่ต้อง..ก็เตือนไปดิ  แค่นั้นแหละ..มันก็ออกแล้ว  มันก็นอกเหนือแล้ว..มันก็ไม่เนื่องแล้ว..มันก็สละแล้ว

อันนี้นอกเหนือ..นอกเหนืออิสระ..สละ  ไม่ใช่อิสระ..สละ..ไม่ใช่อิสระ  อิสระมันคือการเคลื่อนไป..มันคือการดำเนินไป  แล้วมันคือการเป็นไป  แต่คำว่า..สละเนี่ย  มันนอกเหนือ..การเคลื่อนไป  นอกเหนือความเป็นไป  นอกเหนือการคอยอยู่..มันนอกเหนือ  มันไม่เนื่องด้วยลักษณะอย่างนั้น  ไอ้อิสรภาพ..ไม่ต้องไปหาหรอก  เพราะทุกวันนี้ก็ทำแบบ..อิสระอยู่แล้วนี่  หรือใครไม่อิสระ..ไม่มีนะ  นั่งอิสระ..นอนอิสระ..ยืน..เดินอิสระ..กันอยู่แล้ว  ก็แบบ..มันก็แบบอิสระ  แบบตัวตนในความอิสระ..ไม่ใช่นะ เพียงแต่ว่าถ้ามันเครียดมากหน่อย  มันทุกข์มากหน่อย  ก็ตรงที่เราไปฟิคซ์ ( fix ) มันนั่นแหละ มัน..ไปฟิคซ์มันนั่นแหละ  มันก็จะมากหน่อย

และคำว่า..อิสระ เนี่ยมันคือสภาพที่..สะเปะสะปะ..ลูก  คือมันยังเป็นการเคลื่อนไปอยู่  มันยังเป็นการคล้อยตามอยู่  ยังเป็นการไหลตามอยู่  ยังเป็นการเนื่องด้วยอะไรอยู่  อะไรเนื่องด้วยอะไร  ลักษณะสิ่งหนึ่งเนื่องด้วยสิ่งหนึ่งอยู่..มันยังเป็นการคอยเนื่องด้วยอยู่  อันนี้เค้าเรียกว่า..เป็นวิถีกรรมแบบเลื่อนลอย  เป็นวิถีกรรมแบบสะเปะสะปะ  ใช้คำพูดไม่ถูก..ก็เป็นกรรมลูก  สื่อไม่ตรง..สอนไม่ตรง..บอกไม่ตรง  เค้าก็เข้าใจกันแบบไม่ตรง  เนี่ย..เจ๊งไปด้วยกัน

เอ้า..เห็นนก  นกดีน้อ  บินไปไหนก็ได้..อิสระดี  ไปถามนกสิว่าดีมั้ย..มันเกิดเป็นนกน่ะ  เพียงแค่เราอนุมานเอาเฉยๆว่า..มันดีเนาะ  แต่ไปถามมันดูดิ..ว่ามันดีมั้ย  มันก็ทุกข์..ทุกวันของมัน  ต้องหาอยู่..หากิน  ต้องบินไป..ต้องบินมา  นอนตรงนี้..นอนตรงนั้น  อยู่กับความวกวน..อยู่กับความวนเวียน  ทางความรู้สึกนึกคิดอารมณ์  เหมือนกันหมดกับมนุษย์ทั้งหลาย  และตระกูลของอมนุษย์ทั้งหลาย  นั่นแหละ คือโดยความเป็นจริงของมัน  แต่เราเนี่ย..อนุมานเอาเอง  เออ..ดีเนาะ  เผอิญว่าตอนนั้นตัวเองมันรู้สึกว่าแย่..รู้สึกว่าแย่  ก็เลยอย่างนั้นดีเนาะ  ลูกก็ถามมันดูสิ..ว่าดีมั้ย  มันก็เหมือนเหมือนกันหมด..มนุษย์..อมนุษย์  วนเวียนเหมือนกันหมด

ฉะนั้นในเวลานี้..เราไม่ต้องไปเสาะแสวงเลย  ที่อะไรมันจะดีไปกว่าอะไร..ไม่ต้อง หรอก
มันจบโดยที่..ไม่ต้องนั่นแหละลูก  เค้าเรียกว่า..ไร้ตัว..ไร้ตน..ในทุกสิ่งทุกอย่าง
ไร้ตัว..ไร้ตน..ในสุข..ในทุกข์  ไร้ตัว..ไร้ตน..ในกาย..ในจิต
ไร้ตัว..ไร้ตน..ในอารมณ์..ความรู้สึกนึกคิดอะไร  ไร้..ไร้ตัวเอง..ในทุกสิ่งทุกอย่าง
โดยที่..ไม่ต้อง อยู่แล้วนั่นน่ะ  ไม่ต้องไปดำเนินจิตแบบไหน  นั่นคือต้นขั้วแล้วมัน..จบให้เอง  อย่างอื่นก็..จบตามไปได้หมด  เหตุมันอยู่ตรงที่ว่า  เราไปทำจิต..แบบนั้น..แบบนี้  ไปแช่มัน..แล้วมันก็เลยกลายเป็น..เชื้อที่หมักหมม  พร้อมที่มันจะ..ไหลตามอะไรอะไรไปได้ตลอด

ถอดรหัสนัยให้แล้วนะ..อย่ามัวแต่ไปจับกบ..จับเขียดอยู่
เดี๋ยวตรงนั้นที..เดี๋ยวตรงนี้ที..เดี๋ยวตรงโน้นที  เค้าเรียกว่ามัวแต่..จับกบ..จับเขียดอยู่
ถอดรหัสนัย แล้วก็..ไม่ต้อง  ไม่ต้อง..อย่างเดียวไปเลย  อย่าไปร่ำรี่ร่ำไร..เรื่องมาก
ไม่ต้อง..ไปเจริญจิตแบบไหนทั้งนั้น  แล้วมันก็จะ..เลิกไหลตามไปเอง..เลิกคล้อยตามไปเอง
ก็..ตรงตรงอย่างนี้ไปเลย  อย่าไปมัวแต่กระโดดตะปบเขียด..เอาอย่างนั้นบ้าง..เอาแบบนี้บ้าง
ลองทำมันแบบนั้นดูบ้าง..ลองทำมันแบบนี้ดูบ้าง
ลองกำหนดแบบนี้..ลองกำหนดแบบนั้นดูบ้าง  อย่าเอาแต่จับกบ..จับเขียดอยู่
ถอดรหัสนัยให้แล้ว..ก็ตรงตรงไปเลยลูก  ก็..ไม่ต้องอยู่แล้ว ก็..ไม่ต้อง
ไม่ต้องดำเนินจิตแบบไหน คือ..ไม่ต้องเลย
แล้วมันก็จะ..ไม่ไหลตามไปเอง..ไม่คล้อยตามไปเอง  มันจะนอกเหนือ..พฤติกรรมทางจิต
สเต็ปแรกนี่ก็..จบแล้ว  จิต..นี่ก็..จบเลย  เรื่องกาย..เรื่องวาจามันจบ  นั่นมันเป็นปลายเหตุ..มันจบตามเอง
เอ้า..สั้นสั้น..............โส..โส..โส..โส........................


No comments:

Post a Comment