Monday, February 11, 2013

เหตุแห่งความสูญเสีย

ท่ามกลางความสูญเสียของคนไทยจำนวนมากจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย  ณ ปัจจุบัน(ตุลาคม 2554) ขณะที่เรากำลังเศร้าโศกเสียใจ ตื่นกลัว และทุกข์ทรมาน ยากลำบากกับสถานการณ์ที่คุกตามเอาชีวิตและทรัพย์สินไปกับสายน้ำ เสียใจ ตื่นตระหนกมากเสียจนลืมไปแล้วว่า เรามาตัวเปล่า

ตอนเกิดมาเป็นชีวิตก็ยืมเซลส์พ่อและแม่มาเป็นต้นทุน พอตายลง แม้แต่เงินในปากก็ยังเอาไปไม่ได้ เถ้ากระดูกแม้ธุลีเดียวก็เอาไปไม่ได้

ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกอย่างในชีวิต ไม่มีสิ่งไหนเลยที่เราสามารถบังคับมันได้ดังใจ แม้กระทั่งใจเราเองก็ยังสั่งการให้มันมีแต่ความสุขตลอดเวลาไม่ได้เลย

ก็ในเมื่อใจที่เราคิดว่าเป็นของเราเอง มันยังไม่ยอมให้เราบังคับเลย แล้วเราจะหวังอะไรจากสิ่งอื่นๆได้อีกเล่า

ถ้าไม่มี "เรา" ไปยึดว่าใจเป็นของเรา มันก็ไม่มีใครที่ต้องทุกข์ใจ
ถ้าไม่มี "เรา" ไปยึดว่าสิ่งต่างๆเป็นของเรา มันก็ไม่มีใครที่จะต้องสูญเสียอะไร

สิ่งต่างๆในโลกนี้ล้วนไม่มีอะไรที่บังคับอะไรได้จริงแม้แต่เพียงอย่างเดียว
สิ่งต่างๆในโลกนี้ล้วนไม่มีอะไรที่สัมพันธ์กันจริงๆ แม้แต่เพียงอย่างเดียว
การบังคับสิ่งต่างๆให้เป็นไปตามใจล้วนก่อให้เกิดทุกข์ทั้งนั้น
ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆนั้นล้วนเกิดจากที่เราคิดปรุงแต่งเอาเอง(อันเรียกว่าตรรกะ) ผูกโยงเรื่องเราเอาเองทั้งนั้น
พูดง่ายๆคือยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์นั่นแหละ

ทุกสรรพสิ่งที่สัมผัสสัมพันธ์กัน ล้วนแล้วแต่เป็นไปเพียงชั่วคราว ไม่มีความหมายในการเป็นความสัมพันธ์ใดๆอย่างแท้จริง

"เรา"คิดเอาเอง เชื่อมโยงเอาเอง และยึดเอาเอง และเป็นทุกข์เสียเอง เมื่อสิ่งต่างๆมันพบกัน มันพรากจากกันไปตามปกติ ตามครรลองแห่งธรรมชาติ ถ้าหมดความเป็น"เรา" เข้าไปยึด มันก็จะไม่ทุกข์อีกต่อไป

ก็เพราะ"ตัวเรา" นั้นมันมัวแต่ไปหาที่ยึด หาที่เกาะ หาความมั่นคงจากอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ทุกอย่างล้วนเสื่อมสลายไปอยู่แล้ว แต่ "เรา" ก็ยังแสวงหาทางที่จะยึด ที่จะเกาะ ให้เป็นของเราอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าในความเป็นจริงแล้วมันยึดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว แต่ก็ยังพยายามที่จะยึด

ความเสื่อมสลายไปของสรรพสิ่งทั้งหลายนั้น ชี้ให้เราเห็นอยู่แล้วว่าทุกอย่างล้วนเป็นมายา เป็นฉากละครที่ถูกเปลี่ยนไปตามบทที่ตัวเราเองเป็นผู้เขียนเอาไว้้เอง..แล้วเราก็อินไปกับมัน จะเป็นจะตายไปกับมัน หลงลืมไปว่ามันเป็นเพียงฉากละครชั่วคราวที่ผ่านมาผ่านไปเท่านั้นเอง

ความสูญเสียที่ทำให้เราจะเป็นจะตายนั้นมันอยู่แค่ในความคิด มันไม่มีใครสูญเสียอะไรจริงๆแม้แต่อย่างเดียว แม้ร่างกายของเราก็เหมือนกัน เมื่อเราตายลง เซลส์ที่ยืมพ่อแม่มาก็สลายไปเหมือนกับที่ไม่เคยมีมันมาก่อนนั่นเอง

แม้แต่สภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับใจเราก็ยังยึดไม่ได้เลย ทำได้แต่การตอกย้ำมันซ้ำๆ แต่ที่สุดมันก็จะจางคลายไปเองทั้งหมด และกระบวนการตอกย้ำอารมณ์ก็นำมาแต่ทุกข์ทั้งนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

แล้วทีนี้อะไรเล่าที่เป็นของเราจริงๆ....ไม่มี
ในเมื่อไม่มีอะไรที่เป็นของเราจริงๆ ยึดอะไรก็ยึดไม่ได้จริงๆ แล้วเราจะยึดให้มันเป็นทุกข์ไปทำไม?

เพราะในที่สุดมันก็โมฆะอยู่แล้ว ไม่มีใครเสียอะไรจริงๆอยู่แล้วนั่นเอง

No comments:

Post a Comment