Tuesday, February 19, 2013

ความเป็นจริงที่ทุกคนรอคอย ตอนที่ 8 (จบ)

ถาม: อยู่ในท้องแม่ 15 เดือนครับ

แล้วเรียนหนังสือได้ที่หนึ่งตลอดเลยค่ะ ไปไหนก็ได้ที่หนึ่ง

ประสบความสำเร็จด้านโลกมาตลอดชีวิต

หลวงพ่อ: ก็ธรรมดา ความทุกข์ก็ต้องที่หนึ่งด้วย

ถาม: ถูกต้องเลยครับ เกือบฆ่าตัวตาย เคยสอบได้เต็มที่แล้วมีครั้งหนึ่งที่มันคะแนนมันลดลง สอบปริญญาโทมันน่าจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มันได้เหรียญทอง แต่ได้เหรียญเงินตอนนั้น

หลวงพ่อ: มันไม่จบไงลูก การขับเคี่ยวในธาตุขันธ์ ในสังสารวัฏฏ์นี้ มันไม่สิ้นสุด  สิ้นสุดไม่เป็น  นอกจากว่าจะเลิกขับเคี่ยว แล้วจบเป็น สิ้นสุดเป็น คือมันหมดตัณหา มันสุดน่ะ

ถาม: ผมมีตัณหาสูงมากครับ

หลวงพ่อ: นอกเหนือการยึดเกาะนะ ทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ใช่การยึดเกาะอยู่แล้วนั่นเอง แต่สรรพสัตว์ไม่เข้าใจ พยายามจะไขว่คว้า พยายามจะยึดเกาะ สัจธรรมคือมันไม่ใช่การยึดเกาะในตัวมันเอง คือมันไม่ใช่การยึดติดในตัวมันเองอยู่แล้ว อนิจจังอยู่แล้ว คือมันไม่ยึดในตัวมันเองอยู่แล้ว มันไม่ยึดอยู่แล้ว แต่โดยความพยายามที่จะเน้นที่จะฟิกซ์นั่นแหละ มันก็คือรูปแบบอุปาทานทั้งหมด พยายามที่จะเน้นไง แล้วรู้จักคำว่า “อุปาทาน” ไหม ประโยคเดียวไม่พอ  ฟิกซ์ก็อุปาทาน เน้นก็อุปาทาน ต้องตั้งก็อุปาทาน พยายามยึดทั้งนั้น มันก็เลยผิดต่อสัจธรรม  ฉะนั้นทุกอย่างก็คือ “ไม่ต้องไม่ตั้ง” กลไกวิบากของกรรมทั้งหลาย มันก็จะดำเนินของมันไปเอง แต่ไม่ต้องตาม

ถาม: ไม่ต้องตาม มันจะเกิดอย่างไรก็ให้มันเกิด

หลวงพ่อ: ไม่ต้องตาม คือไม่ต้องไปดิ้นหนีดิ้นสู้ ไม่ต้อง จบอย่างเดียวลูก

ถาม: ดิ้นหนีก็ไม่ได้ ดิ้นสู้ก็ไม่ได้

หลวงพ่อ: ตัณหาทั้งนั้น สรุปอย่างเดียว สรุปก็คือจบ

ถาม: ไม่ต้องเดิน ?

หลวงพ่อ: ตรงที่มันจบอยู่แล้ว อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นตัณหาตลอดไง พอเราเริ่มขึ้นมา มันถึงค่อยเป็นตัณหา ดิ้นในขันธ์ไหน ก็ค่อยเป็นตัณหาในขันธ์นั้นนั่นแหละ

ถาม: แม่จะถามอะไร ถามต่อเลยครับ

อ๋อไม่มีค่ะ

หนูให้แม่ฟังมาซักสามสี่เดือนได้แล้ว แม่ยังไม่ค่อยเก็ต พอไปเจอหลวงพ่อที่โรงแรมบอกโอเคแล้ว หยาดน้ำอะไรก็โอเคแล้ว มาเห็นหลวงพ่อ…

หลวงพ่อ: คือบางครั้งท่านก็พาขอขมากรรมก่อน แล้วก็ นั่นแหละ จงสำนึกในกรรมทั้งหลายแล้วก็ขออโหสิ เงื่อนทั้งหลายมันถูกคลี่คลายแล้วก็อโหสิไงลูก มันก็จะฟังรู้เรื่อง โอเคนะ แค่ว่ากรรมล่วงเกินต่อสิ่งมีคุณแม้เพียงขณะจิตเดียวก็บังเหมือนกัน ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่เป็นต้นไป วาจานี่ คุณอริยะ พุทธะมหาโพธิสัตว์ โดยเฉพาะที่ไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าใครเป็นโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์ มันไม่รู้ มันไม่ใช่ตรงรูปธรรมนามธรรม

ถาม: แล้วถ้าเกิดได้พูดได้คุย...

หลวงพ่อ: ก็ฟังเหมือนกันอยู่แล้วไง ที่ฟังแล้วก็ฟังเหมือนกันอยู่แล้วไง ท่านมาเคลียร์ให้ จุดบอดของตัวเองก็คือความพยายามเข้าใจ นั่นคือจุดบอดของความไม่เข้าใจ ฉะนั้นท่านพูดล้าง พูดลบ ลบขันธ์ ล้างขันธ์ ล้างโมหะในขันธ์ แต่ถ้าเราพยายามจะรู้พยายามจะเข้าใจ มันจะเป็นจุดบอดทันที เหมือนกับเราไม่ทิ้ง  มันจะยึด เอาไม่อยู่น่ะ แต่ถ้าเทียบกันเข้าใจจริงๆนี่คือ “มันไม่ต้องเข้าใจ” ตรงเนื้อหาที่สุด คือ “วาง” ไม่ใช่ “อะไรเข้าใจอะไร” นั่นแหละเนื้อหา

ถาม: ครับ ทะลุไปเลย

หลวงพ่อ: นั่นแหละเขาเรียก “กล้าทิ้งทิษฐิ” แล้วจะตรงต่อเนื้อหาล้วนๆเลย นอกเหนือความเห็น นอกเหนือธรรม

ถาม: ตรงอย่างนี้เลย ไม่มีเลี้ยวเลย ทำไมมันชอบแวะบ่อยก็ไม่ทราบ

หลวงพ่อ: มันเป็นวิบาก เวรกรรม เวนคืน ของเก่าที่เราตอกย้ำเอาไว้มันเวนคืนมา มันเวียนมานั่นแหละ คำว่า “เวร” คือเวียนมานั่นแหละ เวียนมาให้ผลไง มาย้ำ ย้ำ ย้ำให้ไง อะไรอย่างนี้ เราก็ปล่อยคือไม่ต้องไปคอยติดคอยหลุดอะไรกับมันเลย คือไม่ต้องอย่างเดียว

ถาม: ส่วนใหญ่ที่แวะก็ดีๆทั้งนั้น เคลียร์ครับเคลียร์มาก

หลวงพ่อ: เอานะโอเคนะลูกนะ


จบบริบูรณ์

No comments:

Post a Comment