Thursday, February 7, 2013

เนื้อแท้แห่ง 84000 พระธรรมขันธ์

มีหลายคนเคยเถียงว่า พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนสัจธรรมตรงๆอย่างเดียวเพราะ บุคคลมีหลากหลายประเภท มีจริตต่างๆกันไป จึงเป็นเหตุให้พระธรรมมีถึง 8400 พระธรรมขันธ์ จะไปว่าคนที่สอนแบบอื่นผิดไม่ได้

จริงๆแล้ว 84000 พระธรรมขันธ์นั้นก็ถูกต้องแล้วครับ

แต่ผมถามกลับว่า วิธีที่คุณเลือกใช้ 84000 พระธรรมขันธ์ไปปรับสอนคนตามจริตนั้นมันใช่แบบที่คุณคิด คุณเข้าใจจริงๆหรือ?

พระธรรมขันธ์ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความหลากหลายของ "อุบาย" ในการโปรดครับ มีขึ้นสำหรับลบแง่ลบมุมความหลงอันหลากหลายของสรรพสัตว์ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว สัจธรรมสรุปลงได้เป็นเนื้อหาเดียวคือความไม่ยึดติดเท่านั้น ถ้าใช้อุบายแล้วคาอยู่ที่อุบาย คาอยู่ที่วิธีการ คาอยู่ที่เรื่องราวสอนใจ คาอยู่ที่แง่มุมตามจริตตนเอง แต่ไม่สามารถสะท้อนจนผู้ฟังเข้าสู่เนื้อหาสัจธรรมได้ กลับไปพาให้คนฟังคนอ่าน วกวน แบบนั้นก็ผิดแล้วครับ

84000 พระธรรมขันธ์นั้นเป็นเหมือนเส้นทางที่จะพาคนที่มีทิฏฐิหรือแง่มุมต่างๆ เข้ามาเชื่อมโยงกับเนื้อหาสัจธรรมให้ได้ "ในที่สุด" แต่ที่เห็นในปัจจุบัน มันกลายเป็นว่า มีแต่การนำคำสอนทั้ง 84000 พระธรรมขันธ์ไปเชื่อมโยงคนฟังให้มาทำดีหรือให้มาปฏิบัติกันแล้วก็ไปพากเพียรต่อไม่จบสิ้น สรุปจบลงสู่เนื้อหาสัจธรรมไม่เป็น

การมีพระธรรมขันธ์จำนวนมากนั้นก็สามารถบ่งบอกได้อีกว่า การโปรดคนแต่ละประเภทนั้นมีต้นทุนไม่เท่ากัน ดังนั้นก็ไม่ต้องเอาใครไปเปรียบเทียบกันใคร

ขอใช้คำว่า"ต้นทุน" ในการอธิบายนะครับเพราะเป็นคำที่ง่ายที่สุดที่จะเข้าใจกระบวนการนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการโปรดสัตว์ไม่ใช่การลงทุนแต่ประการใด(และไม่มีความเสียงด้วย...ฮา) เพราะไม่มีการถอนทุนคืน ให้แล้วให้เลย ยกเว้นแต่คนๆนั้นมีหน้าที่มาเผยแพร่สัจธรรมก็ต้องทำงานต่อไป(ฮาอีก)

เคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมบางคนฟังสัจธรรมครั้งเดียวแล้วบรรลุทันที หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะท่านไม่ต้องพูดมาก บางทีแค่คำๆเดียวก็ทะลุทะลวงแล้ว
บางคนไม่ได้เจอหลวงพ่อบ่อยๆ แต่พอเจอทีไรเป็นหลุดจากที่ติดขัดข้องคาทุกที
บางคนหลวงพ่อค่อนข้างประคบประหงม เอาไว้ใกล้ตัวให้ฟังสัจธรรมบ่อยๆ ไปไหนมาไหนก็พาไปกับคณะฯด้วย จนหลายคนอิจฉา
บางคน ยังไงๆก็ไม่รับ ฟังนิดเดียวก็ปฏิฆะแล้วออกไปเลย
บางคน เหมือนๆจะเข้าใจแล้ว แต่พอถูกกลั่นกรองก็กระเด็นออกนอกวงโคจรไปใช้กรรมต่อก็มี
หรือบางคนหลวงพ่อให้ทำบุญอย่างเดียวเลย
บางคนหลวงพ่อเดินหนีไม่พูดด้วย แล้วก็ไปเลยไม่กลับเข้าวัดอีก

ทุกสิ่งที่หลวงพ่อทำนั้นก็คือการโปรดสัตว์อยู่แล้ว แม้กระทั่งการเดินหนี เพราะสำหรับบางคนท่านรู้วาระจิตว่าจะปรามาสสัจธรรมแน่ๆ ท่านก็ไม่เริ่มไม่ต่อทันที ดับเลย เพราะขืนถ้าไปปรามาสสัจธรรมขึ้นมายิ่งเป็นกรรมหนักติดตัวเข้าไปอีก

ซึ่งทุกๆกรณีที่ยกมานี่ไม่มีคำว่าโปรดแล้วล้มเหลวนะครับ เข้าเป้า 100% เพียงแต่ต่างกรรมต่างวาระ เพราะจิตทุกดวงมีวาระที่จะจบของตนเองอยู่แล้ว ถ้าไม่ชาตินี้ก็ต้องจบสักชาติหนึ่งแน่นอน การที่แต่ละคนได้มาสัมผัสสัมพันธ์กับสัจธรรม ก็ถือได้ว่ามี "เมล็ดพันธุ์" ของสัจธรรมติดอยู่ในดวงจิตดวงใจแล้ว แม้เพียงนิดเดียวก็ตาม

แล้วเมล็ดพันธุ์นี้เองที่จะทำให้จิตดวงนั้นหวนกลับมาเจอสัจธรรมอีกในอนาคต พูดง่ายๆว่าจิตดวงใดได้มาเจอสัจธรรมแล้ว โอกาสที่จะจบให้กับตนเองก็มีแล้วครับ ส่วนจิตดวงใดที่ยังไม่ได้เจอสัจธรรมก็ไม่เป็นไร ยังไงก็จบอยู่แล้วครับ อย่างคนที่กระเด็นออกนอกวงโคจร หลวงพ่อท่านก็ไม่ได้ห่วงอะไรเลยครับ ยังไงก็จบเข้าสักวันหนึ่งไม่ชาตินี้ก็ชาติต่อๆไป

แต่ปัญหาก็คือมีพระและฆราวาสจำนวนมากเข้าใจผิดว่า 84000 พระธรรมขันธ์เป็นเรื่องราวคำสอนที่มีไว้เพิ่มพูนปัญญาหรือเอาไว้อ่านเพื่อสอนคนอื่นเท่านั้น แต่ที่สุดก็ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาโดยสรุปแห่งสัจธรรมได้เลย เพราะติดอยู่กับทิฏฐิแง่มุมตัวเองตนเอง บางคนชอบพระสูตรนี้เพราะมีแง่มุมประทับใจส่วนตัวก็จะหยิบยกมาเล่า มาสอนแต่พระสูตรนี้ซ้ำๆ วิเคราะห์ตีความเรื่องราว เอามาเล่าใหม่ในสไตล์ตนเพื่อให้มันเท่ ให้มันเร้าใจ แล้วก็แทรกความคิดเห็นเสร็จสรรพ แต่สุดท้ายก็สรุปลงสู่สัจธรรมไม่ได้ หรือสรุปไปเป็นเรื่องความดีความเลวตามทิฏฐิตนเอง หรือที่เรียกว่าทิฏฐิปัญญาบังเนื้อหาครับ คงเคยด้ยินคำพยากรณ์ว่าพระพุทธศาสนาจะเสื่อมจากคนในก็ประมาณนี้แหละครับ สอนกันแต่ทิฏฐิทั้งนั้น

สัจธรรมนั้นไม่ได้ขึ้นกับว่าใครอ่านเยอะ จำได้เยอะ หรืออ้างอิงได้ดีนะครับ งานนี้ผู้เชี่ยวชาญไม่เกี่ยว หากเข้าไม่ถึงเนื้อแท้แห่งสัจธรรมจริงๆก็จะมัวสาละวนกับการค้นคว้าอ้างอิง ยกคำโน่น ยกคำนี่อยู่วันยันค่ำ แต่ถ้าแจ้งจริงๆแล้ว ไม่ต้องอ้างอิงอะไรในการสะท้อนสัจธรรม มันก็คือเนื้อหาเองอยู่แล้วตลอด

เพียงแต่ก็ให้ว่างเอาไว้นั่นแหละ เดี๋ยวมันจะเชื่อมโยงเนื้อหา(ไม่ใช่ตัวเรื่องราว)ทั้งหมดใน 84000 พระธรรมขันธ์มาใช้เองโดยอัตโนมัติ ฉับพลัน และพอดีลงตัวไปเอง

No comments:

Post a Comment