Tuesday, February 19, 2013

ความเป็นจริงที่ทุกคนรอคอย ตอนที่ 7

ถาม: ตัดตรงอวิชชาเลย ?

หลวงพ่อ: ตัวเดียว ปฏิจจสมุปบาท

ถาม: ตัดก็เป็นวิชชา ?

หลวงพ่อ: พอตัดปั๊บ มันก็ไม่เป็นอะไรลูก

ถาม: หลงอีกแล้วครับ ?

หลวงพ่อ: มันก็ไม่เป็นวิชชาและอวิชชา จงจำไว้นะ เพราะคนไม่ได้ฟังสัจธรรมตรงๆ พยายามที่วิชชา เพื่อสลายอวิชชา ก็ยังเป็นอวิชชาในวิชชาอยู่ตลอดไง

ถาม: ไม่มีคู่ ?

หลวงพ่อ: ไม่มีคู่ จงจำไว้ ถ้ามีวิชชา ก็มีอวิชชา มีอวิชชา ก็มีวิชชา ฉะนั้นไม่ใช่ทั้งสองอย่างนิพพานทันที นอกเหนือการอิงอาศัย

ถาม: ไม่มีดี ไม่มีชั่ว เหนือดี เหนือชั่ว

หลวงพ่อ: มีใครบอกให้ทิ้งอวิชชา ทิ้งวิชชา  ทิ้งอวิชชา อวิชชา มีใครบอกให้ทิ้งวิชชา

ถาม: จำมาอย่างนั้นน่ะครับ

หลวงพ่อ:  ไม่มีหรอกลูก เขาเลิกหลงรู้เมื่อไหร่ก็จบเลย หมดทั้งวิชชาและอวิชชา แต่ถ้ายังเพื่อวิชชาอยู่ มันก็ยังอวิชชาอยู่ไง ยังเป็นความหลงในรู้ไง มันซ้อนกันอยู่ นอกเหนือธรรมคู่ ฉะนั้นธรรมคู่ไม่ได้มีแค่โลกบาลแปดประการ สุขทุกข์ มันทุกอย่างที่เป็นธรรมคู่ทั้งหมด มันไม่ใช่ทั้งหมด ที่ดำรัสตรัสมา มันแค่แปดประการ

ถาม: หมายถึง “โลกธรรมแปด” ใช่ไหมครับ

หลวงพ่อ: เออ

ถาม: สุข ทุกข์ สรรเสริญ นินทา ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ

หลวงพ่อ: แต่นี่พูดถึงนี่ คือมันทุกอย่างที่เป็นลักษณะ ความหมายคู่ ความเห็นคู่ทั้งหมด มันไม่ใช่ทั้งหมด จึงค่อยจบ และเรียกว่า “จบ” ฉะนั้นเอาแค่ว่าโลกกับธรรมนี่ แค่ลูกเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใด แค่ลูกเลือกเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็เรียบร้อยเลย กรรมทั้งนั้น เลือกเอาธรรมก็กรรม เพราะคำว่า “เลือกเอา” นี่ก็คือตัณหา อุปาทาน คือความไปยึดติด ไม่มีใครสอนหรอก ไม่มีพุทธะอรหันต์ที่ไหนสอนหรอกลูก นอกจากปุถุชนสอนกันเอง หรือไม่ก็เป็นอริยบุคคลขั้นต่ำ สอนกันเอง แต่พุทธะมหาโพธิสัตว์ไม่สอน ให้นอกเหนือความปรารถนา แล้วลูกจะตรงต่อนิพพานอยู่แล้วทันที ไม่เยิ่นเย่อ ไม่เกี่ยวกับเวลา

ฉะนั้น ทุกอย่างคือมันไร้ขอบเขตอยู่แล้วลูก ที่มันมีขอบเขตเพราะว่าเราเกิดอุปาทาน เกิดตัณหาขึ้น ในการฟิกซ์ ในการจำเพาะ ในการเจาะจงขึ้นมา จึงมีคำว่า “จุดหมาย” ตามมาไงลูก นั่นล่ะมันเป็นกลไกของกรรม ของสัตว์โลก อันนี้เราล้างความเป็นสัตว์โลก มันก็คือล้างจุดหมายด้วยนะ อันนี้คำว่า “ล้างจุดหมาย” นี่ มันก็เหมือนมันไร้นี่แหละ ไร้ตัวต้องตัวตั้ง ไร้เจตนา มันก็ไม่เป็นจุดหมายต่อไป มันกว้างขวางไปเอง ไม่อยู่แค่ตัวเอง ไม่อยู่แค่คนใกล้ตัวเอง ครอบครัว ประเทศชาติตัวเอง ไม่ใช่ นี่มันสังสารวัฏฏ์ นี่มันสากลโลกธาตุ สากล มันไม่ใช่ประเทศหนึ่งประเทศใด หรือหมู่เหล่าหมู่หนึ่งหมู่ใด หรือเราหรือเขา นี่มันสากล ไม่มีของใคร เพราะว่าโลกยังผิดต่อความเป็นจริงไงลูก เกิดการยึด เกิดการหลงเฉพาะประเทศ เฉพาะพวกพ้องเผ่าพันธุ์ เรา เขา มันก็เลยเป็นทุกข์กันอยู่ทุกวันนี้ไง ทั้งโลก ทั้งสังสารวัฏฏ์ ชั้นนี้ชั้นนั้น เนื้อหาสัจธรรมจริงๆนี่ปราศจากชั้น นิพพานไม่มีชั้น ที่มีชั้นเพราะมันมีเจตนากรรม มีโมหะ มีตัณหา มีอุปาทาน ที่ว่าโสดาบัน สกทาคามีนี่มันไม่ใช่ชั้นของนิพพาน แต่มันเป็นชั้นของกิเลส  กิเลสมันหมดไปเท่านี้ๆ กิเลสมันเหลือเท่านี้ๆ มันหมดไปเท่านี้ๆ มันเหลือเท่านี้ๆ มันเป็นชั้นของกิเลส  ไม่ใช่ชั้นของนิพพาน นิพพานไม่มีชั้น

ถาม: แล้วที่ว่าเวลาบรรลุโสดาบัน อริยมรรคจะต้องเกิด อย่างนี้ ความหมายที่เขาพูดๆกันนี่คืออย่างไรล่ะคะ

หลวงพ่อ: มันเป็นเปลือกกระพี้เกินไป พูดแล้วปริศนาอยู่เรื่อย

ถาม: เคลียร์แล้วครับ ตรงนี้ไม่ใช่

หลวงพ่อ: มันไม่ใช่ล่ะลูก มันใช้สื่อบัญญัติที่มันเป็นโวหารมาก แล้วมันเป็นปริศนามากเกินไป มันไม่ ชัวะ ฉับพลัน พูดแล้วต้องไปคิดอย่างนี้ แล้วถามว่ามันต้องวนขันธ์ไหม มันก็ต้องวนในขันธ์ คุณไปคิดก็ต้องวนในความคิด นั่นคืออะไร สังขารขันธ์ ความปรุงแต่ง แล้วคุณต้องไปจำอีก สภาวะอาการ แล้วเป็นอะไร สัญญาขันธ์อีก แล้วสิ่งที่ตามมาคืออะไร เวทนา ทนยากแล้ว คุณใช้ขันธ์ไปเยอะ ทนยากแล้ว มันเลยยาก แล้วทีนี้ มันก็จะมั่วอยู่ข้างใน แล้วพอตั้งสติมาก็เป็นสติที่กดทับอีก กดข่ม ตั้งปั๊บนี่มันมาบล็อกอยู่ มันไม่ได้คลาย มันบล็อก ตั้งสติน่ะ

ถาม: ติดอยู่ตรงนี้ครับ แล้วก็...

หลวงพ่อ: ทุกอย่างมันคือไม่ต้องไม่ตั้ง ไม่ต้องไปคอยติด ไม่ต้องไปคอยหลุดจากอะไรลูก ไม่ต้องอย่างเดียว

ถาม: เมื่อกี้ สนทนากันมาในรถค่ะหลวงพ่อ พี่เขาบอกว่า มีดาราฝรั่ง ชื่ออะไรนะพี่ อ๋อ ริชาร์ด เกียร์ กับ เจ็ต ลี สนใจพุทธศาสนา อ่านพระไตรปิฎกละเอียดเลย

หลวงพ่อ: จงเข้าใจอยู่อย่างหนึ่งว่า โพธิสัตว์ที่ลงจุติในแต่ละที่มีเยอะ เพื่อจุดประกายในแต่ละที่แต่ละแห่งนะ เดี๋ยวซักวันหนึ่งได้จูนเข้าหาสัจธรรมแล้ว ไม่ต้องค้นหา ไม่ต้องค้นคว้าพระไตรปิฎกหรอก ทุกคนจะไปเป็นพระไตรปิฎกเคลื่อนที่ทันที มันอยู่ในทุกคนนั่นแหละ แต่จงถอดรหัสนัยให้ตรงต่อพระนิพพาน ไม่ใช่ข้างหน้า แล้วทุกอย่างก็จะเปิดขึ้น

ถาม: คือสรุปเท่าที่ว่ามาทั้งหมดก็คือตรงนี้เอง

หลวงพ่อ: ถูกแล้ว ตรงนี้เอง

ถาม: ไม่ได้ยากกว่านี้เลย

หลวงพ่อ: แล้วต่อไปเดี๋ยวจะแตกฉานขึ้นเอง ไม่ใช่เพราะความจำ

ถาม: ครับ ผมมีโอกาสพ้นน้ำหรือยังครับ ตอนนี้ยังเป็นอาหารเต่าอยู่เลยครับ

หลวงพ่อ: ตอนนี้ก็คือไม่ต้องไปเปรียบเทียบอะไร

ถาม: อะโห ซ้ำอีก ไม่ต้องไปเปรียบเทียบเหรอครับ

หลวงพ่อ: ไม่ต้อง

ถาม: ครับ ผมมักจะโต่งไปด้านนี้หรือไม่ก็โต่งไปด้านนั้น

หลวงพ่อ: เราใช้ขันธ์มากเกินไป เจริญขันธ์มากเกินไป

No comments:

Post a Comment