Monday, February 11, 2013

ใต้ร่มโพธิธรรม#7

ความตื่น

  • ตื่นแบบไม่อะไรกับอะไร    ความตื่นเองโดยธรรมชาติ  ที่เรียกว่า “รู้สึกตัว” ไม่ใช่ทำหรือปรุงความรู้สึกตัวขึ้น แม้จนเป็นอัตโนมัติก็ไม่ใช่ เรียกว่า “ตื่นของมันเอง”
  • ตื่นแบบไม่อะไรกับอะไร  มีเนื้อหาที่ตรงต่อความเป็นจริง คือ ทุกอย่างปราศจากความหมาย ทุกอย่างไม่มีความเป็นอะไรจริง ๆ ซักอย่าง
  • ตื่นแบบไม่อะไรกับอะไร : เป็นเนื้อหาของการถอดถอน – ผ่อนคลายจากตัณหา – อุปาทานได้อย่างตรงที่สุด
  • ตื่นแบบไม่อะไรกับอะไร  พ้นจากเจตนากรรม  เป็นการไม่เนื่องด้วยเหตุ – ปัจจัยนอกเหตุ - เหนือผล  ไร้เงื่อนไข  ไร้ข้อแม้
  • ตื่นแบบไม่อะไรกับอะไร  ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเริ่มต้น  ทั้งไม่มีการเริ่มต้นจึงไม่ต้องคอยจบ


แต่ถ้าตื่นแบบทำขึ้น  แล้วคอยรู้  คอยดู  ตามรู้  ตามดู (มันดูดีเฉย ๆ แต่ตลอดสายของขบวนการมีตัณหา – อุปาทานลูบคลำไปตลอดเช่นกัน) ต่อเมื่อรับรู้มันจะเกิดการแช่(ทรง)รู้  แช่(ทรง)ดู  แช่(ทรง)เห็น(แช่ตื่น-ทรงตื่น)ก่อเกิดเป็นความเห็น(ทิฐิ)  ความหมายต่างๆตามมา  อันนี้เรียกว่า ตื่นแบบหาเรื่อง  ตื่นแบบอะไรกับอะไร คือ ตื่นแบบเอ๊ะอ๊ะ  ตื่นแบบนี้มีเบื้องหลังคือ โมหะตัณหาอุปาทาน จะไม่ใช่ตื่นตัด แต่กลับเป็นตื่นต่อ  ต่อเป็นเรื่องเป็นราว  เป็นนั่นเป็นนี่ ซึ่งก็แค่เป็นตุเป็นตะไปเท่านั้นเอง  ตื่นแบบนี้เป็นตื่นยึดตื่น  ตื่นห่วงตื่น ตื่นอุปาทานในตื่น  ตื่นแบบมีโฟกัส(Focus)  ตื่นแบบมีขอบเขต  ตื่นแบบจุ้มๆ

       ตื่นแบบไร้เจตนากรรม  ตื่นแบบตื่นจ้า! ตื่นไร้ขอบเขตคือตื่นสละ  ตื่นจาคะ ตื่นสละแม้การตื่นนั้นเอง เป็นการสละอารมณ์ใจทุกรูปแบบ (ก็จะเป็นการจาคะความหลงว่าเป็นตัวตนออกไป ออกจากความหลงว่าเป็นตัวเอง เรียกว่าฆ่าตัวตาย) มีผลคือ ตัด  อันเป็นลักษณะของปัญญารองรับ   ตัดแม้ตัวมันเอง คือแจ่มชัดว่าแม้ความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นก็ไม่อาจที่จะยึดได้ จริงจังด้วยได้ การหลงยึดติดในปัญญาจะปรากฏในลักษณะ ห่วงรู้ – ห่วงดู กลัวไม่รู้ กลัวไม่ได้ดู กลัวไม่เห็น กลัวจะไม่เข้าใจ กลัวเผลอ ท่านจึงเรียกว่าสภาวะนี้ว่า ปัญญาติดห่วง  ไม่อาจลุล่วงพ้นทุกข์ได้  เพราะมีแต่ห่วง  ห้อยและโหนติดไปด้วย

       เจตนากรรมหรือโมหะกรรม  คือการจงใจตื่นแบบอะไรกับอะไร (ตื่นหาเรื่อง) ตื่นแบบสนใจ ใส่ใจ เช่นสนใจรู้ สนใจดู มีผลคือ ต่อ  ต่ออะไรมาหรือ? ก็ต่อเวทนา  ต่อสัญญา ต่อสังขาร เป็นลักษณะของตัณหา

– อุปาทานได้สืบภพสืบชาติที่เรียกว่าสันตติ จากที่ ว่าง อยู่แล้วก็เลยกลายเป็น วุ่น  จากที่ไม่มีเรื่องก็กลายเป็น เกิดเรื่อง จากเรื่องน้อย ก็เป็นเรื่องมากหรือ มากเรื่อง จากไม่มีข้อแม้-เงื่อนไข ก็มีข้อแม้ เงื่อนไข  ล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาของความทนได้ยากทั้งสิ้น  ตื่นแบบนี้เรียกว่า “ตื่นเฝ้าเบญจขันธ์”  “ตื่นวนอยู่ในเบญจขันธ์”

       เมื่อจงใจทำ “รู้” ทำดู  ทำเห็นขึ้น จากที่มิได้เป็นอะไรๆ ,ไร้ความหมายในตัวเอง  สิ่งสมมติว่าธาตุ – ขันธ์จะก่อเกิดความเป็น...(อัตตา)ในธาตุ – ขันธ์นั้นๆทันที  เวทนาการก็จัดจ้านมากขึ้น  สัญญาจะเป็นสัญญา  วิญญาณจะเป็นวิญญาณ เนื่องด้วยความจงใจนั่นก็คือการแสดงออกของโมหะ หลงพยายามที่จะเป็น...(อัตตา) ตัวตนขึ้นมาในสภาวะ

No comments:

Post a Comment