Tuesday, February 19, 2013

ความเป็นจริงที่ทุกคนรอคอย ตอนที่ 4

ถาม: ไม่เน้นรู้ ?

หลวงพ่อ: ไม่ต้องเน้นรู้อะไร อย่างที่โลกเขาสอนอย่าไปเอา โลกนิยม สังคมนิยม ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมันไม่พ้นความเป็นโลก ไม่พ้นความเป็นสังคม มันนิยมอะไร มันก็เป็นแบบนั้น มันไม่พ้นความเป็นแบบนั้น อันนี้ให้เลิกนิยมทั้งหมด ธาตุหนึ่งขันธ์ใด ไม่ต้องไปอิงอาศัย โดยที่ไม่ต้องไม่ตั้ง แล้วมันจะคลายของมันเอง ออกเอง

จำได้ ไม่ได้ ไม่ต้องไปเอา ไอ้ที่เขาสอนกัน มันพยายามจำให้ได้น่ะ พยายามรู้ให้แจ้ง รู้ให้ชัดน่ะ ก็นั่นแหละ มันไม่เข้าใจว่าโมหะมันซ้ำซ้อน มันยึดตัวรู้ไปแล้ว ถ้ารู้ชัด กระทบก็ชัด นี่มันยึดวิญญาณชัด เพราะเนื้อหาของนิพพานน่ะ มันไม่มีรู้ไม่รู้ มันดับ จะใช้งานก็ต่อเมื่อดำริขึ้นมาจึงค่อยเกิดรู้ ถ้าไม่ใช้ก็ไม่เกิด ไม่มีเนื้อหาที่ว่ารู้ไม่รู้ หมดความหมาย จะใช้ก็ถึงค่อยเกิด ใช้งานก็ใช้แบบอัตโนมัติ ใช้แล้วๆไป ชั่วคราว เรียกว่า “ใช้ขันธ์ชั่วคราว” แต่ที่ไปย้ำใช้กันมากๆ นั่นมันไม่ใช่ใช้ชั่วคราว มันเป็นความยึดติดในขันธ์ แล้วมันจะติดลมกลายมาเป็นอนุสัยวิบากเวียนมาหลอกหลอนเรื่อยๆ ให้นึก ให้คิด ให้จำ ให้ปรุง ให้แต่ง อย่างโน้นอย่างนี้ไปเรื่อย เขาเรียกว่า “อนุสัย”

ถาม: ชอบคิดครับ

หลวงพ่อ: ถูกแล้ว เรียกว่า “อนุสัยมันหลอกหลอน”

ถาม: ผมอายุ 54 ตลอดชีวิตนี้ ทุ่มเททำงาน ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จนะครับ แต่เมื่อมาปฏิบัติธรรม 12 ปี ทุ่มเท ตั้งใจมาก แต่ว่า ทุกข์ นั่นคือ ไม่ถึงที่ซักที

หลวงพ่อ: นั่นแหละ เรียกว่า “กรรม” กรรมซ้อนธรรม เขาให้ปลง ไม่ใช่ให้ปฏิบัติ ไม่ใช่ให้เจริญขันธ์ ปลงขันธ์ คลายออกจากการเกาะในขันธ์ ก็แค่ไม่เน้นน่ะ ก็เรียกคลายแล้ว แค่ไม่ตั้ง ก็คลายแล้ว แค่ไม่ต้อง ก็คลายแล้ว

ถาม: อย่างนี้เลยนะครับ ?

หลวงพ่อ: เออ อย่างนี้เลย

ถาม: ท่านเริ่มดุแล้วครับ

หลวงพ่อ: คอยติดก็ไม่ต้อง คอยหลุดก็ไม่ต้องอีก อย่างนี้เลย นั่นแหละคลายอย่างเดียว แล้วไม่มีหรอกนิพพานข้างหน้าน่ะลูก มีแต่นิพพานอยู่แล้ว นอกเหนือความปรารถนาเมื่อไหร่ ก็นิพพานอยู่แล้วเมื่อนั้นน่ะ ถ้าไปสอนให้ตั้งความปรารถนาเพื่อนิพพานก็เรียบร้อยเลย ตัณหามันหลอกไปข้างหน้าตลอดเลยลูก ลับภูมินี้ไปแล้ว ไปอยู่ภูมินั้น ก็ยังอัพเดตอยู่ ยังพยายามจะตัดอยู่ มันติดนิสัยปรารถนา ไม่ถูกน่ะ กรรม อันนี้กรรม แล้วกรรมบัง

ถาม:  ชีวิตไม่ต้องมีเป้าหมาย ?

หลวงพ่อ: ไร้ขอบเขต นอกเหนือ “จุด จุด จุด จุด จุด จุด จุด จุด (……..)” ไอ้จุดหมายนี่มันนิดเดียว อุปาทานนิดๆ “จุด จุด จุด จุด จุด จุด” อันนี้ไร้ขอบเขต

ถาม:  อินฟินิตี้ไปเลยนะครับ ?

หลวงพ่อ: ฉะนั้น คำว่า “ไร้ขอบเขต” นี่คือ “ปราศจากอุปาทาน” มันไม่ไปมัวเฝ้าตรง “จุด จุด จุด จุด จุด” จุดหมายแบบนั้นแบบนี้  “จุด จุด จุด” มันไม่ได้พยายามแคบ ฉะนั้น ความไม่ยึดติดอันนี้ มันหมายถึง “ไร้ขอบเขต” ถ้ายึดเมื่อไหร่ มันมีขอบเขตเมื่อนั้น แล้วมันจะอยู่ตรงที่ “จุด จุด” นั่นแหละ จุดหมงจุดหมายอะไรนี่แหละ

ถาม:  ทำยังไงถึงจะไม่ยึดติดอาจารย์ล่ะครับ

หลวงพ่อ: ก็ด้วยเนื้อหาของสัจธรรมที่ฟังไปนี่แหละลูก มันล้างให้เอง

ถาม:  ผมจะมีอาการอย่างนี้แหละ สองสามท่านแล้วที่ผมอยู่ใกล้ แล้วผมจะ…

หลวงพ่อ: เดี๋ยวมันหมดเอง เดี๋ยวก็หมดเอง อันนี้ไม่ได้สอนให้ต้อง ไม่ได้สอนให้ตั้ง ฉะนั้นสัญญามันจะถูกล้าง ไม่ได้สอนให้เน้นรู้เน้นเห็น ฟิกซ์รู้ฟิกซ์เห็น ไม่ ให้มันคลายตัวมันเองลูก ตัวเองก็ยังจะไม่เหลือ อย่าว่าแต่ติดคนอื่น อันนี้สอนให้ตัวเอง สะท้อนให้สละให้ตัวเอง ตัวเจตนานั่นแหละ ตัวเองก็ยังไม่เหลือ อย่าว่าแต่ติดคนอื่น ไม่มีหรอกอาจารย์เรา ลูกศิษย์เราอะไรนั่นน่ะ ไม่มีหรอกลูก เราก็ไม่เหลือ

แต่ถ้าไปสอนให้เน้นดูเน้นรู้ จะลำบากหน่อย มันมีตัวตนในรู้ไงลูก เจตนา อันนี้จะละสัญญายาก ละสัญญายาก สัญญาจะตามมาหลอน มีความหมายไปหมด เป็นความผิดพลาด มันหลงเข้าไปเจริญในขันธ์หนึ่งขันธ์ใดในห้าขันธ์นี้ ก็เรียบร้อย มันตันอยู่อย่างนั้นน่ะลูก มันไม่นั่นหรอก เป็นโลกียะทั้งหมด แม้ฌานก็เป็นฌานโลกียะ ญาณที่ได้ก็เป็นญาณโลกียะ จะบอกให้รู้เลย ไม่ใช่โลกุตระ ไอ้โลกียะ มันก็มีกันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่มันทุกข์ ยิ่งรู้คนอื่นนี่ ยิ่งรู้มากๆ แล้วมันไม่วางตัวรู้เองอย่างนี้ไงลูก มันก็ไปรับความทุกข์มา เข้าใจไหมล่ะ

ถาม: เป็นครับ

หลวงพ่อ: เป็น !

ถาม: เป็นหนักเลยครับ

หลวงพ่อ: เป็น ขนาดภาคหยาบนี่ก็เหมือนกัน ไปรู้ รู้ รู้ รู้ รู้นี่น่ะ มันไม่ผ่อนคลายตัวรู้เองนี่ มันก็ไปรับมาหมด ไหลเข้ามาหมดสิ สรรพสิ่ง ไหลเข้ามาตามตัวรู้ไปนั่น พอไม่เน้นรู้ปั๊บนี่มันจะตัดเลย ตัดวงจรของผัสสะ ตัดวงจรของอายตนะทั้งหมด ดับตรงวิญญาณตัวเดียวน่ะ พอไม่เน้นรู้นี่ ทุกอย่างมันจะจืดจางลงไปเอง ความหมายจืดจาง สัญญาจืดจาง สังขารจืดจาง เวทนาจืดจาง ผัสสะจืดจาง ฉับพลัน แค่ไม่เน้นก็ฉับพลันเดี๋ยวนี้เลย มีผลเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องอธิบาย ถ้าอธิบายน่ะมันมากไง ฉะนั้นที่อธิบายให้ฟังนี่ก็คือมันมาก เนื้อหามันเป็นอย่างนั้น แต่ว่ามันฉับพลันแบบไม่มีเนื้อหา พอไม่เน้นปั๊บนี่มันจบเลยลูก มันลดลงทั้งหมดพร้อมกัน อายตนะ ผัสสะ สัมผัส สัญญง สัญญา เวทนา สังขารปรุงแต่ง ลดพร้อมกันพรึบเดียว

ถาม:  ไม่ต้องแวะอะไรทั้งสิ้น ?

หลวงพ่อ:  ไม่ต้องแวะอะไรเลยลูก ตรงๆ

ถาม:  นี่ทางลัดที่สุดหรือครับ

หลวงพ่อ:  ไม่ใช่ทาง

ถาม:  ไม่ใช่ทางอีกหรือครับ

หลวงพ่อ:  นี่คือจบให้ ไม่ใช่หนทาง

ถาม: ไม่ต้องเดินทาง ?

หลวงพ่อ:  เออ ถ้าเดินทางมันก็มีเราไงลูก มีเราเป็นผู้เดินทันที ที่พูดให้ฟังนี่มันล้างเรา โดยที่ไม่ต้อง ไม่ตั้งนี่ เรียกว่ามัน “ไร้เรา สลายเรา ล้างเรา”

No comments:

Post a Comment