Thursday, February 7, 2013

31 ภพภูมิ: แรงสั่นสะเทือนแห่งตัณหาอุปาทาน

ภพภูมินั้นเกิดจากจิต

เรียกว่ามีจิตขึ้นมาแม้ขณะเดียว ก็จะมีตัวมีตนปรากฏขึ้นใน 31 ภพภูมิแล้วมีตัวมีตนขึ้นมาแล้ว หรือที่เรียกกันว่าจิตญาณนั่นแหละ

จิตมีขึ้นได้เพราะความหลง หลงว่าสรรพสิ่งต่างๆมันมี มันเป็น

ความต่อเนื่องของจิตมีขึ้นได้ก็เพราะตัณหาที่พาให้พุ่งไปหาที่ยึดหาที่เกาะหรืออุปาทานในสิ่งต่างๆด้วยความหลงนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ ภพภูมิจึงเกิดขึ้น มีขึ้น

คุณภาพของขณะจิตที่เกิดขึ้นก็บ่งบอกภพภูมิที่ดำรงอยู่และภพภูมิที่จะไปต่อ

หากผู้นั้นมีอนุสัยโกรธเกรี้ยว โมโห อาฆาตพยาบาท ภาคทิพย์ของผู้นั้นก็จะเป็นสัตว์นรก ถึงแม้มีกายเป็นมนุษย์ก็ตาม
หากผู้ใดมีจิตที่เบียดเบียน จิตนั้นก็เป็นจิตของสัตว์เดรัจฉาน
หากผู้ใดมีจิตเป็นกุศลอยู่เนืองๆ ภาคทิพย์ของผู้นั้นก็เป็นเทวดา
หากผู้ใดมีจิตที่จมแช่ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ หลงใหลไปกับสิ่งนั้นอยู่เนืองๆ จิตนั้นก็เป็นจิตของอสูรกาย
หากผู้ใดมีจิตที่หิวกระหาย โลภโมโทสัน จิตของผู้นั้นก็จะเป็นจิตของภูมิเปรต
หากผู้ใดที่ทรงรู้ ทรงสติ ฝึกบังคับสติ บังคับจิตไม่ให้ไหลไปอยู่เนืองๆ จิตของผู้นั้นก็จะเป็นพรหม

ในหนึ่งวัน สรรพสัตว์เกิดขณะจิตต่อเนื่องขึ้นจำนวนมากนับไม่ถ้วน ขณะจิตที่เกิดนั้นคือการสร้างกรรม เสวยกรรม และต่อภพชาติไปข้างหน้าแบบไม่รู้ตัว

ภพภูมิทั้งหมดนั้นไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการหลงเข้าไปสร้างกรรม ชดใช้กรรม และต่อภพชาติเท่านั้น ขณะจิตที่เกิดขึ้นเป็นภพเป็นชาตินั้นก็เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ว่าหลง ความหลงวิตกกังวลในสิ่งต่างๆ ในสถานการณ์ต่างๆว่ามันจะดี จะเลว จะส่งผลกระทบต่อตนเองยังไง จึงหลงดิ้นรนเข้าไปแก้กรรมด้วยการสร้างกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา

เราไม่สามารถเลือกได้ด้วยว่าจะไปเกิดที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพราะเงื่อนปมการเรียงตัวของภพชาติต่อๆไปนั้น ขึ้นอยู่กับความลึกลับซับซ้อนของกรรมในแง่ของปริมาณและคุณภาพที่เราจะไม่มีวันรู้ได้เลย พระพุทธเจ้าท่านจึงทรงบอกว่าเรื่องกรรมเป็นเรื่องอจิณไตยซึ่งไม่สามารถคิดคำนวณเอาได้นั่นเอง มีทางเดียวเท่านั้นที่จะหลุดพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏได้ก็คือการตื่นออกจากความหลง แจ้งในนิพพานเท่านั้น

ดังนั้นการที่จะออกจากความเป็นสัตว์ ออกจากความหลงได้ก็ต้องหมดจิตหมดใจกับทุกอย่าง วางใจว่าทุกอย่างมันถูกกรรมจัดสรรมาหมดแล้ว วางใจว่าทุกอย่างมันนิพพานอยู่แล้ว เพียงแค่วางใจได้ ก็จะคลายออกจากความหลงเอง กรรมจะค่อยๆหมดลงเอง แจ้งในเนื้อหานิพพานไปเอง ไม่ใช่ไปดิ้นรนออกจากกรรม เพราะการดิ้นรนเองนั่นแหละที่ก่อให้การขณะจิตจนเกิดภพชาติอยู่ภายใน

ความผูกพัน ความเป็นเหตุเป็นผล ความเชื่อมโยง ความเป็นเหตุเป็นปัจจัยทั้งหลายทั้งปวง มีขึ้นเพราะความหลงทั้งนั้น แล้วจะเอาอะไรไปแก้อะไรได้เล่าในเมื่อมันเป็นของปลอมทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้สังสารวัฏจึงได้ชื่อว่าเป็นภัยพิบัติใหญ่ของเหล่าสรรพสัตว์ ภัยพิบัติที่หมู่สรรพสัตว์ได้หลงติดอยู่ในนั้นยาวนานหลายภพหลายชาติ เป็นกัลป์เป็นกัป นานจนหาจุดเริ่มและจุดจบไม่ได้ เรียกว่าถ้ายังหลงอยู่ ยังยึดอยู่ จะอยู่ตรงไหนแห่งหนใดก็เป็นภัยทั้งนั้นแม้ว่าจะอยู่ในวัด นุ่งขาวห่มขาวหรือห่มผ้าเหลืองก็ตามที

ก็ให้วางใจ วางใจได้เมื่อไหร่กรรมใหม่ก็ไม่เกิด เลิกยึดติดกับสรรพสิ่งต่างๆ เลิกให้ความเห็นความหมายต่อสิ่งต่างๆ เชื้อกรรมเก่าก็จะหมดไปเอง นั่นแหละคือการพ้นจากภัยพิบัติที่แท้จริง

No comments:

Post a Comment