Tuesday, February 19, 2013

ความเป็นจริงที่ทุกคนรอคอย ตอนที่ 2

ถาม: ครับ แล้วประเด็นที่ว่า “ต้องเสวยวิบากก่อน” ล่ะครับ

หลวงพ่อ: ตรงนี้ก็หมายความว่ามันเป็นวิบากของเก่า ตั้งแต่วินาทีที่ผ่านมา  ก็จัดว่าเป็นอดีต เป็นของเก่าทั้งนั้น ที่เราตั้ง เราต้อง เราต้อง เราตั้ง เราย้ำ เจตนาซ้อนธาตุ ซ้อนขันธ์ จึ้งจ้อง ต้อง ตั้ง ซ้อนรู้ ซ้อนเห็น ซ้อนดู ซ้อนนึก ซ้อนคิด ซ้อนสัญญาความทรงจำอะไร ซ้อนความรู้สึก ซ้อนเซ้นซ์ ซ้อนอารมณ์ ที่เราย้ำซ้อน ย้ำซ้อนนี่ เป็นกรรมทั้งหมดลูก มีผลตามมาก็คือความทนยาก คือเวทนา และเป็นกาย เป็นอนุสัยวิบากตามมา คือเราต้องมาวนเวียนเป็นอย่างนั้นอยู่เรื่อยๆ เคยย้ำก็ย้ำอยู่เรื่อย เคยเกาะก็เกาะอยู่เรื่อย เคยยึดก็ยึดอยู่เรื่อย นี่เขาเรียกว่า “อนุสัยวิบาก” ตรงนี้มันจะเวียนมาตอบสนองตัวเองอยู่เรื่อยๆ

ถาม: แล้วหยุดได้อย่างไรครับ

หลวงพ่อ: ฉะนั้น ตรงนี้เราลบเลย สรุปล้างอย่างเดียว คือไม่ต้องไปคอยติดคอยหลุดแบบไหนอยู่แล้ว คือไม่ต้องอย่างเดียว และจะไม่ซ้ำรอยกรรมรอยเดิม คอยติดก็ไม่ต้อง คอยหลุดก็ไม่ต้อง ไม่ต้องอย่างเดียว

ถาม: ไม่ง่ายเลยครับ

หลวงพ่อ: ไม่ง่าย มันก็ตรงที่อนุสัยมันกวน วิบากมันกวน จงฟังเรื่อยๆ ฟังแล้วมันจะค่อยจบตาม ฟังนั้นแหละลูก ในสิ่งที่ฟังแล้วตอกย้ำความยึดติดมา เราก็ยังฟังได้

ถาม: คือมีความรู้สึกผิดกับบางสิ่งบางอย่าง...

หลวงพ่อ: จงตั้งจิต จงดำริขอขมาเดี๋ยวนี้เลย เอ้า ตั้งนะโมก่อน เดี๋ยวมันจะคลายกรรมวิบาก

“นะโม ตัสสะ ภควโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภควโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภควโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ สิ่งใด ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สบประมาท ปรามาสล่วงเกิน ต่อองค์คุณเบื้องสูง ต่อองค์คุณพุทธะ ต่อองค์คุณมหาพุทธะ ต่อองค์คุณพระโพธิสัตว์ ต่อองค์คุณพระมหาโพธิสัตว์ ต่อองค์คุณพระอรหันต์ ต่อองค์คุณพระมหาอรหันต์  ต่อองค์คุณบิดามารดา ต่อองค์คุณอุปัชฌาอาจารย์ สิ่งใด ที่ไม่ตรงต่อสัจธรรม เป็นกรรมซ้อนธรรม ข้าพเจ้ากราบขออโหสิกรรม ขอองค์คุณเบื้องสูง พุทธะ มหาโพธิสัตว์  พระอรหันต์ มหาอรหันต์  จงได้โปรดเป็นประธานอโหสิกรรม ให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เพื่อความไม่ติด ไม่ขัด ไม่ข้อง ไม่คา ตรงต่อเนื้อหาสัจธรรม ตรงต่อนิพพาน ณ โอกาสบัดนี้ด้วยเทอญ”

หลวงพ่อ: โส โหสิ  โหสิ โหสิ

หนึ่งก็คือ ที่เราเข้าใจผิดนี่น่ะลูก ในการปฎิบัตินี่ แล้วมันเกิดภาวะของกรรมซ้อนธรรม คือเข้าไปยึดในธรรม โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์

สอง ถ่ายทอดแนวทางอย่างนี้ สู่สรรพชีวิตทั้งหลาย เกิดกรณีกรรมซ้อนธรรมกับสรรพชีวิตต่อไปอีก ไม่สามารถจะฉับพลันตรงต่อเนื้อหาของนิพพานได้ คือออกจากทุกข์คลายทุกข์ นั่นก็เป็นกรรมระลอกสอง จากการสืบต่อนั่นเอง สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่บังทั้งนั้น

อีกประการหนึ่ง ล่วงเกิน คุณพุทธะ มหาโพธิสัตว์เอาไว้ในกาลหนึ่งกาลใด ยุคหนึ่งยุคใด จะกัลป์หนึ่งกัปป์ใดก็ตามที โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ สิ่งเหล่านั้น ถือว่าประมาทในคุณเบื้องสูง ก็บังอีกเหมือนกัน เมื่อจะมาศึกษาในเนื้อหาสัจธรรมของท่าน ซึ่งเป็นผลงานของท่านนี่ เป็นผลจากการกลั่นกรองสิ่งเหล่านี้ แล้วนำมาสืบทอดของท่านนี่ จึงอาจจะเข้าใจยาก เมื่อขอขมาโดยจิตสำนึกอยู่เสมอๆ โดยเอาพุทธะ มหาพุทธะ พระโพธิสัตว์  มหาโพธิสัตว์ พระอรหันต์ เป็นประธานเท่านั้น อยู่เรื่อยๆลูก กรรมเหล่านี้ จะค่อยๆคลี่คลายออก เรียกว่า “สำนึกในคุณ” ฉะนั้น ลูกก็จะค่อยๆตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมมากขึ้น เมื่อฟังสัจธรรมตรงๆ ก็จะตรงตามท่าน แต่นั้น ทุกอย่างมันจะเริ่มหมดยากหมดง่ายลูก

ถาม: หมดยากหมดง่าย ?

หลวงพ่อ: ถูกแล้ว ยากก็ไม่ใช่ ง่ายก็ไม่ใช่

ถาม: กินใจ ประโยคนี้

หลวงพ่อ: มันไม่ใช่เลยลูก แต่เราไปทำให้มันยากเอง เราไปทำไม่ให้มันง่ายขึ้นมาเอง เราไปทำ นี่มันติดตัวเข้าไปทำ จริงๆมันไม่ใช่การเข้าไปกระทำ ไม่ใช่การไปคอยติดหรือไปคอยหลุด ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย นั่นแหละคือเนื้อหาที่เรียกว่า “นิพพานอยู่แล้ว” สิ่งที่ไปคอยติดคอยหลุดนี่มันหมายถึง “ตัณหาหรือความดิ้นรน” ของทุกคนเอง ที่ยังอิงตัณหา ที่ยังอิงความดิ้นรนอยู่

ถาม: อยากนิพพาน ?

หลวงพ่อ: ถูกแล้ว มันอยาก แต่ไม่มีใครกล้าสมุจเฉทในสิ่งนี้ และยังสอนให้ปรารถนานิพพานต่อไปอีก นั่นก็เป็นคำสอนที่ผิดจากความเป็นจริง ก็ไม่สามารถจะสื่อให้ตรงต่อนิพพานปัจจุบันได้ไงลูก มันก็เลยเป็นคำสอนที่พ่วงด้วยกรรม จริงๆ “ความปรารถนาเป็นสมุทัย” ทำไมสอนสมุทัยให้กับสรรพสัตว์ แค่นี้ก็ตีหัวแบะแล้ว ความปรารถนานี่เป็นสมุทัย ทำไมสอนสมุทัยให้กับสรรพสัตว์

มันไม่ใช่ตรงที่คอยติดคอยหลุด นั่นแหละ เขาเรียกยกเลิกตัณหาทั้งหมด มันจบเลย ส่วนวิบากเก่ามันจะผ่านมาผ่านไป ช่างมัน

ถาม: ช่างมัน ?

หลวงพ่อ: ช่างมันลูก ลูกไม่ต้องไปคอยติดคอยหลุดซ้อนลงไป ช่างมัน วิบากทางความคิด วิบากในการรับรู้ วิบากทางสัญญาความจำ วิบากทางความเห็นความหมาย มันเป็นวิบากน่ะ อนุสัยทั้งนั้นแหละ ช่างมัน ไอ้ช่างมันนี่ รู้ไหมว่ามันจบ มันตัดแล้ว เป็นสติชนิดตัด ปัญญาชนิดตัดเรียบร้อยไปแล้ว แต่มันเปลี่ยนมาใช้สื่อง่ายๆ  สื่อสามัญธรรมดาทั่วไป

ถาม: ไม่ได้เป็นแบบให้เป็นไปตามยถากรรมหรือครับ

หลวงพ่อ: ไม่ใช่ ไม่ใช่เป็นการปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม

ถาม: แต่ช่างมัน ?

หลวงพ่อ: ช่างมันนั้นเป็นการตัดใจ มันตัดนั้น คือตรงนี้มันไม่ไหลตามไม่คล้อยตาม

ถาม: ผมอยากหยุดทางโลก ตอนนี้ทำงานเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยอยู่ แต่ว่า...

หลวงพ่อ: ฟังธรรมะไปเรื่อยๆ สัจธรรม ซีดีน่ะ ถ้าหากว่าไม่ได้มาอยู่ ณ จุดนี้ ไม่ได้ฟัง ณ จุดนี้ที่เป็นต้นขั้ว เฉพาะหน้านี่ ฟังซีดีนะ มันจบให้เอง

ถาม: ใกล้ถึงเวลาจบของพี่เค้าแล้วยังคะ

หลวงพ่อ: ก็ มันก็เป็นนิมิตหมายอยู่แล้วว่า นี่หลวงพ่อก็อยู่รอให้อยู่แล้ว

ถาม: ไม่ได้นึกได้ฝันเลยครับ

หลวงพ่อ: นั่นแหละ มันไม่ใช่สิ่งยากสิ่งง่ายลูก เพราะมันไม่เนื่องด้วยการเข้าไปกระทำ การเข้าไปกระทำมันคือ “ตัณหาอุปาทานกรรม” เรียกว่า “กรรม” เรียกว่ากรรมก็คือ “กิเลส” นั่นเอง อันนี้มันไม่ใช่กรรม สัจธรรมนี้ไม่เกี่ยวกับกรรม มันหมายถึง “ความไม่ยึดติด” มันไม่ใช่การไปคอยเริ่มคอยจบแบบไหน ไม่ใช่

No comments:

Post a Comment