Tuesday, February 26, 2013

คุยข้างเดียว#1

"คุยข้างเดียว" ถือเป็นบทบรรณาธิการที่ผมเขียนขึ้นเพื่อสื่อสารกับท่านผู้อ่านทั้งหลาย..แบบทางเดียวนะ 555

ทีแรกจะใช้ชื่อว่า "มัดมือชก" ก็คิดว่าคงไม่ต้องตอกย้ำมากก็ได้ เพราะปกติก็มัดมือชกคนอ่านอยู่แล้ว อิอิ

เอาล่ะ หมั่นไส้กันพอประมาณ เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน

ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผมจะใช้เวลาตะบี้ตะบันเขียนบทความออกมาให้อ่านกันตามแต่กำลังและเวลาจะเอื้ออำนวย บทบรรณาธิการจึงถูกเขียนออกมาเฉพาะตอนช่วงที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เช่นช่วงที่จะต่ออายุเว็บไซต์ เพราะเว็บแห่งนี้อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคของญาติธรรมทั้งหลายจริงๆ ผมเองไม่มีเงินที่จะสนับสนุนเว็บหรอกครับ เพราะทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำงานอะไร เผยแพร่อย่างเดียวจริงๆ ยิ่งวิญญาณหลงทาง ที่มีภาพกราฟฟิกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ยิ่งทำให้แต่ละบทความที่จะออกมาก็จะยิ่งช้าลง ผมก็คงต้องแทรกด้วยบทความเบาๆบ้าง

ซึ่งช่วงที่ผ่านมา บทความใหม่ๆจะถูกปล่อยขึ้นเว็บประมาณอาทิตย์ละสองตอน(ไม่ต้องเดากำหนดการขึ้นบทความครับ ผมก็มั่วไปเรื่อยแหละ) แทรกด้วยถอดความเทศนาธรรมของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะที่ยังคงเหลือในสต็อกไม่มาก พอหมดเมื่อไหร่ก็อาจจะเหลือเนื้อหาที่ผมเขียนขึ้นแบบเพียวๆแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมเองก็ไม่อยากที่จะให้เข้ามาอ่านจดจ่อกันมากนักเพราะมันก็ยังมีการวนใช้ขันธ์อยู่เหมือนกัน บทความที่มีในเว็บจึงน่าจะเหมาะกับคนใหม่ๆที่เพิ่งเจอกับสัจธรรมและสำหรับเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่สำหรับท่านอื่นที่ไม่ถนัดจะพูดสัจธรรมด้วยตนเองมากกว่า ส่วนใครที่เข้าใจสัจธรรมของหลวงพ่อแล้ว ผมก็ไม่สนับสนุนให้เข้ามาอ่านเอารู้เอาเห็นนะครับ ไม่ต้องเลย

ช่วงนี้ผมก็ยังหาช่วงเวลาเหมาะๆไม่ได้ที่จะบันทึกเสียงสื่อในชุด วิญญาณหลงทาง สักที เนื่องจากโต๊ะผมตั้งอยู่ตรงโถงบ้านชั้นสอง ไม่ใช่ห้องปิดและไม่ใช่ห้องแอร์ ทำให้เกิดเสียงรบกวนจากทีวีชั้นล่างพอสมควร และถ้าผมจะบันทึกเสียงจริงๆ ผมก็ต้องปิดพัดลมด้วยครับ เลยทำให้การทำงานยากขึ้นไปอีก แต่เดี๋ยวผมจะลองบันทึกเสียงแล้วแก้เสียงผ่านขั้นตอน noise reduction ดู ถ้าพอไปได้ก็จะลองบันทึกเสียงตอนแรกขึ้นเว็บเร็วๆนี้

เสียงตอบรับกับสื่อในชุดวิญญาณหลงทางก็ค่อนข้างดีครับ ดูจากยอดคนอ่าน และบางท่านที่โทรเข้ามาบอกด้วยตนเองก็มี

ปฏิจจสมุปบาทนั้นเป็นเนื้อหาที่ผมไม่เข้าใจมันเลยตั้งแต่ก่อนที่จะเจอหลวงพ่อ ในช่วงที่เขียนบทความสัจธรรมแรกๆผมก็ไม่ได้สนใจที่จะดูมันหรอกครับ แต่พอหยิบขึ้นมาดูอีกที ก็พบว่า เฮ้ย...มันเคลียร์ชนิดทะลุปรุโปร่งหมดเลยนี่หว่า ว่าแล้วผมก็เอามาเป็นแกนกลางในสื่อชุดวิญญาณหลงทางซะเลย เพราะวงจรปฏิจจสมุปบาทนั้นเป็นปริศนาที่คลุมเครือมานานแล้ว คือมีแต่หลักการแต่ไม่มีใครเข้าใจจริงๆเลยว่ามันเกิดยังไงในความเป็นจริงของสังสารวัฏ แล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องมโนธาตุจริงๆด้วย มันเลยมีแต่ภาพวงจรวงกลมๆที่ไม่มีทางออก (ซึ่งผมเรียกว่าวงจรปฏิจจสมุปบาท ฉบับสิ้นหวัง เพราะมันหาทางออกไม่เจอ) เอาไว้รออ่านหรือรอชมวิดีโอในตอนต่อไปครับ เพราะไอ้ความลับแห่งสังสารวัฏที่น่าอึ้งกิมกี่นั้นยังมีอีกเยอะ ซึ่งหากเปรียบ "บันทึกสัจธรรม" เป็นบทขยายความสัจธรรมที่แสดงโดยหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ ซึ่งช่วยเปิดความจริงแท้แล้ว "วิญญาณหลงทาง" ก็คงจะเป็นการเอาหลักฐานทั้งหมดมาแสดงต่อสาธารณะเพื่อจะได้รู้ว่า เนื้อหาที่ผมเขียนขึ้นเผยแพร่ในเว็บนี้ ไม่มีมั่วแม้แต่ประโยคเดียวครับ

และช่วงที่ผ่านมา ก็เพิ่งมีญาติธรรมท่านหนึ่งโทรมาขอให้ผมจัดพิมพ์ "บันทึกสัจธรรม" ขึ้นเป็นฉบับธรรมทานเพราะก่อนหน้านั้นผมสำเนาและเย็บเล่มอย่างดี เอาไปแจกที่วัดประมาณ 250 เล่ม และหมดไปแล้วอย่างรวดเร็ว จึงมีญาติธรรมจำนวนหนึ่งที่อยากจะได้หนังสือเลยขอให้ผมจัดทำ ซึ่งจริงๆก็มีญาติธรรมที่จะสนับสนุนเงินบริจาคอยู่แล้วครับ ผมเลยดำริว่าน่าจะทำสัก 2-3 พันเล่ม โดยมีแผ่นซีดีรวมเทศนาธรรมหลวงพ่อสัก 20 ตอนแทรกไปด้วย แต่การทำ artwork คงจะต้องจ้างกราฟฟิกดีไซน์ เพราะถ้าผมทำเองหมด ตายแน่ๆ คงไม่มีเวลามาเขียนบทความใหม่ๆ พอวางแผนคร่าวๆเรียบร้อย ก็โทรไปถามหลวงพ่อว่าจะคัดเลือกตอนไหนลงในแผ่นบ้าง คำตอบที่ได้คือ

"ไม่ต้องไปทำหรอกลูก หนังสือมันทำให้ไปจดจ่อในการใช้ขันธ์อีก เดี๋ยวอีกหน่อยก็จะโปรดกันโดยอานุภาพอย่างเดียวแล้ว ทุกอย่างมันจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ"

เมื่อท่านดำริดังนี้ ผมก็ไม่ขัดครับ เพราะท่านคงหยั่งรู้อะไรดีกว่าผม บันทึกสัจธรรมฉบับธรรมทานจึงถูกระงับไป แต่ถ้าท่านใดอยากจะได้ก็ download ไฟล์หนังสือแล้วเอาไปส่งที่ร้านถ่ายเอกสารที่สามารถสั่งพิมพ์ได้จากคอมพิวเตอร์แล้วทำรูปเล่มก็ได้ครับ สวยงามเหมือนหนังสือจริง

ส่วนเล่ม "ไม่ต้องนับหนึ่ง มันก็นิพพานอยู่แล้ว" นั้นหยุดพิสูจน์อักษรไปได้พักใหญ่แล้ว เนื่องจากการเขียนบทความใหม่ๆ ประกอบกับมีทั้งฆราวาสและพระสงฆ์โทรมาสนทนาธรรมกับผมมากพอสมควร แต่ละท่านก็สนทนากันไล่ตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงจนถึงสามชั่วโมงก็ยังมี ผมก็ใจดีน่ะนะ เปิดให้เต็มที่ แต่ไม่ค่อยจาไหวแล้วครับ เหนื่อยเจงๆ จากนี้ไปผมคงจะต้องขอสนทนาสั้นๆจบนะครับ เอาแต่เนื้อหาจริงๆ ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นก็เก็บเอาไว้ไปอึ้งคนเดียวหลังไมค์ ไม่ต้องมาอึ้งใส่โทรศัพท์นะจ๊ะ มานานเกิน สมองจะไหม้แล้ว 555

ไปล่ะ แล้วเจอกัน(ที่หน้าเว็บ)ครับ

No comments:

Post a Comment