Monday, February 18, 2013

ใจจริงๆไม่มี ที่มีไม่ใช่ใจ-1

ถอดความไฟล์เสียง
ใจจริงๆไม่มี ที่มีไม่ใช่ใจ-1
หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต

ลูกก็แค่ไม่อะไรกับอะไรเท่านั้นแหละ..ใจ  มันไม่มีมากหรอกกรรมวิบากทางจิต  ทางความนึก ความคิด  ที่มันโผล่ขึ้นมาแต่ละอย่างแต่ละเรื่องอะไรนั่นน่ะ  เดี๋ยวก็คลายออกหมดเอง..ไม่เหลือ  มันผ่านเองแหละทั้งหมด  จะทนยาก..ทนง่าย  ทนได้..ทนไม่ได้  หรือว่าจะขนาดไหนก็ผ่านหมดไม่เหลือ  ฉะนั้นถ้าพูดถึง..ใจ ก็หมายถึง..ไม่อยู่แล้วไปเลย

ใจเนี่ยตรงกับคำว่า..มโนนั่นแหละ  ใจ..ที่ไม่อยู่แล้วคือ..มโนอยู่แล้ว  มันไม่อะไรกับอะไรอยู่แล้ว  คือตรงๆกับความเป็นใจที่แท้จริง  ใจที่มันไม่มีอะไร  ฉะนั้นเมื่อพูดถึง” ใจ “ ก็คือไม่อะไรกับอะไรนั่น..ใจ..ความคิดไม่เกี่ยวนะ  แม้แต่การคอยรู้..การคอยรู้ก็ไม่เกี่ยว  การคอยรู้..การคอยเห็น..การคอยเข้าใจอะไรก็ไม่เกี่ยวอีก..ยังไม่ใช่ใจ  เป็นอารมณ์ปรุงแต่ง  แม้แต่ปัญญาก็ไม่เกี่ยวลูก

การคอยรู้  การคอยพิจารณา  การคอยไตร่ตรอง  ใคร่ครวญอย่างนั้นอย่างนี้  ไม่เกี่ยวหรอก  อันนั้นมันเป็นอารมณ์ปรุงแต่งทั้งนั้น...ยังไม่ใช่ใจที่แท้จริง เพราะใจจริงๆน่ะ...ศูนย์....ใจกลาง...ถ้าไม่กลางก็ไม่เรียกว่าใจ  ใจ..ก็ต้องตรงกลาง  กลางก็หมายถึง...ศูนย์...คือศูนย์กลาง  กลางก็ต้องหมายถึง...ศูนย์...ศูนย์ก็คือ..ไม่มีอะไร  ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น

ฉะนั้นตรงรู้ก็ยังไม่ใช่ใจ  เป็นเพียงแค่ญาณบ้าง  เป็นเพียงแค่ปัญญาบ้าง  เป็นเพียงแค่สติบ้าง  เป็นเพียงแค่สมาธิบ้าง  เป็นเพียงแค่ฌาณบ้างอยู่แค่นั้นเอง  แต่...ยังไม่ใช่ใจ

ของพวกนี้ยังถูกอุปโลกน์ขึ้น  ความคิดก็ไม่ใช่  ความนึกก็ไม่ใช่  หรือจะการคอยเห็นก็ยังไม่ใช่  เป็นเพียงแค่ทิฐิชนิดหนึ่งเท่านั้น...ยังไม่ใช่ใจ  เพราะว่าถ้า “ใจ”จริงๆนี่  มันไม่เกี่ยวกับอะไรเลย   รู้..ไม่รู้  เห็น..ไม่เห็น  ไม่เกี่ยว  ไม่มีลักษณะของความเป็นอะไร  เค้าเรียกว่า..ว่างอยู่แล้ว  ฉะนั้นที่โผล่ขึ้นมามันเป็นวิบาก  เค้าเรียกกรรมวิบากที่เคยตอกย้ำเอาไว้  ชอบคิดมากน่ะเหรอก็ตอกย้ำเอาไว้ไง  คิดว่า..คิดแล้วไม่เสียเงินน่ะ  ก็คิดไปเรื่อยเลย  ฟุ่มเฟือยไปด้วยความนึก ความคิด จินตนาการ  อย่างนั้นอย่างนี้  ก็เลยที่มัน..ต้อง..ตั้ง..ไหลตามไปอย่างนั้นเขาเรียกว่า..การตอกย้ำ

ความปรุงแต่งทางใจจัดว่าเป็นขยะมูลฝอยชนิดหนึ่ง  มันไม่อยู่ที่หัวสมอง  มันไม่อยู่ที่หัวสมองนะ  เพราะถ้าเรื่องยุ่งยุ่งมันอยู่ที่หัวสมอง  ถ้าตายไปแล้วคงจะหมดยุ่ง  เพราะหัวสมองก็ไม่เหลือเหมือนกัน  ตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเล็บเท้าก็ไม่เหลือ  ก็คงจะหมดยุ่งแต่มันก็ยังยุ่ง  ก็เพราะว่าไอ้จิตปรุงแต่งนี่แหละ  ตรงรู้..ตรงเห็น  ตรงเข้าใจ  ตรงนึก..ตรงคิด  ตรงวิตกวิจัยวิจารณ์เนี่ย  ตรงลักษณะของการปรุงแต่งที่จิต..ติดนิสัย  กลายเป็นอนุสัยวิบาก..ลากไปตลอด  ฉะนั้นอนุสัยทั้งหลายเหล่านี้เนี่ย  กรรมอนุสัยน่ะมีทุกคน  มนุษย์ อมนุษย์  มีทั้งหมด  มันหลงมาไม่รู้กี่กัลป์ กี่กัปป์ กี่ภพ กี่ชาติ กี่พุทธันดร  ไม่ใช่แค่ชาติหนึ่งชาติใด  มันหลงต่อเนื่องมาตลอด  หลงตอกย้ำยังไงลูก  รู้ต้องรู้  เห็นต้องเห็น  นึกต้องนึก  คิดต้องคิด  เข้าใจต้องคอยเข้าใจ  พยายามเข้าใจให้ได้อย่างนี้ เป็นต้น

มันตอกย้ำทั้งนั้น  เรียกว่ากรรมซ้อนทั้งหมด  อุปาทานซ้อนทั้งหมด  มันก็เลยติดนิสัยอย่างนั้นมา  จะต้องจำให้ได้  จำไม่ได้..ไม่ได้  มันย้ำไปหมด..สัญญา  มันก็ปรากฏขึ้นมารบกวน  เค้าเรียกกระแสวิบากทางใจมันกวน  ลูกก็ตรงต่อที่ไม่อยู่แล้ว  ที่มันไม่ต้อง..มันไม่ตั้งแบบไหนอยู่แล้ว  ที่มันไม่อย่างไรอยู่แล้วนั่นแหละ  มันก็ทวนกระแสวิบากทั้งหลายได้เอง  ไม่คล้อยตามไปเอง  มันไม่ต้องแบบไหน..มันไม่ต้องอย่างไร  ที่มันไม่อะไรกับอะไรอยู่แล้วเนี่ย  ไม่ต้องเริ่ม..ไม่ต้องจบแบบไหน..จิต...ไม่อยู่แล้วนั่นแหละ  มันก็ทวนกระแสอนุสัยทางจิตไปเอง  ไม่หลงไปเอง  ไม่คล้อยตามไปเอง

มันจะไม่มีสภาพที่ต้องทนยากหรือทนง่ายแต่ประการใดอีกต่อไป  ที่มันรู้สึกว่าทนยากอยู่  ก็เพราะว่ามันเกิดแรง  เพราะว่าตั้งเอาไว้แรง  จริงจังเอาไว้เกิน  เกิดตีกลับมาเวลาตีกลับมามันก็แรง  มันแรงมากมากเข้า  มันเลยเกิดสภาพชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเวทนา  คือ ทนยาก  เวลามันอยากขึ้นมาก็..ยาก..ไปหมด  ทนยาก........ต่อความอยากเพราะมันจริงจังไว้เกินไป ตั้งเกิน..มันก็เลยพาแต่เวทนามาให้ตลอด  ทนยาก..ทนง่าย  ทนง่าย..ทนยาก อยู่อย่างนั้น มันก็สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่อย่างนั้น

ทีนี้ก็ไม่ต้องไปแก้ไข  ใจ..เราก็หมายถึงไม่อะไรกับอะไรไปเลย  จะได้ตรง..ใจ..น่ะก็หมายถึง..ไม่ไปเลย  ไม่อะไรกับอะไรไปเลย  เพราะตรงนึกมันไม่ใช่ใจ..อะไรก็ไม่รู้  ตรงคิด..ก็ไม่ใช่ใจ  ถ้าความคิดคือ..ใจ  มันก็ไม่เอียงหรอก  ไม่เอียงไปเอียงมา  ไม่กระโดดมากระโดดไป  คิด..ตรงคิด..มันไม่ใช่ใจ  เค้าเรียกว่าอารมณ์ปรุงแต่ง  ตรงคอยรู้นี่ก็ไม่ใช่ใจ  เขาเรียกว่า วิญญาณสัมผัส  มันยังเป็นภพเป็นชาติอยู่  เป็นเชื้อเป็นเหตุอยู่  เวลาไปรู้ทีไรมันก็เกิดเรื่องทุกที  ไปรู้ทีไรก็ผัสสะมีผลทุกที  เวลาไปรู้ทีไรก็มันได้ปรุงแต่งทุกที  มีอารมณ์ตามมาทุกที  อย่างนี้เป็นต้น

ฉะนั้นมันไม่ใช่..ใจ  ที่รู้ก็ไม่ใช่ใจ  ใจไม่มี  ที่มีไม่ใช่ใจ  เป็นภาวะปรุงแต่ง..ลูก  เป็นภาวะมายาชั่วคราว  อารมณ์ชั่วคราว  ภาษาอีกอย่างเค้าเรียกอาสวะ  อารมณ์ชั่วคราว..อาสาวะ..อาสวะ  ถ้าแปลตรงๆเค้าเรียก “สวะ “..สวะ..รู้จัก..สวะ..มั้ย  สวะที่มันเป็นพวกปฏิกูลลอยมาตามกระแสน้ำ  เศษหญ้า เศษไม้ เศษอะไรอย่างนี้เรียกว่า..สวะ  เศษน่ะ  ความคิดไม่ใช่ใจ  ความรู้ก็ไม่ใช่ใจ  อาสวะทั้งนั้น

ฉะนั้นโดยที่ไม่อยู่แล้วเนี่ย  โดยที่วางอยู่แล้ว..ว่างอยู่แล้วเนี่ยลูก  มันค่อยจบ  ตรงต่อนิพพานอยู่แล้ว..ทันที  ไม่ใช่ข้างหน้า  อย่าไปคิดหา  อย่าไปนึกหา  ถ้าไปคิดหา..ไปนึกหามันก็เลย..เลยหมด  มันไม่ใช่แค่จังหวัดเลย  มันเลยทั้งสังสารวัฏ  จังหวัดเลยนี่ยังน้อยนิดเดียว  ถ้าเลยทั้งสังสารวัฏตรงไหนก็เลยหมด  ถ้าคิดหา นึกหา รู้หาเนี่ย  เลยหมดนะลูก  มันเลยความเป็นจริง  นิพพานอยู่แล้ว..นิพพานอยู่แล้ว..นิพพานอยู่แล้ว  ไม่ใช่อะไรอยู่แล้ว  มันไม่ใช่อะไรอยู่แล้ว

ดังนั้นธรรมะทั้งหมดที่แสดงมาทั้งหมดแห่งองค์พุทธะ  เนี่ยลูกเห็นมั้ย..เต็มตู้  แต่ทั้งตู้เนี่ย  สรุปลงตรงที่ความไม่ยึดติดที่เดียว  แล้วจบหมดทั้งตู้เลย  รู้มั้ย  ไอ้ทั้งตู้ทั้งตู้เนี่ย  ประมวลลงสู่ความไม่ยึดติดสถานเดียว  แล้วจบหมดทั้งตู้เลย  กี่เล่ม..กี่เล่มเนี่ย  รู้มั้ย  ที่มันไม่ใช่การยึดติดอยู่แล้วเนี่ย  ที่มันไม่อะไรกับอะไรอยู่แล้วนั่นแหละ  มันจบหมดทั้งตู้..พระไตรปิฎก  ขนาดไปเข้าฌาณ..ฌาณสี่ถึงฌาณแปดยังไม่จบเลย  พยายามพิจารณาแล้ว พยายามพิจารณาอีก  ถ้ายังไม่ทิ้งปัญญาก็ยังไม่จบ  มันยึดปัญญาอยู่ก็ยังไม่จบ  กี่ประโยคก็ไม่จบ  แปดประโยคก็ไม่จบ  เก้าประโยคก็ไม่จบ  ต่อให้อีกเก้าเป็นสิบแปดก็ไม่จบ  ดันทุรังเรียนไปมันก็ไม่จบ  ปัญญามันไม่ตัดปัญญาเอง  มันไม่ทิ้งตัวปัญญาเอง  มันยังยึดปัญญามันก็ไม่จบ  สติยึดสติก็ไม่จบ  สมาธิยึดสมาธิก็ไม่จบ  ฌาณยึดฌาณก็ไม่จบ  ปัญญายึดปัญญาก็ไม่จบ  มันไม่จบในธรรมเขาเรียกว่า มันคาธรรม

ฉะนั้นโดยที่มันไม่ยึดติดอยู่แล้ว  โดยที่มันไม่อะไรกับอะไรอยู่แล้ว.....เราก็อย่ามัวแต่อะไร.....กับอะไร.....อยู่  จะทนยาก..ทนง่าย  อดยาก..อดง่ายขนาดไหน  ใจ..ลูกก็หมายถึง  ไม่อะไรกับอะไรนั่นแหละ  แล้วมันก็คลี่คลายไปเอง  ไม่อยู่แล้วเนี่ย  ที่ไม่อยู่แล้วเนี่ย..มโน..มโน..มโนอยู่แล้ว  มันไม่..มันไม่อะไรกับอะไรอยู่แล้วเนี่ย..มโน  มันก็จะค่อยๆเริ่ม โอเคไปเอง  ทนได้ไปเอง  จากยากก็ง่ายไปเอง  จากง่ายก็หมดง่าย  ไม่ยาก..ไม่ง่าย..มันก็จบเลย

มันก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ  มันก็ไม่ต้องคอยยาก..คอยง่ายแบบไหนอีก  นิดนึงก็ไม่ต้อง  หน่อยนึงก็ไม่ต้อง กับอะไรอะไร  มันไม่ต้องไปคอยยากคอยง่ายกับอะไรต่อไปอีก  นิดนึงก็ไม่ต้อง  หน่อยนึงก็ไม่ต้อง  นอกเหนือสุข  นอกเหนือทุกข์  ไม่อยู่ในฐานะสภาวะลุ่มลุ่มดอนดอน วูบวูบวาบวาบอะไร

ตรงนึกก็ไม่ใช่ลูก  ตรงคิดก็ไม่ใช่  เค้าเรียกอารมณ์ปรุงแต่งชั่วคราว  ไม่ใช่กัลยาณมิตร  เค้าเรียกของชั่วคราวไม่ใช่กัลยาณมิตร  ฉะนั้นมันไม่ต้องอยู่แล้ว..ใจน่ะ..เราไม่ต้อง..ไม่ตั้งมันแบบไหนขึ้นมาอีก  ที่ตั้งใจ..ตั้งใจ..ตั้งใจ  ไปตั้งมันทำไมหรือ  เค้าเอาไว้ตั้งกับงาน  ถ้านิพพานไม่ต้องตั้งลูก  ว่างอยู่แล้ว..ทันที  เอาไว้ตั้งกับงาน  แล้วก็ตั้งแบบพอดีด้วย  ถ้าตั้งไม่พอดีก็หัวปักหัวปำ  หน้าดำ..หน้าแดง..หน้าเขียว..หน้าย่นเป็นไปเรื่อย  แล้วมันตีกลับ  ถ้าตั้งมันก็หนักอยู่แล้ว  ของหนักกดทับลงไปเรียกว่าตั้ง  มันเป็นของหนักอยู่แล้ว  ถ้าใช้งานถ้าตั้งกับงานมากก็กดดันมาก..ตีกลับกดดันมาก  ตั้งแบบพอดี  แต่ว่านิพพานนี่  ไม่ต้องตั้งก็ว่างอยู่แล้ว  เอาอะไรไปตั้งอีก  กับการวางอยู่แล้วคือไม่ต้องตั้ง..วางอยู่แล้ว..ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง  ตั้งกับงานก็เป็นการตั้งชั่วคราว  มีจิตเข้าไปตั้งกับมันชั่วคราว  ตั้งแล้วก็แล้วไป  ไม่ต้องร่ำรี้ร่ำไร  แต่ถ้ามันตั้งมากๆเข้า  โดยไม่เข้าใจถึงการ..แล้วแล้วไป  มันก็ติดลม  ติดลมนี่ก็เป็นโรคหลอน  ไอ้ลักษณะคอยต้อง..คอยตั้ง  มันจะมาหลอนอยู่เรื่อย ๆ  นอนแล้วก็ยังตั้งอยู่เลย  ขนาดนั่งพักแล้วก็ยังตั้งอยู่นั่น..ติดลม..มันหลอนนั่นแหละเขาเรียกว่ามันเกินไป

ฉะนั้นลูกก็ตรงต่อที่มัน..ไม่ต้อง..ไม่ตั้งอยู่แล้วจนเคยชินเคยชินกับที่มันวาง..ว่างอยู่แล้วดีดี  ที่ผ่านมามันเคยชินอีกลักษณะหนึ่ง  เคยชินกับเจตนากรรมตลอด  มันไม่..มันไม่บาลานซ์..มันเอียงน่ะ  พอมันเอียงมากมาก..มันเหวี่ยง  แรงเหวี่ยงมันเยอะ..เอาไม่อยู่  มันก็แกว่งไปตามวิบากทางจิต  แกว่งไปตามความนึกความคิด  มันเอาไม่อยู่เลย..มันเหวี่ยง  แรงเหวี่ยงมันเยอะ  แรงเหวี่ยงมันแรง

ทีนี้ก็คุ้นเคยกับที่มันไม่ต้อง..ไม่ต้อง..โดยสัจจะข้อนี้ตลอดเลย  โดยที่ไม่อยู่แล้วเนี่ย  ไม่ต้องแบบไหน..ไม่ต้องอย่างไรอยู่แล้วตลอด  ต่อไปที่ว่าทนยากๆ  มันจะทนได้เอง  ต่อไปก็เลิกทาสในตัวเองทั้งหมด  มันไม่เป็นทาสในส่วนไหนในตัวเองทั้งหมด  เลิกทาส..เลิกทาส..เลิกทาส  ลูกก็..ไม่..โดยตัวมันเองอยู่แล้วตลอด  ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง  โดยตัวมันเองอยู่แล้วตลอด............ไม่ต้องเสาะแสวงโดยตัวมันเองอยู่แล้วตลอด  ไม่ต้องเสาะแสวงโดยตัวมันเองอยู่แล้วตลอด..........
                               
                              มันก็หมดเลย..หมดยาก...หมดง่าย..ในจิตนี่......ทั้งหมดเลย
               
                                          +++++++++++++++++++++++++++++++                                      

No comments:

Post a Comment