Tuesday, February 26, 2013

คุยข้างเดียว#14 อาจาริยบูชา หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต

ตอนนี้เป็นเวลา 22.07น. วันที่ 16 มกราคม 2556 เพิ่งสังเกตเห็นว่าวันนี้เป็นวันครูก็เมื่อวานนี้เอง ทำให้นึกเลยไปถึงเมื่อ 3 ปีก่อน เวลาราวๆ 5.30 น.ของวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2553 ซึ่งเป็นวันผมได้ไปกราบหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ครั้งแรก และไม่เคยนึกมาก่อนว่าการเดินทางแสวงหาทางพ้นทุกข์จะจบลงที่วัดร่มโพธิธรรมวันนั่นเอง

เรียกว่าเป็นวันตายทางโลกและถือกำเนิดใหม่ทางธรรมก็คงจะได้ ซึ่งถ้าท่านใดยังไม่เคยอ่านตอนที่ผมไปกราบสนทนากับหลวงพ่อฯครั้งแรกก็ลองคลิกเข้าไปอ่านดู ที่นี่ นะครับ ไม่อยากเล่าซ้ำ

ถึงวันนี้ก็ยังแทบจะไม่เชื่อตัวเองล่ะครับว่า จะได้เจอของจริงของแท้แบบที่เผยแพร่มาสามปีเต็มๆ ณ เว็บไซต์แห่งนี้ และที่น่าอัศจรรย์ใจมากๆก็คือ ผมได้พบครูบาอาจารย์ที่สามารถฝากตัวเป็นศิษย์ได้อย่างแท้จริงก็วันครูของปี 2553 นั่นเอง แปลกไหมครับ

จริงๆเว็บไซต์ rombodhidharma.net นี้ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 30 มกราคม 2553 หลังจากผมได้พบหลวงพ่อฯท่านไม่นาน ที่ต้องเปิดตัวเนิ่นช้าออกมาเล็กน้อยก็เพราะต้องทำการดูดเนื้อหาเก่าๆที่ผิดธรรมออกให้หมดก่อน และบอกเลิกการประชาสัมพันธ์หลักสูตรวิปัสสนากรรมฐานที่กำลังจะจัดขึ้นโดยทันทีไม่มีลังเล

ด้วยความเด็ดขาดถึงขนาดที่ผมต้องเลิกอาชีพนักเขียนหนังสือธรรมะที่เกือบจะได้เริ่มต้นขึ้น (ณ ต้นปี 53) และถูกตัดออกจากกลุ่มงานวิปัสสนากรรมฐานที่เคยทำด้วยกันจนหมด แถมโดนก้อนอิฐจำนวนมากจากแฟนเว็บไซต์เก่าๆ ก็ทำให้ผมเหมือนกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้งที่เว็บไซต์แห่งนี้ในนาม rombodhidharma.net...แบบงงๆ (ยังมีวิบากอีกมากมายจากการเปลี่ยนแปลงแบบสมุทเฉทนั้น ซึ่งถ้าเล่าหมดคงยาวเหยียดล่ะครับ)

เพราะก่อนหน้านั้น มีแค่ไฟล์เสียงเทศนาธรรมของหลวงพ่อไม่กี่ไฟล์เท่านั้น บทความที่จะให้อ่านให้ศึกษาก็ไม่มี แล้วผมจะทำยังไง เรียกว่าเป็นหน่วยกล้าตายเลยก็ได้ที่ได้มาทำงานเผยแพร่ธรรมที่สมุจเฉทประหารขนาดนี้สู่สาธารณชนในวงกว้าง หลวงพ่อฯท่านก็เมตตาตอบให้ว่า เดี๋ยวมันจะเป็นไปเอง นี่แหละครับคือต้นกำเนิดของ rombodhidharma.net ก็ขอรวบรัดฉลองวันเกิดเว็บไซต์เข้าปีที่ 4 ในบทความนี้ซะเลยก็แล้วกัน(ฮา)

กระบวนการเปลี่ยนผ่านทั้งหมดจากเว็บไซต์ onk8.net มาเป็น rombodhidharma.net นั้น ไม่มีคำว่าลังเลแม้แต่น้อย แม้จะมีคำทัดทานจากพี่ๆน้องๆพระอาจารย์ในสายวิปัสสนากรรมฐานมากมายก็ตาม ซึ่งก็โชคดีที่ผมทำเว็บไซต์อยู่คนเดียวไม่มีใครช่วย (จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครช่วยเหมือนเดิมครับ หลวงพ่อฯท่านให้ผมทำคนเดียว T T)

ที่ไม่ลังเลก็เพราะสิ่งที่หลวงพ่อฯท่านตอบคำถามคาใจให้จนหมดเกลี้ยงแบบที่หาตอบจากที่อื่นไม่ได้ นอกจากนั้นก็ยังมีอานุภาพแห่งสัจธรรมที่สัมผัสได้เต็มๆ ชนิดที่ว่าหลับตาก็หายตัว ลืมตาก็หายตัว เป็นแบบนี้มา 3 ปีเต็ม ไม่ต้องทำสมาธิก็เป็นสมาธิของมันเอง ไม่ต้องเจริญสติก็เป็นสติของมันเอง ผัสสะอายตนะทั้งหลายเบาบางจืดจางลงจนกายใจแทบจะโปร่งแสง ยิ่งเขียนถ่ายทอดสัจธรรมก็ยิ่งเข้าใจเนื้อหาสัจธรรม กลไกของโลกธาตุ สังสารวัฏและเนื้อหาอจิณไตยเบื้องหลังการโปรดสัตว์ของเหล่าองค์มหาบารมีมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือตั้งแต่ถ่ายทอดมาก็ยังไม่เห็นข้อธรรมที่ขัดแย้งกันเองแม้แต่ข้อเดียว ผิดกับระบบวิปัสสนากรรมฐานที่สอนๆกันอยู่ทั่วไปซึ่งข้อธรรมทั้งหลายยังมีความคลุมเครือไม่ชัดเจนแถมยังขัดแย้งกันเองมากมาย

ทั้งหมดนี้ไม่นับถึงผู้คนหลากหลายทั้งพระ ฆราวาส และภาคทิพย์(อันนี้จริงๆครับมีญาติธรรมที่มีญาณวิถีเล่าให้ฟัง)ที่มาสว่างไสวในเว็บไซต์แห่งนี้มากมายจนนับแทบไม่ถ้วน มีทั้งที่ได้คุยกันและไม่ได้คุยกัน บางท่านก็ไปอยู่ที่วัดเลยก็มี

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาจึงเรียกได้ว่าเหมือน Alice in Wonderland ยังไงยังงั้น คือไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะมาทำงานเผยแพร่ได้ถึงจุดนี้จริงๆ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเจอหลวงพ่อฯนั้น แค่กระเสือกกระสนปฏิบัติเอาตัวรอดยังแทบไม่ไหว มีแต่ทุกข์กับทุกข์ จึงไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีน้ำยาไปช่วยใครได้เลย เข็ดถึงขนาดที่ว่าเคยอธิษฐานลาพุทธภูมิตอนปฏิบัติกับสำนักอื่นไปแล้วหลายรอบก่อนหน้าที่จะเจอหลวงพ่อฯ ประมาณว่าไม่เอาแล้วสังสารวัฏนี้ ใครจะอยู่ก็เชิญนะ กูไปล่ะ(ฮา...ไม่รู้ไปไหนเหมือนกัน)

เคยถามหลวงพ่อฯท่านเหมือนกันครับว่า ผมยื่นใบลาออก(จากพุทธภูมิ)ไปแล้วหลายรอบ แต่ทำไมใบลาออกถึงไม่มีผล ท่านก็หัวเราะและตอบให้ว่า มันจะลาออกง่ายๆอย่างนั้นได้ยังไง...เอิ๊ก

มาว่ากันต่อกับปีที่ 4 ของ rombodhidharma.net

อีกสักพักก็จะได้อ่านลีลาธรรม มายากรรม ภาค 4 กันแล้วครับ ซึ่งลีลาธรรมฯ 4 จะเป็นบทความชุดย่อยที่อยู่ใน วิญญาณหลงทาง 2 ด้วย ซึ่งเนื้อหาจะเข้มข้นยิ่งกว่าที่ผ่านมาเพราะ พูดถึงระบบปฏิบัติของแต่ละแนวทางกันตรงๆว่ามันผิดธรรมตรงไหนและการปฏิบัติที่ผิดธรรมนั้นพานักปฏิบัติไปจอดแน่นิ่งอยู่ที่ไหนกันบ้าง โดยจะแจงกระบวนการอย่างละเอียดชนิดขณะจิตต่อขณะจิตไปเลยว่าไปติดกันอยู่ตรงไหน ทำไมถึงแก้กันไม่ได้ อีกทั้งจะเปิดเผยมายาการแห่งจิตกันอย่างละเอียด จะได้เลิกไปปฏิบัติกันเสียที

ส่วนวิญญาณหลงทาง 1 ที่ปิดเล่มไปแล้ว ผมยังไม่มีเวลาว่างมาจัดรูปเล่มเลยครับ เพราะที่ผ่านมามีทั้งสายสนทนาธรรมมากมาย งานเขียนบทความ การถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอ และตอนนี้ก็กำลังปรับปรุงคุณภาพเสียงเทศนาธรรมของหลวงพ่อฯเก่าๆที่ถ่ายมาจากเทปคาสเส็ตจำนวนมากเอาไว้เพื่อเป็นมรดกธรรมให้คนรุ่นหลังด้วยครับ จึงค่อนข้างยุ่งเอาการอยู่ คงต้องค่อยๆทำไปล่ะครับ

ในส่วนของวิดีโอชุดวิญญาณหลงทางนั้น ยังเหลืออีกตอนหนึ่งที่จะอัพโหลดขึ้น youtube.com/rombodhidharma เร็วๆนี้ ผมก็จะรวบรวมจัดทำดีวีดีแจกฟรีเป็นธรรมทาน คาดว่าภายในปลายเดือนม.ค.56 นี้ก็จะได้เห็นกันแล้วครับ

ซึ่งการบรรยายธรรมผ่านวิดีโอนี้ก็มีเสียงตอบรับที่ดีครับ ผมจะได้ไม่ต้องจัดบรรยายธรรมที่ไหน เพราะไม่ค่อยสะดวก ทำทุกอย่างคนเดียวมันก็ยากนะครับ ต้องอาศัยแบบออนไลน์เอา ไปได้ทั่วโลกเลย

แต่ถ้าญาติธรรมท่านใดที่ต้องการสนทนาธรรมกันเป็นกลุ่ม เป็นหมู่คณะก็ติดต่อนัดเข้ามาได้นะครับ ยังเปิดให้อยู่เหมือนเดิม ส่วนถ้าจะสนทนาเดี่ยวๆก็โทรกันเข้ามาได้เลย ไม่ต้องลังเล

ดีวีดีและซีดีชุดที่ประกาศแจกไปแล้วก็ยังมีแจกอยู่นะครับ เขียนขอกันเข้ามาได้เรื่อยๆ

สุดท้ายก็ขออนุโมทนากับญาติธรรม สหธรรมิกมากมายที่ได้มีส่วนในการเผยแพร่สัจธรรมสู่วงกว้างเสมอมานับตั้งแต่ปีแรกจนถึงบัดนี้ได้ย่างเข้าปีที่ 4 แล้ว

ขอให้ทุกท่าน ทุกดวงจิต ทั้งภาคทิพย์และภาคหยาบทั้งหลายจงได้มีส่วนแห่งอธิวาสนามหาบารมีในการโปรดสัตว์ของเหล่าองค์คุณเบื้องสูงทั้งหมดทั้งมวล และได้มีส่วนในพระสัจธรรม ตรงต่อเนื้อหาสัจธรรม สว่างไสวในอานุภาพแห่งนิโรธนิพาน ไม่ข้องคาในธรรมใดๆ และขอให้กรรมทั้งหลายที่พวกเราทั้งหลายเคยมีต่อกันและกัน ไม่ว่ากุศลกรรมหรืออกุศลกรรมก็ตาม นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน น้อมองค์คุณเบื้องสูง มหาบารมีทั้งหลายทรงเป็นประธาน ให้กรรมทั้งหลายจงเป็นอโหสิกรรม นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป

และลูกขอน้อมกราบบูชาบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ องค์คุณองค์ธรรมแห่งหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต เอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยเทอญ

สาธุ สาธุ สาธุ
ทุกอย่างอโหสิ อโหสิ อโหสิ

ปริ๊นซ์

No comments:

Post a Comment