Monday, February 11, 2013

ใต้ร่มโพธิธรรม#11

การเตือนใจ  ก็คือ โยนิโสมนสิการ เนื้อหาคือว่า
  • แยบคาย ผ่อนคลาย เยือกเย็น กับทุกอารมณ์ใจตัวเอง  เป็น !
  • คำนึงถึง  ระลึกถึงความเป็นจริง อันเป็นที่สุดของทุกสภาวะ เสมอๆๆๆ..
  • จนกลายเป็นสามัญสำนึกถึงความเป็นจริงนี้  ของมันเอง 
หมายเหตุ * การเตือนตัวเองอย่าให้มีความประสงค์ หรือหวังผลใด ๆ เด็ดขาด คือ เพียงแค่สำนึกถึงความเป็นจริงของสภาวะเท่านั้น ไม่มีความคาดหวังอื่นแอบแฝง เช่นเตือนเพื่อการกดข่ม อยากให้ดับ อยากให้พ้น อยากให้มี ให้อะไร หลุดจากอะไร ให้เกิด ให้เป็นอะไรๆ
          การเตือนใจ ให้หมายถึงทุกสภาวะไม่ว่า สุข – เฉย – ทุกข์ ไม่ใช่เลือก ให้สรุปทุกอย่างลงที่ความเป็นจริงอันเป็นที่สุดของทุกสภาวะทั้งหมดที่ว่า...
  • มันไม่ใช่อะไรที่แท้จริงอยู่แล้ว (ปราศจากความเป็น...)
  • มันไม่มีความหมายอยู่แล้ว (ปราศจากความหมายในตัวมันเองอยู่แล้ว)
  • มันว่างอยู่แล้ว ก่อนมีมันก็ไม่มีอยู่ก่อนแล้ว เรียกว่าดับก่อนเกิดอยู่แล้ว 
  • มันไม่ใช่สิ่งยึดติดกันเองอยู่แล้ว มันปล่อยกันเอง วางกันเองอยู่แล้ว     
      การไปทำอะไรเพื่อการปล่อยวางใดๆ จึงเป็นเรื่องของความหลงโดยแท้

   การเตือนใจ : อย่าให้มีเนื้อหาที่เป็นการวิตก-วิจัย-วิจารณ์ไปเรื่อย มันจบด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว  ดังนั้นไม่ต้องไปทำงานวิจัยใดๆขึ้นมาอีกเพราะองค์พุทธะ  มหาโพธิสัตว์ท่านทำการวิจัยมาอย่างละเอียดหมดแล้ว และได้ประทานบทสรุปงานวิจัยของพระองค์ท่านมาให้เรานำไปใช้ได้เลย เราไม่ต้องไปงมเอาเองอีกแล้ว  อย่าลืมว่าอนุสัยยึด อนุสัยอยากนี้  มันเป็นอนุสัยสากล  หนา – เหนียวและแน่นเอามากๆในหมู่สาวกภูมิ  ยิ่งทำก็ยิ่งติด ยิ่งจะกลับเป็นการส่งเสริมอนุสัยเก่าที่ติดรู้ (ติดปัญญา) และบางทีก็กลายเป็นทิฐิ มานะและความแตกซ่านทางปัญญา ที่เรียกว่า  ความฟุ้งซ่านในธรรม ( กิเลสในธรรมะ หรือ ตัณหาในธรรมะ )

     การเตือนใจ  : ถึงบทสรุปอันเป็นที่สุดของทุกธาตุ-ขันธ์นี้  จิตใจจะได้เรียนรู้และประจักษ์แจ้งต่อสัจธรรม ให้หนักแน่น-มั่นคงมากขึ้นไปเอง ความวุ่นวายอันเนื่องมาจากความเพลิน หรือไหลตามอารมณ์-ความรู้สึก-ความนึก ความคิด จะลดลงไปเอง

           อีกทั้งจะไม่แส่ส่ายวุ่นวายกับการแสวงหา-ค้นหา-เฝ้าสภาวะ หรือรอคอยความสำเร็จใดๆ จิตก็ตรงต่อว่างไปเอง  สงบไปเอง  ตั้งมั่นไปเอง (สัมมาสมาธิ) ตรงกับเนื้อหาของสัจจะในทุกธาตุ-ขันธ์ไปเองโดยปริยาย ไม่ใช่ทำให้จิตว่าง ทำให้จิตใจตั้งมั่น

การเตือนใจ   :  เป็นการใช้ปัญญาระดับ “สัญญา”คือความจำได้ไปก่อน แต่เป็น “สัญญา”ที่ตรงต่อสัจธรรม อาจเรียกได้ว่า “นิโรธสัญญา”  แม้จะเป็นความเข้าใจในระดับสัญญาก็ตาม  ต่อเมื่อจิตใจประจักษ์แจ้งในสัจธรรมมากขึ้น ก็จะกลายเป็นเนื้อหาของจิตสำนึก หรือจิตใต้สำนึก (วิญญาณ)ไปเอง ใจจะเลิกหลงกำ (กรรม) มันก็ตรงต่อการแบออกคือการผ่อน การคลาย  ก็ตรงต่อวางเอง ว่างเองอยู่แล้วทันที  ไม่ต้องรอ

No comments:

Post a Comment