Tuesday, January 29, 2013

หยุดเจริญสมุทัยก็นิโรธอยู่แล้ว

การเจริญสมุทัยนั้นเป็นอย่างไร?

การเจริญสมุทัยก็เป็นอย่างที่เราทำๆกันมานั่นแหละครับ คือเข้าไปเจริญสติ เจริญสมาธิ เข้าไปตามรู้ ตามดูในขันธ์อันเป็นกองทุกข์ คือมันเป็นสมุทัยอยู่แล้ว พระพุทธองค์ก็สรุปมาให้เราแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปดู มัวแต่ไปเจริญสมุทัย มันก็ไม่นิโรธซะที นิโรธนั้นไม่ใช่เอาอะไรเข้าไปดับสมุทัย สภาวะธรรมต่างๆมันมีอยู่แล้ว มันเป็นไปของมันเองอยู่แล้ว พอเข้าไปตามดู ตามรู้ ก็เป็นสมุทัยขึ้นมาทันที มันอยู่ของมันก็ไม่มีอะไร แต่พอแส่เข้าไปรู้ เข้าไปดูเท่านั้นแหละ เป็นเหตุแห่งทุกข์ เป็นสมุทัยขึ้นมาทันที สภาวะธรรมทั้งหลายก็เป็นแค่สมมติ ที่เราเจริญสติ เจริญสมาธินั้น มันดับสมุทัยไม่ได้ เพราะตัวเข้าไปเจริญน่ะคือสมุทัยเสียเอง หากเข้าไปดับ ก็หลงกลมันอีกนั่นแหละ มันจัดฉากให้คุณดับไง แล้วตัวอะไรล่ะที่เข้าไปดับถ้าไม่ใช่ตัวกู (เห็นไหม...อะไรๆก็กู)

นิพพานอยู่แล้วก็คือไร้สมุทัย พ้นจากสมุทัย ไม่ต้องไปเกิดอะไรเริ่มอะไรให้กับมัน มันก็ดับก่อนเกิด ดับอยู่เองแล้ว ไม่เข้าไปยุ่งกับมัน ก็นิโรธทันที ไม่ต้องเจริญดู เจริญรู้นั่นแหละดับสมุทัยโดยตรง

เข้าไปเจริญสติ ก็เห็นแต่ทุกข์ นั่นถูกแล้ว แต่การเข้าไปเจริญมัน ก็จะทำให้เข้าไปติด คา แช่ พัวพัน ไม่จบ จบแล้วก็มีใหม่ จบแล้วก็มีใหม่ ไม่จบไม่สิ้น นั่นแหละติดเข้าไปในวัฏฏะแล้วโดยไม่รู้ตัว เสร็จกรรมกิเลสมันตลอด

ก็แค่ "ไม่" กับสมุทัยหรือการ "หลงเข้าไปรู้" นั่นแหละครับ นิโรธ ทันที ดับทันที ว่างทันที

สอนกันแบบใช้อนุสัย ทิฏฐิมานะของปุถุชนก็ไม่จบสิครับ สติอริยะที่แท้นั้น แตกต่างจากสติของปุถุชนโดยสิ้นเชิง เนื้อหาอริยะแท้ๆมาแล้ว หลวงพ่อมาสรุปให้แล้ว ก็เลิกวนกันเสียที

เปรียบกับการขึ้นเขาพระวิหารนั่นแหละครับ คุณจะเลือกขึ้นเขาพระวิหารจากฝั่งกัมพูชาซึ่งเป็นหน้าผาชันหรือ? ในเมื่อมีผู้ชี้บอกอยู่แล้วว่าขึ้นจากฝั่งไทยง่ายกว่า

No comments:

Post a Comment