Tuesday, January 29, 2013

สังสารวัฏเกิดขึ้นจากตัวรู้นั่นแหละ

สังสารวัฏนั้นเริ่มที่ "รู้" ครับ

อย่างที่ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานฝึกเจริญสติโดยการตามดูตามรู้กายใจนั่นแหละครับ คือการก่อให้เกิดวัฏฏะวนอยู่ภายในซ้อนวัฏฏะเดิมที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

ก็เพราะการเจริญสตินั้นเป็นการตามดู ตาม "รู้" บนอุปาทานในขันธ์ เป็นการหลงไปรู้บนอวิชชา รู้ไปบนความที่มันเป็นสมมติของมัน อุปาทานว่านี้เป็นกาย ตอนนี้มันเจ็บ ตอนนี้มันอุ่น หรืออันนี้เป็นใจ ตอนนี้ใจมันทุกข์ ทั้งๆที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่อะไรอยู่แล้ว นอกจากธาตุและสภาวะ กายก็คือธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่มารวมตัวกัน จิตนั้นจริงๆก็ไม่มี มันเป็นแต่ธาตุรู้ (แบบที่นักวิทยาศาสตร์คงไม่สามารถค้นพบได้ และมนุษย์เองก็ไม่อาจรู้ได้ นอกจากพระพุทธเจ้าและพระมหาโพธิสัตว์) อาการของจิตที่เข้าใจกันว่าเกิดจากจิตก็ไม่ใช่ เป็นเพียงสภาวะที่ตัวรู้เข้าไปรู้ในสิ่งต่างๆบนสมมติ บนอวิชชา แล้วเกิดหลงไปว่าเป็นอาการของจิต จิตจริงๆนั้นไม่มี มัวแต่หลงไปบนอวิชชาอย่างนี้ แล้วอย่างนี้จะทำลายอวิชชาได้อย่างไร

โดยความเป็นจริงแล้ว วิชชาหรืออวิชชามันก็โมหะบนโลกอุปโลกน์ทั้งนั้นแหละครับ จะเอาตัวอะไรเล่าที่เข้าไปทำลายอวิชชา ก็ตัวกูใช่ไหม ถ้าตัวกูเข้าไปทำลายอวิชชาได้ นั่นก็เป็นแค่โมหะอุปาทาน ตัณหามันจัดฉากให้คิดไปเอง หลงไปเองว่าทำลายแล้ว หลงคิดเอาว่ากูบรรลุแล้วโว้ย...ทั้งๆที่ตัวที่เข้าไปทำลายนั่นแหละอวิชชา การเข้าไปตามดูตามรู้กายใจจึงทำให้เกิดวัฏฏะวนอยู่ภายใน หลงรู้ไม่จบสิ้น เพราะเมื่อตามไปดู ตามไปรู้ ก็ไหลไปกับมัน วนไปกับมันตลอด บรรลุอะไร? บรรลุไปไหนเล่า? มันนิพพานอยู่แล้ว หลงไปปรารถนาก็เลยนิพพานตลอดสิครับ

เอาง่ายๆ พระพุทธเจ้าท่านสรุปมาแล้วว่าขันธ์ 5 นั้นไม่เที่ยงเป็นทุกข์ แต่เราก็ยังเข้าไปตามดูตามรู้ (เหมือนไม่เชื่อพระองค์ท่าน) แทนที่จะปลงในขันธ์  ตีความแบบปุถุชนก็ไม่จบสิครับ พระองค์ท่านสรุปมาให้แล้วอย่าตีความทำให้มันยากไปซะเอง

No comments:

Post a Comment