Tuesday, December 31, 2013

เทศกาลบรรเทาทุกข์


เธอทั้งหลายจะรีบไปหาความสุขที่ไหนกันเหรอ?
เธอทั้งหลายจะรอเทศกาลแห่งความสุขกันไปถึงเมื่อไหร่?
แล้วเมื่อไหร่ที่ความสุขของเธอมันจะเต็มเสียที?
จะต้องผ่านไปอีกสักกี่ปีใหม่ กี่เทศกาลกันเล่า ถึงจะเต็ม?

Wednesday, December 25, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#49

คนดี คนเสียสละก็ดีอยู่แล้วนิ
แต่พอไปว่าคนอื่นไม่ดี ไม่เสียสละ
ยกตนว่าดีกว่าคนอื่น มันก็เลยกลายเป็นไม่ดีไป
นี่เองที่เรียกว่าตัณหาในความดี หรือ อัตตาในดี

Saturday, December 21, 2013

อสุภะหน้าจอ

หลายท่านคงเคยเห็นหรือเคยแชร์ ภาพศพคนตายจากอุบัติเหตุสยดสยองน่ากลัว หรือภาพเครื่องในของมนุษย์ที่ไหลทะลัก ภาพผ่าศพคนตายในสภาพต่างๆกัน แล้วก็มีการสอนเรื่องให้เราปลงสังขาร ปลงอสุภะ คือให้คำนึงถึงความน่าเกลียด ความสกปรกของร่างกายมนุษย์

จะบอกว่าแบบนั้นเขาไม่เรียกว่าปลงอสุภะหรอกนะครับ เรียกว่าก่ออกุศลกรรมจะดีกว่า

Wednesday, December 18, 2013

คุยข้างเดียว#21: แจกสื่อสัจธรรมชุดใหม่

คุยกันก่อนขึ้นปีใหม่ครับ ก่อนที่ผมจะเดินทางไปวัดร่มโพธิธรรม วันที่ 2-4 ม.ค.57 โดยจะเดินทางถึงวัดประมาณวันที่ 2 ม.ค.เช้า และเดินทางกลับในวันเสาร์ที่ 4 ม.ค.ตอนสี่ทุ่มกว่าๆ ท่านใดไปวัดช่วงนั้นก็อาจจะได้เจอกัน อยากจะสนทนาธรรมกับตัวเป็นๆก็เชิญได้นะครับ เพราะปกติผมไม่ค่อยได้ออกจากบ้านสักเท่าไหร่(ฮา)

ส่วนแจกสื่อสัจธรรมรอบนี้ ขอแจก CD และ DVD เทศนาธรรมหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต 3 รายการครับ

Friday, December 13, 2013

การขอขมากรรมสำหรับเด็กเล็ก

ตอนนี้มาว่ากันด้วยการขอขมากรรมสำหรับเด็กเล็กๆกันดีกว่าครับ เพราะเด็กเล็กๆส่วนใหญ่นั้น วิบากกรรมยังไม่ให้ผลมากมายนักในช่วงวัยแรกเริ่มของชีวิต เขายังต้องพึ่งพาบารมีบุญกรรมของพ่อแม่อยู่ พูดง่ายๆคือพ่อแม่เป็นเหมือนเทพคุ้มครองเขาอยู่ วิบากกรรมจึงยังไม่ให้ผลมากนัก อันนี้ว่ากันโดยทั่วไป ขณะที่เด็กบางคนเกิดมาชีวิตก็ต้องเผชิญวิบากหนักหนามาตั้งแต่แรกก็มีครับ

เห็นเด็กหน้าตาใสๆแบ๊วๆอย่างนี้ก็อย่าชะล่าใจไป แต่ละคนก็มีวิบากกรรมของตนเองมาทั้งนั้น ไม่งั้นก็คงไม่มาเกิด เราก็จัดการเคลียร์กรรมเก่าด้วยการพาอโหสิกรรมก่อนจะดีที่สุด อย่างน้อยหากมีอกุศลวิบากเกิดขึ้น ก็จะได้บรรเทาเบาบางลงบ้าง หรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นอโหสิกรรมไปจนหมดก็ได้

Monday, December 9, 2013

มันไม่ยึดกันอยู่แล้ว ไม่ต้องไป "ไม่ยึด"อีก

ประโยคจั่วหัวบทความนี้ หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตเป็นผู้กล่าวเอาไว้หลายๆครั้งในเทศนาธรรมชุด "เลิกหลง จบกิจ จบตัวปฏิบัติ"

แล้วประโยคที่ว่านี้คืออะไร หมายความว่าอย่างไรกันแน่?

Friday, December 6, 2013

การขอขมากรรมและชดใช้หนี้กรรมในครอบครัวและวงศ์ตระกูล (อัพเดต เม.ย.57)

กรรมที่ใกล้ตัวทุกคนมากๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือ กรรมจากคนในครอบครัวและวงศ์ตระกูล

การที่เราเกิดมาในครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุอันเป็นกรรมสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จึงทำให้มีลักษณะของกรรมคล้ายๆกัน เมื่อเกิดมาในครอบครัวเดียวกัน ใช้พันธุกรรมร่วมกัน สิ่งแวดล้อมต่างๆในที่เดียวกัน จึงเป็นเบ้าหล่อหลอมกรรมให้ออกมาคล้ายๆกัน ยกเว้นแต่ผู้มีบารมีที่แค่ผ่านมาเกิดก็อาจจะแตกต่างออกไปได้บ้าง แต่พื้นฐานกรรมก็จะเหมือนคนในครอบครัวเป็นส่วนใหญ่

Monday, December 2, 2013

Ultimate Truth from Facebook#3

Realizing that delusive attachments, desires and expectations can conceal the truth, I renounce my attachment to my own being, other beings, objects and phenomena.
เพื่อมิให้เป็นกรรมปิดบังปิดกั้นต่อพระสัจธรรมอันเนื่องมาจากตัณหาอุปทาน ความหลงยึดยิดและความมุ่งหวังตั้งเอา ข้าพเจ้าขอประกาศสละความยึดติดในตนเอง บุคคลและสัตว์และความมีความเป็นทั้งหลาย ความยึดติดในสรรพสิ่งทั้งหลาย และในเหตุการณ์สถานการณ์ทั้งหมดทั้งสิ้น

Thursday, November 28, 2013

การขอขมากรรมและชดใช้หนี้กรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วย (อัพเดต เม.ย.57)

มีกรรมลักษณะหนึ่งที่พบเจอได้มากมายในปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่รบกวนและบั่นทอนสุขภาพ และก่อให้เกิดทุกข์ขึ้นได้กับทุกคน กรรมที่ว่านี้คือกรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย

ซึ่งกรรมทุกประเภท ล้วนมีที่มาที่ไป เพียงแต่เวลามันให้ผล บางทีมันก็มาในรูปแบบที่แทรกซ้อนทั้งฉับพลันหรือเรื้อรัง จนดูเหมือนไม่มีสาเหตุบ้าง หรือเกิดจากเหตุแวดล้อมที่ทำให้เกิดผลแห่งกรรมตามมาบ้าง แต่ทุกวิบากกรรมล้วนเกิดจากเหตุทั้งนั้น ไม่มีผลอะไรที่เกิดขึ้นโดดๆด้วยตัวมันเอง ซึ่งเหตุบางอย่างเราก็ไม่อาจจะล่วงรู้หรือเข้าใจได้ เพราะมันเป็นเรื่องอจิณไตย เหนือวิสัยปุถุชนจะเข้าใจได้ ไม่เว้นแม้แต่กรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยก็เช่นกัน

Tuesday, November 26, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#48


มีสี่อย่างในสังสารวัฏนี้ที่ทำให้ทุกคนเสมอภาคเท่ากันหมด
นั่นก็คือ การเกิด แก่ เจ็บ และ ตาย อันเป็นธรรมภาคบังคับแก่ทุกชีวิต
ส่วนที่เหลือระหว่างนั้นก็เป็นเพียงการทำกรรมและใช้กรรมเท่านั้น
เพียงแต่มายาปิดบังเอาไว้ให้เราเห็นเป็นความสำเร็จบ้าง ความล้มเหลวบ้าง
เป็นความทุกข์บ้าง เป็นความสุขบ้าง เป็นการได้มาบ้าง เป็นการเสียไปบ้าง
และไม่ว่าจะบ้าบอแค่ไหน อหังการอย่างไร พากเพียรเพื่ออะไร
สุดท้ายก็สรุปลงตรงที่โมฆะเหมือนกันหมดทุกรูปทุกนาม

Friday, November 22, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 8(จบ): โพชฌงค์ 7 ความบริบูรณ์แห่งธรรม

เขียนบทความว่าด้วยการปฏิบัติมาก็มาก แต่ไม่เคยแตะเรื่อง โพชฌงค์ 7 เลย หลายคนก็สงสัย วันนี้ก็ขอพูดถึงเสียหน่อย ปิดท้าย "ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 4" เลยก็แล้วกัน

โพชฌงค์ตามความหมายที่ผมค้นมาได้จากวิกิพีเดียก็มีดังนี้ครับ

โพชฌงค์ หรือ โพชฌงค์ 7 คือธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ หรือองค์ของผู้ตรัสรู้ มีเจ็ดอย่างคือ
1. สติ (สติสัมโพชฌงค์) ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง
2. ธัมมวิจยะ (ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์) ความเฟ้นธรรม ความสอดส่องสืบค้นธรรม
3. วิริยะ (วิริยสัมโพชฌงค์) ความเพียร
4. ปีติ (ปีติสัมโพชฌงค์) ความอิ่มใจ
5. ปัสสัทธิ (ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์) ความสงบกายใจ
6. สมาธิ (สมาธิสัมโพชฌงค์) ความมีใจตั้งมั่น จิตแน่วในอารมณ์
7. อุเบกขา (อุเบกขาสัมโพชฌงค์) ความมีใจเป็นกลาง เพราะเห็นตามเป็นจริง
โพชฌงค์ 7 เป็นหลักธรรมส่วนหนึ่งของ โพธิปักขิยธรรม 37 (ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ เกื้อหนุนแก่อริยมรรค อันได้แก่ สติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4 อิทธิบาท4 อินทรีย์5 พละ5 โพชฌงค์7 และมรรคมีองค์ 8)

WIKIPEDIA

Wednesday, November 20, 2013

การโปรดสัตว์ ตอนที่ 1 : การโปรดสัตว์ด้วยการปลดล็อคกรรม

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ว่าจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่ด้วยเนื้อหาเรื่องการโปรดสัตว์จริงๆนั้นมีความเป็นอจิณไตยอยู่มาก แถมรายละเอียดก็เยอะ แถมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ถ้าจะเขียนหมดก็คงหลายตอน

แต่ถึงจุดนี้ก็คงต้องเขียนแล้วครับ เพราะมีผู้โปรดสัตว์และผู้แสวงหาสัจธรรมจำนวนมาก(เรียกว่าเกือบทั้งหมด) สับสนระหว่าง การจบกิจเฉพาะตน กับ การโปรดสัตว์ ซึ่งเนื้อหามันเป็นคนละเรื่องเลย ก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

การโปรดสัตว์นั้นคืออะไร?

การโปรดสัตว์นั้นคือ การนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ หลุดพ้นจากโมหะอวิชชา ซึ่งถ้าจะพูดกันจริงๆถึงเรายละเอียดคงจะสาธยายได้ไม่รู้จบ แต่ก็สามารถที่จะสรุปรวมได้ว่า ทุกอย่างคือการโปรดสัตว์จริงๆ แต่....

Sunday, November 17, 2013

Ultimate Truth from Facebook#2

นอกเหนือทั้งคติ และอคติ No pride and no prejudice.































--------------------------------------------------------

Friday, November 15, 2013

กรรม 102 : เชื้อโมหะ เชื้อกรรม

บทความนี้มาว่ากันด้วยเชื้อโมหะ หรือเชื้อกรรมกัน เพราะเป็นส่วนสำคัญที่แอบกระตุ้นทำให้ผู้คนทั้งหลายต้องหลงวกวนกับสิ่งต่างๆในปัจจุบันไม่จบไม่สิ้นเสียที

คงเคยได้ยินกันในบทสวดทำวัตรเช้า-เย็นกันนะครับว่า
เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

Tuesday, November 12, 2013

กรรม 101

เขียนบทความมาเกือบๆสี่ปี ไม่น่าเชื่อว่ายังไม่ได้เขียนในหัวข้อเรื่องกรรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ได้แต่เขียนแทรกในบทความอื่นๆเอาไว้มากมาย วันนี้ขออธิบายเรื่องกรรมกันอย่างละเอียดสักทีก็แล้วกัน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานของโลกธาตุ สังสารวัฏก่อนว่า มีกฏสองข้อที่กำกับทุกสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรม ทั้งหลายอยู่ นั่นก็คือ กฏไตรลักษณ์ กับ กฏแห่งกรรม

Friday, November 8, 2013

นิโรธไม่ได้แปลว่าการดับทุกข์

เพิ่งมารู้นี่แหละว่าคำว่า "นิโรธ" เขาแปลว่าการดับทุกข์ รู้จากกลุ่มพุทธวจนเสียด้วย แต่ก็ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า นิโรธ ไม่ได้แปลว่าการดับทุกข์ครับ แปลผิดได้ขนาดนี้ก็เลยยังมั่วกันอยู่นี่ล่ะ ไม่น่าล่ะ ถึงหลงไปทำฌานดับทุกข์กันใหญ่

นิโรธหรือนิพพานนั้นคือคำๆเดียวกัน แปลว่า ความดับ แต่ดับในที่นี้ไม่ได้หมายถึงดับทุกข์ครับ เพราะทุกข์ทั้งหลายนั้นเป็นความดับลงของทุกสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรม ที่ดับโดยตัวมันเองในทุกๆขณะ หรือที่แสดงไว้เป็นข้อหนึ่งของกฎไตรลักษณ์คือ ทุกขัง ซึ่งแปลได้ว่าเสื่อมไปโดยตัวมันเอง"อยู่แล้ว" ที่ต้องใส่คำว่าอยู่แล้ว เพราะมันดับเองทุกขณะ ไม่ว่าจะมีเหตุหรือไม่มีเหตุมันก็จะดับของมันเอง ส่วนที่ว่ามันต่อเนื่องนั้นก็เพราะไปหลงตอกย้ำเหตุลงไปซ้ำๆ หลงทำให้มันเกิดซ้ำๆ มันจึงเป็นอุปาทานต่อเนื่องไปเรื่อย แต่มันก็ดับเองอยู่ดี อันนี้เป็นกฏตายตัวของสังสารวัฏเลย เถียงไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

Thursday, October 31, 2013

กรรมและการชดใช้หนี้กรรม

คำนำ

กรรมและการชำระหนี้กรรม เป็นสื่อชุดใหม่ของ rombodhidharma.net ซึ่งจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะกรรมและการชดใช้หนี้กรรมแต่ละอย่างโดยเฉพาะ เพราะกรรมเป็นเรื่องอจิณไตยที่บุคคลทั่วไปไม่อาจเข้าใจได้ และไม่สามารถเข้าใจกลไกของกรรมอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาเราจึงเห็นแต่การเอากรรมไปแก้กรรม ซึ่งแทนที่จะหมดกรรม ยุติกรรม กลับกลายเป็นทำกรรมใหม่มาแทนกรรมเก่าเพียงชั่วคราว แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วก็ไม่สามารถเลี่ยงกรรมเก่านั้นได้เลย ยังไงก็ต้องชดใช้อยู่ดี

Wednesday, October 23, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 7 รู้จักจิตผู้รู้และวิธีฆ่าจิตผู้รู้

หัวข้อของตอนนี้เคยเป็นอะไรที่ผมงงสุดๆมาก่อนที่จะเจอหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตเมี่อต้นปี 2553 ซึ่งคำว่าจิตผู้รู้นั้น นักปฏิบัติที่ปฏิบัติตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไปน่าจะรู้จักกับประโยคที่ว่า "เมื่อเจอจิตผู้รู้ให้ฆ่าจิตผู้รู้เสีย" ซี่งเป็นประโยคที่ดังพอสมควรในหมู่นักปฏิบัติ แต่เชื่อไหมว่าไม่มีใครรู้และเข้าใจประโยคนี้จริงๆเลยว่ามันคืออะไร

ผมเองเคยไล่แสวงหาคำอธิบายให้กับประโยคนี้จนหมดหวัง เพราะคำตอบที่ได้คือให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆทั้งๆที่ตอนที่ผมเกิดคำถามนี้ขึ้น มันก็ปฏิบัติมาจนเจอทางตันแล้ว ไปต่อไม่ได้แล้ว จะฆ่ายังไงกับจิตผู้รู้ หรือผมต้องไปเดินในป่าเผื่อจะเจอพระอริยสงฆ์มาสอนให้ฆ่าจิตผู้รู้ ยากไปไหมเนี่ย

Monday, October 14, 2013

กรรม Gossip (ในนามแห่งความดี)

เชื่อว่าเราทุกคนคงจะเคยแอบนินทาใครบ้างคนมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งก็มีหลายครั้งที่ตั้งวงกันเมาท์อย่างสนุกสนานถึงเรื่องของคนอื่น ที่ไม่ใช่ของตนเอง แล้วก็มีหลายคนแอบจริงจังกับการนินทาโดยไม่รู้ตัว นินทาเป็นอาชีพ ชนิดที่งานการไม่ต้องทำกันเลยทีเดียว

หลายคนก็แก้ตัวว่าเป็นการระบายความเครียดความกดดันเล็กๆน้อยๆ ซึ่งหัวข้อการนินทาก็มีตั้งแต่เจ้านาย ไปจนถึงข่าวคาวของดารา นักร้อง นักแสดง ละครใหม่ คนโน้นได้กับคนนี้ ล่วงเลยไปถึงข่าวคาวของนักการเมืองนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงสส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย

Friday, October 11, 2013

คุยข้างเดียว#20: อัศจรรย์วัดร่มโพธิธรรม

โส...
ตั้งหัวข้อแล้วดูเหมือนเว่อร์เลยครับ แต่มันไม่เกินความจริงข้างต้นเลยกับการไปวัดร่มโพธิธรรม วันที่ 5-7 ต.ค.56 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ

ปกติผมจะไม่ตั้งเอาว่าจะไปวัดเมื่อไหร่ ไปกี่วัน เพราะว่าโอกาสแบบนั้นสำหรับผมมันคาดเดาไม่ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผมอาจจะเป็นศิษย์ที่ถือได้ว่าไปวัดน้อยกว่าคนอื่นๆมาก คือได้แค่ปีละครั้งสองครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3 วัน แต่สังเกตได้ว่า ก่อนที่จะได้ไปวัด เหมือนมันจะมีสัญญาณอะไรส่งมาก่อนเสมอ คล้ายๆเป็นความรู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องไปวัดแล้ว และไม่นานเหตุการณ์ทั้งหลายรอบๆตัวจะถูกเคลียร์คิวและเวลาให้เองโดยอัตโนมัติ ได้ไปวัดแบบชิลๆ รอบนี้ก็เช่นกันครับ ทุกอย่างเคลียร์ให้ภายในวันเดียวจบ ได้ไปวัดด้วยระยะเวลาที่ไม่สั้นเกินไปหรือยาวเกินไป

Wednesday, October 9, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 6 เจริญปัญญาหรือเจริญวิจิกิจฉา?

เชื่อว่าทุกท่านก็คงได้ยินกันจนเคยชินกับคาถาประจำตัวนักปฏิบัติที่ว่า การวางนั้นจะต้องเป็นการวางด้วยปัญญา จะต้องใช้ปัญญาในการวาง ในการตัด ในการดับ จึงจะเรียกว่าเป็นวิปัสสนาที่แท้จริง ซึ่งเหตุนี้เองก็เป็นสาเหตุหลักที่นักปฏิบัติทั้งหลายที่ยังลังเลไม่กล้าทิ้งปัญญา และยังติดคาอยู่กับปัญญาไปเรื่อยไม่รู้จักจบสิ้น เพราะกลัวไม่นิพพานนั่นเอง

Wednesday, October 2, 2013

ขี้เรื้อนเกาโลก

ที่รัก...ถามจริงๆว่า เธอคันมากหรือไง?
เห็นตั้งแต่เธอเริ่มเกาตัวเอง
เกามากๆเข้าก็เลยไพล่ไปนึกเอาว่า คนอื่นก็คันเหมือนกับเธอ
และในนามแห่งความหวังดี ความห่วงใย และความเมตตาอันท่วมท้นของเธอ
เธอก็เริ่มที่จะเกาให้คนอื่น เกาให้ด้วยเข้าใจว่าความคันมันทรมาน
เธอจึงไม่อยากให้ใครคันต่อไปอีก เธอจึงเริ่มเกา ช่วยคนอื่นเกา

แล้วเธอก็ลามไปถึงกับเกาโลกทั้งใบ เกา...เพราะคิดเอาเองว่าโลกใบนี้มันคัน
เกาอย่างเมามันในนามแห่งความหวังดี ความห่วงใย และความเมตตา...เจ้าเก่า

เธอเกาทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ไปที่ไหนก็เกา
เกากันมันหยดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกามันไปทุกตารางนิ้วของโลกนี้
เกาได้ตั้งแต่รัฐมนตรียันขอทาน เกาไม่หยุด...เพราะเธอรู้ว่าความคันมันทรมาน
ชีวิตเธอจึงทุ่มเทให้กับการเกา เกาตัวเอง เกาคนอื่น เกาที่ทำงาน เกาคนที่บ้าน
เกาญาติโกโหติกา เกาโคตรเหง้าสักหลาด เกาโลก เกาๆๆๆๆ

Friday, September 27, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#46

การสละอย่างถึงที่สุดนั้นไม่ได้มีความยากเย็นอะไรเลย
การสละที่แท้จริงนั้นไม่เนื่องด้วยความพยายาม ความอดทน หรือตบะใดๆทั้งสิ้น
แต่การสละจริงๆนั้นคือการที่ปล่อยให้มันเป็นไปของมันเองทุกอย่างทุกเรื่อง
สละแม้กระทั่งตัวที่จะคอยเข้าไปสละบางสิ่งเพื่อที่จะเลือกอีกสิ่งที่ดีกว่า
สิ่งที่ดีกว่านั้นมันไม่มีจริงหรอก หลงอุปาทานเอาเองทั้งนั้น
ก็ไอ้การคอยไปตัดสินว่าอย่างไหนคือการสละหรือการยึดติด...
มันก็คือการเลือกหาที่ยึดโดยตัวมันเอง เป็นโมหะอุปาทานในการสละซ้อนลงไปอีก
ก็แค่สละ..มันก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเพื่อที่จะเลือกสละอะไรอีกแล้ว

Tuesday, September 24, 2013

ว่าด้วยเรื่องถูกๆผิดๆ

หลายๆท่านคงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "ในโลกนี้ไม่มีถูกไม่มีผิด" ซึ่งประโยคนี้เองที่ทำให้หลายคนทั้งสับสน งุนงง ไปจนถึงเกิดการปฏิฆะเอาได้ง่ายๆ

Friday, September 20, 2013

อัตลักษณ์ อัตตาลักษณ์

บทความตอนนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบตัวตนของใครหลายคน เพราะมันเป็นเรื่องของอัตตาโดยตรง เป็นเรื่องของอัตตาอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้คำใหม่เป็นอัตลักษณ์ (อัตตา-ลักษณะ หรือ ลักษณะของอัตตา) หรือเรียกภาษาอังกฤษว่า Identity อย่าง brand identity ก็คือ อัตลักษณ์ของสินค้าอะไรประมาณนั้น

Monday, September 16, 2013

ทำไมการทำหมู่สงฆ์แตกแยกจึงเป็นอนันตริยกรรม?

เชื่อว่าส่วนใหญ่คงจะรู้กันแล้วว่าการทำหมู่สงฆ์แตกแยกเป็นอนันตริยกรรม

แต่จะมีใครรู้ไหมว่าทำไมถึงเป็นอนันตริยกรรม?

ก่อนอื่นต้องแจงก่อนว่า อนันตริยกรรม ตามที่เข้าใจว่าห้ามนิพพานกันเลยนั้น ไม่ใช่ซะทีเดียวนะครับ แต่เป็นกรรมที่ส่งผลนานมากจนแทบจะเป็นอนันต์ คือแทบจะหาจุดจบไม่เจอกันเลยทีเดียว

อย่างพระเทวทัตที่ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อเลือด ก็เป็นอนันตริยกรรม แต่ที่สุดก็ได้รับคำพยากรณ์ว่าจะสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในการอนาคต(ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่รู้ว่านานมากๆ)

Wednesday, September 11, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#45

ความสำเร็จในชีวิตของคุณเอง แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงโซ่อีกเส้นหนึ่งที่ล่ามคุณเอาไว้กับความคาดหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นไปกว่านี้อีก
--------------------------------------------------
อารมณ์ทั้งหลายของจิตนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสภาวะชั่วคราว
แม้แต่จิตเองก็อาศัยสภาวะอื่นในการเกิดขึ้น
และเป็นไปเพียงชั่วคราว ดับลงเมื่่อหมดเหตุ
จิตจริงๆจึงไม่มีปรากฏ เป็นธรรมอนัตตาเหมือนกับธรรมอื่นๆ

Thursday, September 5, 2013

การใช้กิเลสเป็นโพธิ

การใช้กิเลสเป็นโพธิเป็นหลักธรรมที่พูดกันถึงในคนกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ได้สร้างความสับสนมากมายให้คนที่ยังไม่แจ้งในเนื้อหาสัจธรรมเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดที่มีผู้คนมากมายเอาวลีนี้มาเตะเข้าประตูตัวเอง เจริญกิเลสตัณหากันเต็มที่หวังว่าจะบรรลุธรรม แล้วไปเรียกสิ่งนี้ว่าวัชรยานบ้าง ตันตรยานบ้าง จนกลายเป็นวิถีทางที่คับแคบ จำกัดอยู่แนวทางเดียว แบบนี้เรียกว่าตีความเข้าข้างตัวเองนะครับ มั่ว การใช้กิเลสเป็นโพธิ ไม่ได้มีความหมายว่าให้ไปเจริญกิเลสเลยแม้แต่นิดเดียว

Monday, September 2, 2013

พลังงานแทรก

เมื่อโดนภูมิต่ำแทรก จิตภายในก็เป็นแบบนี้ได้เหมือนกัน
ขอหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดหน่อย เพราะช่วงที่ผ่านมามีกระแสพลังงานจากภาคส่วนต่างๆลงมาแทรกในหมู่ผู้คนมากมาย เป็นพลังงาน(กรรม)เก่าที่ตกค้างอยู่ในโลกบ้าง เป็นพลังงานที่ลงมาจากกลุ่มมารบ้าง มาจากนอกโลกบ้าง แทรกซ้อนให้เกิดกรรมไปทั่ว หากไม่รู้จักชำระล้างแล้ว บางทีกรรมที่เกิดขึ้นก็อาจจะบังพระสัจธรรม ไปจนกระทั่งกล่าวหมิ่นองค์คุณเบื้องสูงก็มี

อย่างเมื่อวันก่อนเจ้าตัวเล็กที่บ้าน ขณะที่กำลังนั่งดูการ์ตูนด้วยกันอยู่ อยู่ๆเขาก็ร้องไห้ออกมาแบบไม่มีเหตุอะไรเลย แล้วก็บอกว่า อยากร้องไห้ แต่นโมไม่ได้เศร้านะ แค่อยากร้องเขาก็ร้องเลย เขาเองก็ไม่รู้ว่าร้องทำไมมันไม่มีเหตุเลย (แต่เหตุการณ์นี้เป็นในช่วงที่สนทนาธรรมกับญาติธรรมท่านนึงจบพอดี ไม่รู้ว่าพลังงานนั้นแทรกเข้ามาทางโทรศัพท์หรือเปล่า) ตอนนั้นก็รู้เลยว่าถูกแทรกแล้ว(แต่สัมผัสได้ว่าไม่ใช่มารนะ) ผมก็เลยจะพาหยาดน้ำ แต่เขาไม่ยอม ผมจึงหยาดให้ สักพักเขาก็คลายออกเอง เคลียร์ออกไปเอง

Friday, August 30, 2013

ทุกข์ไม่ได้เกิดจากกิเลส

ชาวพุทธทั้งหลายล้วนแล้วแต่ถูกสอนให้เข้าใจและเชื่อว่าความทุกข์มาจากกิเลสของเรา เราจึงต้องปฏิบัติเพื่อละกิเลส กำจัดกิเลส ดับกิเลสให้จิตขาวรอบจะได้พ้นจากทุกข์

แปลกดีนะที่ฝรั่งมังค่าเขาเข้าใจว่าความทุกข์ทั้งหลายล้วนเกิดจากการยึดติด ไม่ได้เกี่ยวกับกิเลสอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ก็จะมีแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปรังเกียจกิเลสนั่นแหละที่มีเพิ่มขึ้นมาใหม่จากคำสอนผิดๆเกี่ยวกับกิเลสนี้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ความทุกข์คืออะไร

ความทุกข์คือความอึดอัดขัดเคือง คับแค้นคับแคบที่เกิดขึ้นจากการยึดติดในสิ่งใดๆก็ตามในโลก ไม่ว่าจะเป็นรูปธรรม นามธรรม ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเพียงสมมติ ซึ่งแปลว่าไม่จริงทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือแปลเป็นไทยได้ว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง เสื่อมไปตลอดเวลา ไม่มีตัวตนให้จับต้องยึดถือได้จริง และด้วยความจริงนี้เอง พอเราไปยึดอะไรเข้า มันก็จะเปลี่ยนไปไม่เป็นดังยึด เพราะสิ่งที่เราต้องการยึดมันผ่านไปแล้วทุกขณะ เมื่อยืดไม่ได้ก็จะเกิดทุกข์ขึ้น ยิ่งพยายามจะยึดมาก ก็ยิ่งทุกข์มาก

Monday, August 26, 2013

คุยข้างเดียว#19: แจกสื่อสัจธรรม (DVD วิดีโอชุด วิญญาณหลงทาง และซีดี mp3 เทศนาธรรมหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ)

หลังจากปลุกปล้ำกับดีวีดีสื่อบรรยายสัจธรรมชุด วิญญาณหลงทาง(ภาคหนึ่ง)อยู่นาน ตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมแจกแล้วครับ เป็นดีวีดี 1 แผ่น มีบรรยายธรรมทั้งหมด 7 ตอน

นอกจากดีวีดีชุด วิญญาณหลงทาง แล้ว เราก็มีซีดี mp 3 เทศนาธรรมหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต อีก 2 แผ่นที่จะแจกด้วยครับคือ ชุด จบตัวปฏิบัติ เป็นเทศนาธรรม 14 ตอนล่าสุด มีแจกประมาณ 90 แผ่น แล้วก็มีชุดเทศนาธรรม 22 ตอน (ไม่มีชื่อ) ของเก่าที่สั่งทำตั้งแต่ปีที่แล้วอีกจำนวนมากครับ

Thursday, August 22, 2013

ปรมัตถธรรม 101

เคยมีนักเขียนหนังสือธรรมะหรือพระหลายรูปที่ได้เอาไว้ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นวิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง

ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่ามีคนเอาคำพูดในลักษณะนี้มาเถียงว่า ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองก็ไม่ใช่ธรรมของพระพุทธเจ้า แหม่ พูดฟันธงกันขนาดนี้ระวังลงนรกนะท่าน อย่างนี้เข้าข่ายปรามาสองค์พุทธะนะจ๊ะ

Thursday, August 15, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#44

ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งสัจธรรม
จะคติหรืออคติต่อสัจธรรม จะศรัทธาหรือเกลียดชังต่อสัจธรรม
จะกราบไหว้บูชาหรือมุ่งทำลายสัจธรรม
จะส่งเสริมหรือแปดเปื้อนสัจธรรม
สัจธรรมก็ไม่เคยผิดเพี้ยนไปจากเดิมเลย
มันเป็นสัจธรรมที่บริสุทธิ์อยู่อย่างนั้นตลอดกาล
ก็มีแต่ทิฏฐิตนเท่านั้นแหละที่หลงคิดเอาเองว่า หลงเข้าใจว่า
สัจธรรมเป็นสิ่งที่ต้องรักษาต้องดำรงเอาไว้ไม่ให้เสื่อมสูญไป
เลยกลายเป็นว่าทั้งคนรักษาและคนทำลายก็หลงไปในทิฏฐิพอกัน
โมฆะจากสัจธรรมไม่แตกต่างกันแม้แต่นิดเดียว

Saturday, August 10, 2013

สัจธรรมไม่มีความเห็นต่าง

เพราะเหตุให้ rombodhidharma.net หรือสื่อ Social Media ที่เกี่ยวข้อง ถึงต้องปิดกั้นการคอมเมนต์อย่างอิสระ และหลีกเลี่ยงการถกเถียงในแทบทุกกรณี?

เป็นเพราะเรากลัวคนเห็นต่างหรือ?

Wednesday, August 7, 2013

การขอขมากรรม การประกาศสละ และการชดใช้หนี้กรรม

ขอยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงกันหน่อยหลังจากที่เคยเขียนเรื่องการขอขมากรรมมานานแล้ว ซึ่งช่วงหลังมานี้ หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ท่านได้มีการนำประกาศสละชดใช้หนี้กรรมเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งความแตกต่างของ 3 วิธีนี้ก็มีอยู่ดังจะอธิบายดังนี้ครับ

ทั้งการขอขมากรรม การประกาศสละ และการชดใช้หนี้กรรม นั้นเรียกได้ว่าเป็นการต่อสายธรรมถึงมหาบารมี เหล่าองค์พุทธะ มหาพุทธะ มหาโพธิสัตว์ พระปัจเจกพุทธะ พระมหาปัจเจกพุทธะ โดยตรง เพื่อช่วยคลี่คลายกรรมวิบากที่ปิดบังสัจธรรมอยู่

Friday, August 2, 2013

ธรรมภาคมืด

ธรรมภาคมืดนั้น มิใช่ธรรมที่เขียนขึ้นยามวิกาลนะครับ เขียนตอนบ่ายๆนี่แหละ(ฮา)

ธรรมภาคมืดเป็นธรรมที่ยังเนื่องด้วยตัณหาอุปาทานอยู่ ซึ่งถูกสอนถูกเผยแพร่ไปทั่วสังคมไทยในหลากหลายรูปแบบตั้งแต่โลกียธรรม ไปจนถึงโลกียธรรมที่คนสอนเข้าใจเอาว่าเป็นโลกุตรธรรม จริงๆมันไม่มีแบ่งหรอกครับว่าอันไหนเป็นโลกียะหรือโลกุตระ ทุกอย่างล้วนเป็นโลกุตรธรรมหมดอยู่แล้ว แต่โมหะอวิชชาที่มองและหลงเข้าใจโลกุตรธรรมผ่านการรับรู้ของตนก็ทำให้เกิดการหลงไปดัดแปลง เพื่อที่จะให้เป็นแนวทางปฏิบัติ ให้เข้ากับธาตุขันธ์ที่ตนมีตนเป็น เพื่อสนองตัณหาว่าต้องมีการเดินทาง ต้องมีจุดจบ จนกลายขั้นตอนในการเข้าถึงธรรมขึ้น แล้วก็ยึดติดกันมาเรื่อยๆ ทั้งๆที่สัจธรรมความเป็นจริงนั้นมันไม่เคยเริ่มต้นหรือจบอะไรอยู่แล้ว ไอ้ส่วนที่หลงว่าจบเนี่ยเป็นโมหะส่วนตัวครับ ไม่ต้องเอาไปสอนคนอื่นหรอก เรื่องสำเร็จความใคร่น่ะใครๆก็เป็นกัน(ฮา)

Monday, July 29, 2013

ทิฏฐิแห่งความเป็นศาสนา

มาคราวนี้ขอเล่นของแรงหน่อยก็แล้วกัน รอบที่แล้วเล่นเรื่องนิกายไปแล้วทีนึง ยอดอ่านกระฉูดเชียว ไม่รู้โดนด่าไปกี่ยก ฮ่าๆ แต่บทความตอนนี้ขอยกมาไว้ในส่วนของ โลกธาตุ สังสารวัฏ ศาสตร์แห่งการโปรดสัตว์ก็แล้วกัน เพราะมันมีเนื้อหาที่ก้าวล้ำไปกว่าที่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจได้ ฉะนั้นก็เปิดใจกับเนื้อหากันหน่อยนะ

Wednesday, July 24, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#43

นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้!
ให้ทุกคนเร่งปฏิบัติ เร่งความเพียรเอาตามมรรคมีองค์ 8 เดี๋ยวก็ถึง…???
แหม่...งงนะท่าน ตกลงมัน "ที่นี่ เดี๋ยวนี้" ตรงไหนล่ะ ถ้าต้องปฏิบัติเพื่อไปให้ถึง

จริงๆมันก็นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้อยู่ตลอด ไม่เคยไปไหนเลย นิพพานทุกที่ทุกเวลา
มันก็มีแต่เพียงความหลงเอาว่าสรรพธรรมทั้งหลายที่ประกอบกันเป็นกายใจนี้เป็นเรา
จนเกิดเป็นสักกายทิฏฐิ มิจฉาทิฏฐิ ทำให้หลงเห็นว่าสรรพสิ่งต่อเนื่องเป็นสายเดียวกัน
มีความเที่ยงแท้ จับต้อง สัมผัสได้ ก็เลยหลงเอาธาตุธรรมทั้งหลายเหล่านี้ไปปฏิบัติ
หวังจะให้มันพ้นทุกข์ หวังจะให้มันบรรลุธรรม หวังจะให้มันเข้านิพพาน
แล้วพร่ำบอกว่าตนยังไม่นิพพาน ยังต้องปฏิบัติเพื่อให้หมดหลง หมดอวิชชา
แล้วไปเอาคำว่า "ตน" มาจากไหนในเมื่อมันอนัตตาอยู่แล้ว

Friday, July 19, 2013

การยกระดับสู่มิติที่ 5 แห่งยุคพลังงานใหม่

หลังจากที่เขียนเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงานเก่าไปสู่ยุคพลังงานใหม่กันไปแล้ว ทีนี้ก็มาว่าด้วยการยกระดับพลังงานจากพลังงานเก่าไปสู่พลังงานใหม่กันดีกว่า ว่ามันจะเป็นยังไงกันแน่

คนที่ไม่เคยเห็นผมเขียนอะไรแบบนี้ก็ไม่ต้องเอ๊ะอ๊ะนะครับ จริงๆมันก็คือสัจธรรมเหมือนกัน เพียงแต่ใช้สมมติบัญญัติคนละชุดสำหรับคนอ่านอีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง

Monday, July 15, 2013

ก่อนกาล

ก่อนมีเธอมีฉัน เราก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ก่อนมีพ่อมีแม่ พวกท่านก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ก่อนมีประเทศชาติ ประเทศชาติก็ไม่เคยปรากฏมีมาก่อน
ก่อนมีพระธรรม พระธรรมก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ก่อนมีศาสนา ศาสนาก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ก่อนมีโลก โลกก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ก่อนมีจักรวาล จักรวาลก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ก่อนที่จะมีสมมติ สมมติก็ไม่เคยปรากฏมีมาก่อน

Monday, July 8, 2013

จงทำลายเข็มทิศซะ

พวกเธอจะไปไหนหรือ เห็นถือเข็มทิศนำทางกันใหญ่?
ไปหาความสุขหรือ?
ไปหาความสำเร็จหรือ?
หรือจะไปหาดินแดนอันเป็นนิรันดร์?

Thursday, July 4, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 5: โลกียปัญญา - โลกุตรปัญญา

วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องปัญญากันหน่อย เพราะเหตุที่ผู้ปฏิบัติภาวนามากมายยึดถือเป็นสรณะเลยว่าต้องเจริญปัญญาไปด้วย คือเจริญสติไปพร้อมๆกับพิจารณาธรรมทั้งหลายให้สรุปลงสู่ไตรลักษณ์ ให้เกิดปัญญาในการหลุดพ้น คือ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป พิจารณาซ้ำๆจนเบื่อหน่ายและวางไปเอง อะไรประมาณนั้น

ซึ่งจำได้ว่า ตอนที่ผมยังปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอยู่นั้น ผมก็พยายามที่จะทำแบบนี้ล่ะ แต่ยิ่งทำไปก็ยิ่งหลงในสภาวะทั้งหลายจนเลยเถิดไปปรุงแต่งได้ง่ายมาก เพราะโดยปกติเป็นคนไฮเปอร์และจินตนาการสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันเลยยิ่งไปสงเสริมกรรมอนุสัยมากขึ้นอีก ซึ่งที่สุดก็ได้แต่หลงปรุงแต่งในสภาวะต่างๆ จนมีการบ้านไปส่งครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานกันอย่างเมามัน แถมท่านทั้งหลายก็ยังมาหลงแก้สภาวะปรุงแต่งนั้นให้อีกด้วยแน่ะ

Thursday, June 27, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#42

ต่อให้คนบนโลกนี้เป็นคนดีหมดก็ไม่ได้ช่วยให้โลกพบกับสันติสุข
เพราะสุดท้ายแล้วก็จะมีคนที่ดีกว่าคนทั่วไป และมีคนที่ดีน้อยกว่าคนทั่วไป
แล้วคนที่ดีน้อยที่สุดก็จะกลายเป็นคนเลวในสายตาคนที่ดีกว่าไปในทันที

Monday, June 24, 2013

โลกวัชชะ โมหวัชชะ

ช่วงนี้คำว่าโลกวัชชะ(อ่านว่า โล-กะ-วัช-ชะ)กำลังฮิต และเป็นที่รู้จักจากข่าวพระสงฆ์บางรูปที่ถูกจับลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีใครสักกี่คนที่เข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังที่แท้จริงของโลกวัชชะ

โลกวัชชะนั้นแปลว่าสิ่งที่โลกติเตียน แต่ติเตียนไปเพื่ออะไรเล่า?

Tuesday, June 18, 2013

การเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงานเก่าสู่ยุคพลังงานใหม่

จั่วหัวข้อแบบนี้ชาวพุทธทั่วไปอาจจะงง แต่สำหรับกลุ่มที่เข้าใจเรื่องจิตจักรวาลหรือกลุ่มที่สนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวก็จะรู้ว่าคืออะไร

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า เรื่องราวที่กลุ่มต่างๆไปล่วงรู้มา ไม่ว่าจะโดยญาณ โดยการสื่อสารจากเบื้องบนบ้าง ต่างดาวบ้าง จริงๆก็มีเนื้อหาตรงกับในพุทธศาสนานั่นเอง เพียงแต่ใช้สมมติกันคนละแบบเท่านั้น

Wednesday, June 12, 2013

ทำไมผู้ปฏิบัติธรรมถึงได้มีอัตตาตัวตนมากกว่าคนปกติ?

คำถามนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นเสียงบ่นเมื่อใครสักคนที่ต้องปะทะคารมกับผู้ปฏิบัติธรรมมากกว่าที่จะเป็นคำถามตรงๆ

ผมเองเคยได้รับการยืนยันจากพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ท่านฝึกสมถกรรมฐานมาตลอดชีวิตด้วยว่า คนฝึกสมถกรรมฐาน อารมณ์มันจะเหมือนลูกเหล็กที่อยู่บนปลายมีด คือท่านเปรียบว่าอารมณ์จะรุนแรงกว่าคนปกติเมื่อถูกกระทบ นอกจากนี้ผมก็ยัเคยเจอฆราวาสที่ปฏิบัติสมถะมาหลายคนก็อาการประมาณนี้เลยครับ บางคนพอเจออะไรกระทบแรงๆก็ถึงขั้นร้องไห้ตีอกชกหัวตัวเอง หรือโต้ตอบกลับอย่างรุนแรง จนทำให้เพื่อนๆที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมงงว่า ทำไมปฏิบัติธรรมแล้วอัตตาตัวตนถึงได้มากกว่าปกติ

Friday, June 7, 2013

ความพ้นทุกข์ไม่ได้ทำให้ใครเป็นผัก

งงกับหัวข้อไหมครับ?

จริงๆแล้วสิ่งนี้เป็นความเข้าใจผิดจากการอนุมานเอาโดยทิฏฐิ โดยตรรกะของชาวพุทธจำนวนมากที่ได้ไปอ่านเจอสเปคของพระอรหันต์ว่า หมดสิ้นกิเลสตัณหาแล้ว จิตขาวรอบแล้ว ตกกระแสธรรมแล้ว บรรลุแล้ว นิพพานแล้ว บลาๆๆๆ

Wednesday, June 5, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#41

เวลาเราทำบุญ จิตใจเราก็ฟู อิ่มเอิบ
เวลาเราทำความดี จิตใจเราก็ฟู อิ่มเอิบ
เวลาเราปฏิบัติธรรมได้ดี จิตใจเราก็ฟู อิ่มเอิบ
เวลาเราพลั้งเผลอทำสิ่งที่เราคิดว่าไม่ดี เราก็รู้สึกไม่ดี
เวลาเราเกิดอารมณ์โลภ โกรธ หลง เมื่อรู้ตัว เราก็รู้สึกไม่ดี
เวลาเราผิดศีล เมื่อรู้ตัว เราก็รู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าศีลไม่บริสุทธิ์
เวลาเราเผลอขาดสติ เมื่อรู้ตัว เราก็รู้สึกไม่ดี ก็พยายามที่จะทำสติขึ้นมาใหม่
เวลาเราทำสติได้ ทำสมาธิได้ จิตใจก็อิบเอิบ พองฟู เต็มเปี่ยมขึ้นมา

Friday, May 31, 2013

ความเมตตา 101

อาจจะมีหลายคนแปลกใจที่ผมยกเรื่องความเมตตามาอยู่ในหนังสือชุด โลกธาตุ สังสารวัฏ ศาสตร์แห่งการโปรดสรรพสัตว์

ที่ต้องยกเรื่องความเมตตาเอามาพูดตรงนี้ก็เพราะ ทุกวันนี้เราเข้าใจเรื่องการโปรดสัตว์ผิดไปจากเนื้อหาเดิมมากๆ เรื่องความเมตตาจึงเป็นหนึ่งในเนื้อหาที่ถูกเข้าใจผิดแบบเหมารวมไปด้วยมากที่สุด ไม่ใช่แค่เฉพาะในหมู่ผู้คนทั้งหลาย แต่ผู้โปรดสัตว์เองก็ยังเข้าใจผิดอยู่มากเช่นกัน

Tuesday, May 28, 2013

สามัคคีธรรมที่แท้จริง

เห็นผู้คนมากมายพยายามแก้ไขความแตกแยกในบ้านเมืองแล้วเซ็ง ไม่ว่าจะเป็นการออกหลักสูตรการแก้ไขความขัดแย้งในสังคม การเปลี่ยนทัศนคติ การเสนอแนวทางปฏิบัติ จนถึงการสร้างความสามัคคีด้วยการสร้างกิจกรรมร่วมกัน โดยหารู้ไม่ว่าสามัคคีธรรมจริงๆนั้นคืออะไร

Wednesday, May 22, 2013

ทิฏฐิแห่งความเป็นนิกาย

หลายครั้งที่เจอคนทักว่าคำสอนของวัดร่มโพธิธรรมเป็นแนวทางของนิกายเซน ไม่ใช่แนวทางเถรวาท จากนั้นคนที่ทักก็ทิ้งการสนทนาไปเลย ทั้งๆที่ยังไม่ได้เข้าใจเนื้อหาจริงๆของสัจธรรม อย่างนี้เรียกว่ากรรมทิฏฐิมันบังครับ เพราะความเป็นนิกายนั้น มันมีภาพลักษณ์ที่เป็นมรดกตกทอดมาซึ่งยังติดอยู่ในใจของผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ผู้คนเข้าใจคำสอนของนิกายต่างๆไปในแนวทางที่เชื่อต่อๆกันมาจนกลายเป็นกรรมที่บังสัจธรรมในที่สุด

ไม่เชื่อลองเอ่ยถึงคำว่าเซนสิครับ นึกถึงอะไร?

Friday, May 17, 2013

Statement of Renunciation, Compensation, Apology and Forgiveness คำประกาศสละ การชดเชยชดใช้หนี้กรรมหนี้บุญคุณ คำขอขมาและอโหสิกรรม

Namo tassa phakawato arahato samma samphut-thassa (3 times)
นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (สามจบ)

Realizing that delusive attachments, desires and expectations can conceal the truth, I renounce my attachment to my own being, other beings, objects and phenomena.
เพื่อมิให้เป็นกรรมปิดบังปิดกั้นต่อพระสัจธรรมอันเนื่องมาจากตัณหาอุปทาน ความหลงยึดยิดและความมุ่งหวังตั้งเอา ข้าพเจ้าขอประกาศสละความยึดติดในตนเอง บุคคลและสัตว์และความมีความเป็นทั้งหลาย ความยึดติดในสรรพสิ่งทั้งหลาย และในเหตุการณ์สถานการณ์ทั้งหมดทั้งสิ้น

Tuesday, May 14, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 4 กามสุขัลลิกานุโยค-อัตตกิลมถานุโยค

โพสต์หัวข้อที่เป็นบาลียาวๆแล้วผื่นจะขึ้นครับ นัยว่าแพ้ทางบาลีจริงๆ แต่พอเห็นปั๊บมันก็เข้าใจเนื้อหาของสองคำนี้อย่างกระจ่างดังจะอธิบายต่อไปนี้ครับ

Saturday, May 11, 2013

Compensation of Karmic Debts and Indebtedness Statement (คำประกาศชดเชยชดใช้หนี้กรรม หนี้บุญคุณ)

I humbly ask the enlightened and the worthy ones; the Buddha, Bodhisattvas and Maha Bodhisattvas, holy and noble individuals to witness my announcement of compensation for any of my indebtedness or debts of gratitude and any karmic debts that are outstanding.
ขอน้อมองค์มหาบารมี พระพุทธเจ้า  พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระมหาโพธิสัตว์และอริยะและผู้มีคุณทั้งหมดทั้งมวล ทรงได้โปรดเป็นประธานในการประกาศชดเชย ชดใช้หนี้บุญคุณ หนี้เวร หนี้กรรม ทั้งหลายทั้งปวง

Wednesday, May 8, 2013

บทขอขมากรรม อโหสิกรรม (Apology/Forgiveness Statement)

นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3จบ)
Namo tassa phakawato arahato samma samphut-thassa(3 times)

ข้าพเจ้าพร้อมทั้งจิตญาณที่สัมพันธ์ทั้งหลาย น้อมกราบขอขมากรรมขออโหสิกรรมต่อกรรมทั้งหลายที่ได้ประมาทพลาดพลั้งไปแล้วด้วยกาย วาจา ใจ เพื่อความสิ้นไปแห่งอุปทานความหลงยึดติดในกรรมทั้งหลายที่มีต่อกัน ให้เป็นโมฆะกรรมและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
I would like to state my apology to all those I have wronged, be it wrongdoing through action, speech, or thought. I humbly and truly ask for forgiveness, and ask for myself and those involved in my personal web of Karma to be able to end the endless exchange between us.

Saturday, May 4, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#40

อาการแห่งใจทั้งหลายล้วนเป็นมายา
ไม่ต่างอะไรกับอารมณ์
ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึก
ที่เกิดจากการหลงปรุงแต่งในความหมายอันเป็นสมมติ

Tuesday, April 30, 2013

คนละกรรมเดียวกัน

วันนี้เรามาเคลียร์ความเข้าใจว่าด้วยเรื่องกรรมกันดีกว่า เพราะที่โลกวุ่นวายกันอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากความที่ไม่เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งนั่นเอง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจกฏพื้นฐานแห่งกรรมก่อนว่า กรรมนั้นแก้ไขไม่ได้ ฉะนั้นไอ้พวกที่ไปแก้กรรมหรือให้คนอื่นข่วยแก้กรรมนั้นมันก็คือแอบมั่วนั่นเอง

Tuesday, April 23, 2013

บารมี 101

หัวข้อนี้ว่าจะเขียนหลายครั้งก็ยังไม่ได้เขียนสักที เพราะเนื้อหาความเข้าใจเกี่ยวกับบารมีที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันนั้นก็ยังคลุมเครืออยู่มาก ซึ่งเรื่องของบารมีจริงๆนั้นก็เข้าข่ายอจิณไตยสุดๆ ชนิดที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็ว่าได้ เข้าเรื่องเลยดีกว่า

บารมีจริงๆนั้นก็เป็นกรรมนั่นแหละครับ แต่เป็นเนื้อหากรรมที่เกิดจากการสละออก ไม่ได้ทำเอา นี่เองที่ทำให้การสละทานกับการทำบุญเป็นคนละเรื่องเลยทีเดียว คือถ้าทำบุญก็จะได้บุญ หมายความว่าทำแล้วหวังว่าจะได้เสวยผลบุญ แต่ถ้าสละออกมันก็จะกลายเป็นเนื้อหาบารมีไป ไม่ใช่ผลบุญ ซึ่งบารมีนั้นในทางธรรมเขาจำแนกเป็นบารมี 10 ทัศ 30 ทัศ อะไรแบบนี้ ซึ่งเราจะไม่กล่าวถึงเพราะมันพะรุงพะรังเกินไป

Sunday, April 21, 2013

คุยข้างเดียว#18 ว่าด้วยภาคภาษาอังกฤษของวัดร่มโพธิธรรม

ไม่ได้คุยกันนานครับตั้งแต่ขึ้นบ้านใหม่มา ทำโน่นทำนี่จนลืมไปหมด วันนี้เรามาคุยกันหน่อยดีกว่าครับ

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา facebook เพจ Rombodhidharma International ซึ่งเป็นภาคภาษาอังกฤษเริ่มมีความเคลื่อนไหวใหญ่ๆ โดยแม่ชีหนิงที่เป็น admin ของเพจร่วมกันกับผม ท่านได้ทำข้อมูลเกี่ยวกับวัดร่มโพธิธรรมออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็เราได้เริ่มทำภาพ infographic ที่มีภาพหลวงพ่อประกอบคำสอนสั้นๆเป็นลักษณะ Quote ของท่าน ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เอาไว้เผยแพร่สัจธรรมคำสอนของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตใน facebook

Wednesday, April 17, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#39

สัจธรรมแท้นั้นฟังแล้วหมดมานะหมดทิฏฐิ จึงทำให้ว่างจากตัวตนในฉับพลัน
ส่วนเนื้่อหาที่ฟังแล้ว ก่อให้เกิดมานะ ก่อให้เกิดแง่คิด ติดแง่มุม
ก่อให้เกิดภาระ มานะ ตัณหาที่จะต้องหลงไปทำกิจลุยกิจให้มันจบกิจนั้นไม่ใช่สัจธรรม
แต่เป็นเรื่องของเวรกรรมทั้งนั้น

Monday, April 15, 2013

Ahosi (Forgiveness statement vow)


“To forgive someone about what he/she did to you” and “to apologize to someone about anything wrong that's been done” are our normal practices in order to learn how to be at peace and be careful of our behaviours toward others. These actions lead us to the non-existence of the consequences for sins or cancellation of penalties for all sins we created in the past.

At the beginning of most group gatherings and often throughout the day, there are various forms of prayers for forgiveness given. The purpose of these prayers is to provide a way to release thoughts or feelings that we perceive to be unhelpful. It is also used to clear any bad feelings or conflict that may arise between two or more people.

What is taught at Rombodhidharma temple?


Luangpor gives talks two times daily – once in the morning before breakfast and once in the evening. Talks are anywhere from 30 minutes to 1 hour in length. Luangpor uses simple language to explain profound truths. His teachings are all in the Thai language. However, English speaking members of the temple community are always happy to help non Thai speakers.

Tuesday, April 9, 2013

กรรมกิเลส

เห็นผู้คนมากมายรังเกียจกิเลสกันเหลือเกิน โบ้ยให้กิเลสไม่ดีอย่างโน้นไม่ดีอย่างนี้ โดยไม่ได้ดูว่าไอ้ที่พูดไปแบบนั้นก็กิเลสเหมือนกัน เกิดความโกรธเกลียดกิเลสเหมือนๆกัน เกิดทุกข์ไม่ต่างกัน แล้วถามว่ากิเลสตัวเดียวกันไหม มันก็ตัวเดียวกันนั่นแหละ

Sunday, April 7, 2013

สัจธรรมข้างเปล ตอนที่ 1 ธรรมชาติเดิมแท้ของเด็ก

ว่าจะเขียนสัจธรรมข้างเปลอยู่นานแล้ว แต่คงไม่ขึ้นเป็นเล่มใหม่นะครับ ขอแทรกเอาไว้ใน "กลเกมอวิชชา" นี่แหละ เพราะไม่รู้ว่าเนื้อหาจะมากแค่ไหน ตั้งแต่เขียนมาไม่เคยวางแผนเลย นี่แหละอิสระของจริง อิอิ

Wednesday, April 3, 2013

Burn-out ใจละลาย

Burn-out แปลว่า เผาไหม้จนหมด หรือใจละลาย เป็นคำที่ใช้อธิบายอาการของคนที่ใช้พลังงาน ทุ่มเทกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือพลังงานเอาไว้ให้อย่างอื่นเลย ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้คนในยุคปัจจุบันมากมาย

Thursday, March 28, 2013

เหตุแห่งความลำบาก

เธอทั้งหลายรู้ไหมว่าทำไมการดำรงอยู่ของเธอบนโลกนี้ถึงได้มีแต่ความยากลำบาก

แม้เธอจะมีสิ่งต่างๆคอยรองรับความต้องการของเธอในทุกๆเรื่อง ทุกๆอย่าง
แต่ทำไมเธอทั้งหลายก็ยังทำให้ชีวิตลำบากอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยเรียบง่ายแม้แต่เรื่องเดียว
และในที่สุดเธอทั้งหลายก็จะติดกับดักตัวเอง ได้แต่พร่ำบ่น ได้แต่ตัดพ้อ ถึงโชคชะตาที่ต่ำต้อยกว่าคนอื่น

Monday, March 25, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#38

โลกธาตุนี้ล้วนถูกกำกับด้วยกฏแห่งกรรมอยู่แล้ว
จึงไม่มีกรรมใดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
ทุกกรณีกรรมล้วนมีเจตนาเป็นหตุกำกับอยู่
จึงไม่มีวิบากกรรมใดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแม้แต่เรื่องเดียว

ก็ไม่ต้องดิ้นรนไปแก้กรรมอะไรอีก
เพราะมันจะเป็นการต่อกรรมไปข้างหน้าไม่รู้จบ

Friday, March 22, 2013

เลิกอารมณ์ค้าง

วันก่อนเจ้าลูกชายตัวแสบ เกิดอารมณ์โกรธกับอะไรที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องขึ้นมา
คนที่ทำให้เขาโกรธก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะเขาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วโดยไม่ได้ตั้งใจให้เจ้าตัวเล็กโกรธ

Wednesday, March 20, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 3: ปรมัตถ์ บัญญัติ และมายาแห่งนามรูป

วันนี้เรามาพูดถึงอารมณ์ภาวนาของระบบวิปัสสนากรรมฐานแบบลงลึกกันดีกว่าครับ เพราะสิ่งนี้เป็นเรื่องถกเถียงกันมายาวนานและสรุปไม่ลงเสียทีเพราะคลำหานิพพานไม่เจอ อ่านให้จบก็จะได้เข้าใจให้ตรงว่า อารมณ์ปรมัตถ์นั้นทำเอาไม่ได้ ที่สำคัญคือมันไม่ใช่อารมณ์ด้วยซ้ำไป จะได้เลิกรู้กว้างโง่ลึกเสียที(ฮา)

Friday, March 15, 2013

โมฆบุรุษ

วันนี้ขอพูดถึงเรื่องโมฆบุรุษกันหน่อย เพราะเจอเยอะเหลือเกินในช่วงหลังๆนี้ แต่จะไม่อ้างอิงอภิธรรมนะครับ เพราะผมอ่านแล้วมึน ขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมเองไม่เคยศึกษาอภิธรรมมาเลย บาลีก็ไม่ค่อยกระดิก เคยอ่านแต่ตำราครูบาอาจารย์เกี่ยวกับการปฏิบัตินิดหน่อย ซึ่งก็ยอมรับว่าอ่านไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะใช้ภาษาโบราณ วัยรุ่นไม่เข้าใจ แถมอ่านไปแล้วยังทิ้งปริศนาเอาไว้มากมายจนกระทั่งผมได้เจอกับหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตแล้วจึงได้กระจ่างแจ้งยิ่งกว่าพระอาทิตย์ตอนกลางวันแสกๆเสียอีก

Tuesday, March 12, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 2: เจริญสติหรือเจริญอัตตาบนสติ?

อ่านจากหัวข้อแล้ว ท่านที่เข้าใจสัจธรรมจริงๆก็คงไม่งง แต่กลุ่มคนที่กรรมยังปิดบังอยู่ก็อาจจะงงไปจนถึงขั้นปฏิฆะเลยก็มี แต่เอาเถอะ วันนี้เราจะมาเข้าเรื่องของความผิดพลาดของการถ่ายทอดเนื้อหาสติปัฏฐานในวงกว้าง ที่ผิดธรรมจนกลายเป็นการเจริญอัตตาบนสติกันทั่วโลก อ่านไม่ผิดหรอกครับ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างคนส่วนใหญ่นะครับ ก็คนส่วนใหญ่ไม่ใช่เหรอที่จบให้ตัวเองไม่ได้ และยังวนเป็นสังสารวัฏอยู่ทั้งๆที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในมือ

Sunday, March 10, 2013

คุยข้างเดียว#17 เนื่องในโอกาสขึ้นบ้านใหม่ rombodhidharma.blogspot.com

ขึ้นบ้านใหม่มาได้เดือนหนึ่งเพิ่งหายยุ่งมีโอกาสคุยกันหน่อย หลายๆคนที่ติดตามจากเว็บไซต์เก่าเข้าเน็ตมาไม่เจอก็มีโทรมาถามหลายคนอยู่ ก็คงต้องแจ้งกันสักนิดว่าที่เราต้องย้ายเว็บมาอยู่ที่นี่ก็เพราะความฉุกละหุกจริงๆ นัยว่าถูกบังคับให้ซื้อพื้นที่ server เพิ่ม ซึ่งต้องใช้เงินเพิ่มมากมาย แถมต้องมีคนที่เชี่ยวชาญเรื่องโปรแกรมเว็บมาดูแล ก็เลยได้ข้อสรุปแบบไม่ต้องคิดว่า  ย้ายมาอยู่ที่นี่ดีกว่าฟรีด้วย แต่จะมีข้อเสียก็ตรงที่ไม่มีตัว audio player ให้เปิดฟังเทศนาธรรมจากเว็บไซต์เหมือนที่เก่า ต้องเข้าไปฟังใน youtube ที่ทำลิงค์มาให้หรือไม่ก็ ดาวน์โหลดเข้าเครื่องเล่น,มือถือไปฟังกันเอาเอง แต่ก็ไม่เป็นไรครับยอมแลกเพื่อความสบายตัว

Friday, March 8, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#37

หมดมานะ...

นโม: ป๊า..นโมกินขี้ไม่ได้(พูดแบบล้อเล่น)
ป๊า: นโมกินขี้ไม่ได้ นโมก็เก่งสู้ฮิปโปไม่ได้สิ อิอิ
นโม: นโมเก่ง!!
ป๊า: อ้าว..ฮิปโปกินขี้ได้ นโมกินไม่ได้ ฮิปโปต้องเก่งกว่าสิ(ฮา)
นโม: นโมเก่งกว่า!!
ป๊า: แล้ววันนี้นโมซ้อมวิ่งแข่ง วิ่งทันเพื่อนหรือเปล่า
นโม: นโมวิ่งไม่ทัน
ป๊า: ไม่เป็นไร มันก็เหมือนกันล่ะลูก มันไม่ต่างจากที่ฮิปโปกินขี้ได้แต่เรากินไม่ได้ไง(ฮา)
นโมหัวเราะ

Monday, March 4, 2013

โครงสร้างกรรมในระบบทุนนิยม

หลายคนคงเคยได้ยินหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตท่านพูดว่า ในเมืองมันไม่สอดคล้องกับธาตุขันธ์ของท่าน

บทความนี้จะอธิบายถึงเหตุผลที่ว่าผ่านโครงสร้างกรรมในระบบทุนนิยมครับ

บุญบริสุทธิ์

หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตท่านมักจะพูดอยู่บ่อยๆว่าทำบุญก็ไม่ต้องเอาอะไร ให้ก็ให้ทิ้ง ทำก็ทำทิ้ง

เพราะอะไร? ทำไมท่านถึงให้ทำบุญแล้วอย่าไปหวังในบุญ เพราะที่ผ่านมาเราก็เคยทำๆกันมาแบบนี้กันทั้งนั้น

Sunday, March 3, 2013

มหาสุญญตา101(นิพพานภาคพิสดาร)


เราคงเคยได้ยินคำว่านิพพานกันบ่อยๆ แต่ก็ไม่รุ้ว่านิพพานจริงๆเป็นยังไง เคยได้ยินคำว่าสุญญตากันบ้างแต่ไม่บ่อยนัก แถมยังนึกไปเองว่ามาจากทางมหายาน ยิ่งมหาสุญญตานี่ยิ่งได้ยินกันน้อยลงไปอีก ก็จะมีแต่ที่วัดร่มโพธิธรรมนี่แหละ ที่พูดกันบ่อยมากกว่าที่อื่น เพราะที่นี่เน้นเรื่องนิพพานกันอย่างเดียวจริงๆ ส่วนเรื่องราวพะรุงพะรังในเชิงโลกียธรรมนั้นไม่ใช่สาระจะมาพูด เพราะปุถุชนทั้งหลายก็พะรุงพะรังกับตัวเองมามากพอแล้ว ก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องเพิ่มเรื่องราวให้แบกเล่นกันอีกต่อไป

ที่สุดแห่งธรรม

เคยมีคนถามว่า ทำไมยังรู้สึกไม่บริบูรณ์ หรือพูดง่ายๆก็คือ ทำไมถึงรู้สึกว่ามัน "ไม่จบ" นั่นเอง

ก็แล้วจะมี "ใคร" ไปบริบูรณ์ได้อีกเล่า ในเมื่อทุกอย่างมันบริบูรณ์อยู่แล้วทุกขณะ

และด้วยความรู้สึกที่ว่ายังไม่บริบูรณ์นี้เอง ก็ทำให้หลายคนที่แม้จะเจอสัจธรรมแท้ๆแล้ว ฟังจนเข้าใจแล้ว จบเป็นแล้ว ก็ยังอดไม่ได้ว่า จะต้องแสวงหา "ตอนจบ" ให้ตนเอง ว่าแล้วก็ดิ้นรนไปหาที่จบ หาจบกับคนโน้นที จบกับคนนี้ที สุดท้ายก็ได้แต่เตะเข้าประตูตัวเอง

อุปาทานซ้อน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า อุปาทานคืออะไร

อุปาทานก็คือการยึดติดในสภาวะหนึ่งสภาวะใด พอยึดก็เกิดเป็นภพ ภพก็คือการเกิดหรือจุติ ส่วนจะภพภูมิไหนก็แล้วแต่ พอเกิดขึ้นเป็นภพภูมิแล้ว ก็จะต่อเนื่องไปเป็นชาติคือการเสวยภพเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา เสร็จแล้วก็เปลี่ยนไปเป็นชรา คือความเสื่อมไปตามแรงกรรมที่ค่อยๆหมดลง แล้วก็มรณะคือ ดับไปเองโดยธรรมของมัน ในกรณีที่มีแรงกรรมมาย้ำซ้ำซ้อนลงไป มันก็จะจบโดยตัวมันเองอยู่แค่นั้น แต่ถ้าย้ำกรรม มันก็จะเกิดเป็นวงรอบใหม่ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสังสารวัฏที่วนทำ วนใช้ไม่รู้จบ นี่คือลักษณะของอุปาทาน

"ว่าง"ในเนื้อหาแห่งนิพพาน vs "ว่าง"แบบโลกียวิสัย

วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยความว่าง หรือสุญญตา หรือเนื้อหาสัจธรรม หรือนิพพานกันสักหน่อย เพราะหลายๆคนหลงอยากว่าง อยากโล่งโปร่งเบากันจนตัวสั่น บ้างก็กระเสือกกระสนไปให้คนอื่นช่วยให้ว่าง จนไปเจอความว่างแบบ "โลกียวิสัย" ถูกใจ เลยอุปาทานเข้าให้เต็มๆ

ว่างในเนื้อหาแห่งนิพพานหรือสุญญตานั้น ไม่ใช่ความว่างจากสภาวะ ไม่ใช่ความว่างแบบไม่มีอะไร ไม่ใช่ความว่างแบบทำให้ว่าง โล่ง โปร่ง เบา สบาย นั่นมันเป็นเพียงสภาวะที่ไม่ใช่อะไร และไม่ใช่ว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีจึงจะว่างได้ แบบนี้เรียกว่าว่างอย่างโลกียวิสัย ว่างแบบหาอะไรยึดเกาะ หรือที่เรียกว่า อุปาทานในว่างนั่นเอง ว่างแบบนี้ไปนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างจากุชชี่ก็ว่างได้ครับ 555

ทะลุทะลวง

คงจะเคยได้ยินกันบ่อยๆว่า "ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" ใช่ไหมครับ

จริงๆแล้วประโยคนี้ฟังดูนุ่มไปครับ ยังไม่เด็ดขาด จริงๆประโยคควรจะเป็นแบบนี้ครับ
"ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ยึดกันอยู่แล้ว"

นอกเหนือการเลือก

หลายคนคงยังงงอยู่เวลาถามหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตว่า จะเลือกหรือไม่เลือก(อะไรสักอย่าง)ดี

เสร็จแล้วหลวงพ่อท่านก็มักจะตอบว่า ไม่ใช่ที่เลือกหรือไม่เลือก

ซึ่งบางคนก็เอาไปตีความเข้าข้างตัวเองแบบผิดๆ บทความนี้จะแจงให้เข้าใจคำว่านอกเหนือการเลือกก็แล้วกันนะครับจะได้ไม่เนิ่นช้าหลงเข้าไปทำอะไรอีก

ช่างมัน

หลายๆคนคงเคยได้ยินหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ หรือผม หรือหลายๆคนในวัดร่มโพธิธรรมพูดเสมอว่าช่างมัน ทุกอย่างก็ช่างมัน

แล้วจริงๆมันเป็นอย่างไร?

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 9 องค์รวมแห่งสัจธรรม

ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ไปปฏิบัติธรรมในหลักสูตรประเภทดูอาการ เอ๊ย เก็บอาการ เอ๊ย เก็บอารมณ์ 7 วัน 9 วันกันมาบ้างแล้ว เพียงแต่พอออกจากหลักสูตรมา ก็กลับไปมั่วเหมือนเดิม ปีหนึ่งๆก็เลยต้องกระเสือกกระสนหาเวลาไปปฏิบัติธรรมสัก 7 วัน หลีกหนีความวุ่นวายสู่ความสงบ จนบางคนเสพติดถึงขนาดที่ต้องไปบ่อยๆเพราะโลกภายนอกนั้นยุ่งเหยิงจนแทบจะทนไม่ได้อยู่แล้ว

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 8 มหาสัมปชัญญะแห่งอริยะ

เขียนเกี่ยวกับสติมาเยอะแยะแล้ว แต่ดันลืมเขียนเรื่องสัมปชัญญะไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พูดถึงสัมปชัญญะมักจะแทรกอยู่ในบทความต่างๆเสียมากกว่า

ท่านใดที่ตามอ่านมาโดยตลอด ก็จะเข้าใจแล้วว่าสติแห่งอริยะนั้น ไม่มีการบังคับ ควบคุม เกิดและดับเองตามเหตุปัจจัย ไม่มีอัตตาซ้อนลงไปในสติ รู้ก็ของมันเอง แล้วก็ดับเอง เป็นการรู้เปล่าๆแบบไม่มีความหมายในการรู้อะไร มันจึงไม่ต่อเนื่องไปดึงข้อมูลจากสัญญาความจำและนำไปปรุงแต่งต่อจนเกิดเป็นสังสารวัฏ เรียกว่าสติอริยะนั้นเป็นมโนธาตุอิสระที่ทำงานของมันเองอย่างอัตโนมัติ ซึ่งไอ้ความที่มันทำงานอย่างอัตโนมัตินี่เอง สติอริยะจึงมีความยืดหยุ่นอย่างที่สุด อิสระอย่างที่สุด และกว้างขวางอย่างที่สุด ไร้เพ่ง ไร้เผลอ เพราะไม่ได้ไปบังคับมัน ซึ่งความยืดหยุ่นเป็นอิสระอย่างที่สุดของสติอริยะนี้เองที่เรียกว่า สัมปชัญญะแห่งอริยะ

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 7 สังโยชน์ 10 ภาค 6

มาต่อด้วยสังโยชน์ข้อที่ 9 ว่าด้วยความฟุ้งซ่าน

9. อุทธัจจะ - ความฟุ้งซ่าน

ความฟุ้งซ่านเกิดจากอะไร?

ความฟุ้งซ่านเกิดจากการที่มันพยายามจะหาที่ยึดเกาะเป็นชิ้นเป็นอัน แต่มันหาไม่ได้ ก็ได้แต่ซัดส่ายไปพยายามจะหา ซึ่งอาการฟุ้งซ่านนี้ นักปฏิบัติส่วนใหญ่จะแก้ไขด้วยการเพิ่มกำลังสมาธิ ใส่พลังเข้าไปให้จิตมันมีกำลังในการยึดเกาะ(อุปาทาน) ซึ่งมันก็แก้ไขได้เป็นครั้งๆไป หมดแรงสมาธิก็เอาอีก ด้วยเหตุนี้ นักปฏิบัติจึงต้องทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะดับสภาวะความฟุ้งซ่านนี้ แล้วมันก็จะทำให้ดูเหมือนว่าสามารถตัดอุทธัจจะลงไปได้แล้ว แต่นักปฏิบัติหารู้ไม่ว่า อุทธัจจะนั้นมีเหตุจากการที่มันพยายามเป็นอัตตาขึ้นมานั่นแหละ มันจึงแส่ส่ายหาที่ยึดเกาะ พอเกิดอัตตาในสภาวะธรรมใดขึ้นมาจนนิ่งแล้วไอ้อาการฟุ้งซ๋านจึงหายไปชั่วคราว ย้ำว่าชั่วคราวนะครับ เพราะถ้ายังมีตัวตนในอะไรๆมันก็พร้อมจะฟุ้งซ่านตลอดเวลา

Saturday, March 2, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 6 สังโยชน์ 10 ภาค 5

8. มานะ - มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนหรือคุณสมบัติของตน

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 5 สังโยชน์ 10 ภาค 4

มาถึงสังโยชน์เบื้องสูงกันดีกว่า สังโยชน์ 5 ข้อแรกนั้นเป็นสังโยชน์อันเป็นสังสารวัฏภายใน ส่วน 5 ข้อที่เหลือเป็นสังสารวัฏภายนอกอันเป็นเหตุให้เกิดสังสารวัฏซ้ำซ้อนขึ้นภายในอีกทีหนึ่ง

ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง 5 ได้แก่

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 4 สังโยชน์ 10 ภาค 3

มาถึงภาค 3 ต่อด้วยพระสกทาคามีกันต่อ

พระสกทาคามีนั้นก็คลายออกจากสังโยชน์ได้ 3 ข้อ เหมือนพระโสดาบันครับ แต่สำหรับท่านจะคลายออกจากตัวเองมากกว่า ความแรงในการกระทบของผัสสะอายตนะทั้งหลายจะไม่มากเท่าพระโสดาบัน จะคลายออกตัวตนจนเบาบางยิ่งขึ้น ยิ่งคลายออกก็จะยิ่งสว่างมากขึ้น ใสมากยิ่งขึ้น ตัณหาก็จะเบาบางลง กามราคะและปฏิฆะในข้อที่ 4 และ 5 ก็จะเบาบางลงด้วย ถึงตรงนี้ก็จะหมดตัวพุ่งเอามุ่งเอาแล้วครับ หากสละไปเรื่อยๆก็จะเข้าสู่ชั้นอนาคามี ซึ่งเป็นอริยบุคคลที่คลายออกจากสังโยชน์ข้อ 4 และ 5 ได้อย่างเด็ดขาด

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 3 สังโยชน์ 10 ภาค 2

สักกายทิฏฐินี่เป็นด่านแรกของอริยมรรคเลย ถ้าใครไม่ผ่านด่านนี้ก่อน คือไม่ปลงรู้(ตัวตนในรู้) คลายออกจากการติดรู้ อริยมรรคก็จะไม่เดินครับ อริยมรรคนั้นอาศัยจากการฟังสัจธรรมตรงๆนี่แหละ เพราะเนื้อหาสัจธรรมนั้นคือความว่างที่ส่งจากจิตสู่จิต ซึ่งอานุภาพของสัจธรรมตรงนี้จะไปช่วยคลายอุปาทานความยึดติดในใจ อริยมรรคก็เริ่มเดิน คลายตัวมันเองออกมา ผู้ที่ได้ฟังสัจธรรมตรงๆจึงคลี่คลาย เกิดความโปร่งโล่งเบาจากการคลี่คลายของกรรมที่กดทับธาตุขันธ์(ถ้าจะให้เทียบก็ประมาณโสดาปัตติมรรค แต่ก็ไม่ต้องการให้ยึดติดกับขั้นตอนจนเกินไป เพราะบางท่านก็ฉับพลันทะลวงหมดทุกขั้นเลยก็มี)

Friday, March 1, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 2 สังโยชน์ 10 ภาค 1

บทความตอนนี้จะว่าด้วยทั้งหมดทั้งมวลของป้อมปราการ 10 ด่านที่นักปฏิบัติพยายามที่จะฝ่าไปให้ได้ ที่เรียกกันว่า สังโยชน์ 10

ส่วนเนื้อหาของสังโยชน์ 10 นั้น ผมขี้เกียจอธิบาย เพราะผมไม่ชอบจำรายละเอียด ก็เลยไปลอกสังโยชน์ 10 มาจาก wikipedia ทั้งดุ้นดังนี้ ไม่ต้องสนใจภาษาฟอสซิล เอ๊ย ภาษาบาลีมากนักนะครับ(ฮา)

ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 3: ตอนที่ 1 การปฏิบัติโดยไม่ปฏิบัติ

ลองอ่านทวนซ้ำๆดูสิครับ ไม่งงให้เตะ เพราะขนาดผมที่ว่าชำนาญเรื่องภาษา ยังอ่านไปก็งงไปว่านี่ตกลงจะให้ปฏิบัติหรือไม่ให้ปฏิบัติกันแน่?

หลังๆมานี้ การสอนปฏิบัติโดยไม่ต้องปฏิบัติ เริ่มที่จะมีสอนแพร่หลายกันในหลายสำนักแล้ว ซึ่งจากที่ผมได้แวบเข้าไปอ่านไปสังเกตดูมาหลายที่ ก็พบว่าเกือบจะตรงแล้วล่ะ "เกือบจะ"ก็แปลว่ายังไม่ตรงนะครับ อย่าเพิ่งดีใจไป ส่วนใหญ่ไปติดตรงการปฏิบัติและการใช้สมมติอยู่ทั้งนั้น จะพูดมากไปไม่ได้ เพราะผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ ถ้าไปติดแล้วแก้ยากมากครับ คือแต่ละท่านก็เข้าใจและยึดเอาตามอนุสัยเก่าของตน นี่ยังไม่นับรวมทิฏฐิมานะในธรรมอีกน่ะ

ความเข้าใจที่เลื่อนลอย กับ สัจธรรมก็อปปี้

มีหลายคนถามเหมือนกันว่า ถ้ามันอนัตตาอยู่แล้วไม่มีตัวมีตนอยู่แล้ว ทำไมต้องขอขมากรรม? แล้วมีใครผิดอะไร?

วันนี้เลยขอตอบแบบเต็มๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็แล้วกัน เพราะที่ผ่านมามีบางคนเอามากระแนะกระแหน เหน็บแนม กระทบกระเทียบโดยไม่เข้าใจถึงความจริงของโลกธาตุของสังสารวัฏ

Thursday, February 28, 2013

ความละเอียดอ่อนของการใช้สมมติบัญญัติ

จริงๆแล้วบทความตอนนี้ไม่ควรจะอยู่ในวิญญาณหลงทางหรอกครับ มันควรจะไปอยู่ในหนังสือชุดที่ผมเขียนขึ้นเพื่อ "ใช้เผยแพร่ในวงแคบ" มากกว่า เพราะมันเป็นเรื่องของการใช้สมมติในการสะท้อนสัจธรรม แต่ไม่เป็นไร เปิดให้อ่านกันตอนหนึ่ง ให้ได้รู้ว่าความละเอียดอ่อนในการใช้สมมติบัญญัติในการถ่ายทอดสัจธรรมนั้นมันสำคัญขนาดไหน ส่วนที่เหลือจะเปิดเผยให้คนที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมครับ

สัจธรรมทั้งหลายทั้งปวงที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศเอาไว้แต่เดิมนั้น ล้วนเป็นโลกุตรธรรมทั้งนั้น เป็นธรรมอัน "ไม่เนื่องด้วย" หรือนอกเหนืออนุสัยในการเข้าไปทำเอา หรือพูดง่ายๆก็คือเป็นธรรมที่นอกเหนืออัตตาตัวตนทั้งปวงอยู่แล้ว และเมื่อสมัยพุทธกาลนั้นก็จะส่งต่อสัจธรรมกันแบบจิตสู่จิต ซึ่งเนื้อหาจะไม่ผิดเพี้ยนไปจากของดั้งเดิมครับ เพราะการแจ้งในนิพพานเสียเองนั่นแหละจะทำให้เข้าถึงโลกุตรธรรม โลกุตรปัญญา อันเป็นของกลางของจักรวาลไปเอง

หยุด-ปล่อย-ปลง-วาง-ว่าง-คลาย: เข้าใจให้ตรงแล้วเลิกหลงไปทำ

คำ 6 คำที่ผมจั่วหัวถึงนั้นเป็นคำที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตใช้อยู่บ่อยๆ แต่ถึงที่สุดแล้ว หลายๆคนก็ยังเข้าใจคำเหล่านี้ผิดอยู่ดี วันนี้ผมจะอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียดเลยก็แล้วกัน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า สัจธรรมที่หลวงพ่อท่านนำมาประกาศนั้นเป็นโลกุตรธรรมล้วนๆ ดังนั้นประโยคที่ท่านพูดเพื่อล้างความหลงให้คนฟังจะไม่มีประธาน และ กรรม หรือผู้กระทำ และ สิ่งที่ถูกกระทำ เพราะโลกุตรธรรมนั้น ไปทำเอาไม่ได้ มันไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาทำ ทุกอย่างเป็นเพียงสภาวะธรรมที่ไม่ใช่อะไร เวลาสื่อสัจธรรมออกไปท่านก็ใช้สมมติแบบให้คนฟังคลายออกจากการไปหลงทำจิตทำใจอะไรแบบที่เคยชิน

สัจธรรม ไม่ยาก ไม่ง่าย

มีคนจำนวนมากที่มักจะพูดกันว่าสัจธรรมเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่เหนือวิสัยที่จะเข้าใจได้ เป็นสุดยอดแห่งธรรมที่ไม่อาจเอื้อมสำหรับนักปฏิบัติที่เพิ่งเริ่มต้น

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดไปเองทั้งนั้น จะเรียกว่าคิดเอง เออเอง สะดุดขาตัวเองก็ได้

สัจธรรมจริงๆนั้นไม่ยาก ไม่ง่าย เพราะสัจธรรมจริงๆนั้นไม่ใช่อะไรที่จะให้ยึดถือได้เลยแม้แต่นิดเดียว แล้วมันจะยากจะง่ายได้ยังไง

ตื่น(ดับ)แบบอริยะ

ในแวดวงวิปัสสนากรรมฐานนั้นเรามักจะได้ยินคำว่า "สติตื่น" อยู่เสมอ

แต่ถามจริงๆว่ารู้ไหม มันตื่นยังไง? ตื่นจากอะไร?

ตื่นในความหมายที่แท้ของสติอริยะนั้นคือ การ "ตื่น" ออกจากความหลง ตื่นออกจากอวิชชา ตื่นแบบไม่มีอะไรไปมีความหมายกับอะไร ตื่นแบบไม่จมแช่ในสภาวะหรือธรรมารมณ์ใดๆ ตื่นแบบนี้เรียกว่าตื่นแบบอริยะ ตื่นแบบบรรลุธรรม คือไม่ข้องไม่คาในสภาวะธรรมใดๆ ทะลุทะลวงหมดทุกสภาวะ

แล้วที่ไปฝึกให้สติมันตื่นนั้นมันใช่อาการ "ตื่น" แบบที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหรือไม่?

ไม่ติดไม่หลุดอยู่แล้ว


หลายคนคงเคยดูหนังไตรภาคชุด The Matrix กันไปแล้ว ที่ผมนำภาพโปสเตอร์ทีเซอร์อันนี้มาโชว์เป็นทีเซอร์ของภาคสามที่มีชื่อว่า The Matrix Revolutions ซึ่งมีคำโปรยว่า "Everything that has a beginning has an end" หรือแปลเป็นไทยภาษาพุทธได้ว่า "ทุกสิ่งที่มีเกิดย่อมดับไปเป็นธรรมดา"

แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือการที่มีตัวเราติดเข้าไปตรงการเริ่มต้น และมีตัวเราไปอึดอัดขัดเคืองในการที่มันดับไปของมันเองอยู่แล้วนี่แหละ พอติดๆหลุดๆอยู่อย่างนี้มันก็เป็นสังสารวัฏน่ะสิครับ

ซึ่งถ้าจะให้พูดเป็นสัจธรรมจริงๆก็ต้องบอกว่า ไม่ติดไม่หลุดอยู่แล้ว เหมือนที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตท่านพูดเอาไว้บ่อยๆเตือนคนฟังให้ตื่นออกจากความหลงไปติดหลงไปหลุดกับอะไรๆ

นิวรณ์ 5

นิวรณ์ 5 ในความหมายที่เข้าใจกันโดยทั่วไปคือ เป็นธรรมที่เป็นเครื่องกั้นความดี ปิดกั้นสมาธิ มีอยู่ 5 สภาวะด้วยกันก็คือ

1. กามฉันทะ ความพอใจ ติดใจ หลงใหลใฝ่ฝัน ในกามโลกีย์ทั้งปวง ดุจคนหลับอยู่
2. พยาบาท ความไม่พอใจ จากความไม่ได้สมดังปราถณาในโลกียะสมบัติทั้งปวง ดุจคนถูกทัณท์ทรมานอยู่
3. ถีนมิทธะ ความขี้เกียจ ท้อแท้ อ่อนแอ หมดอาลัย ไร้กำลังทั้งกายใจ ไม่ฮึกเหิม
4. อุทธัจจะกุกกุจจะ ความคิดซัดส่าย ตลอดเวลา ไม่สงบนิ่งอยู่ในความคิดใดๆ
5. วิจิกิจฉา ความไม่แน่ใจ ลังเลใจ สงสัย กังวล กล้าๆกลัว ไม่เต็มร้อย ไม่มั่นใจ

คัดลอกจาก wikipedia

สถานะของนิวรณ์ 5 ในปัจจุบันจึงกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับคนทั่วไปและนักปฏิบัติธรรมไปเสียแล้ว ทั้งๆที่มันก็เป็นเพียงสภาวะธรรมอย่างหนึ่งที่ไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรเลย เป็นธรรมโดยธรรมเองอยู่แล้ว แต่ดันหลงไปให้ค่าให้ความหมายมันเองทั้งนั้น

เลิกสับสน

คงเคยได้อ่านได้ยินกันว่า สัจธรรมแท้นั้นไม่มีอะไรจะแสดง ไม่มีอะไรจะถ่ายทอด ก็เงียบเสียนั่นแหละสัจธรรม หรือ บางท่านบอกว่า ก็หุบปาก นั่นแหละคือสัจธรรม

ซึ่งก็ไม่ผิดนะครับ เพราะสัจธรรมจริงๆมันก็ไม่ใช่อะไรเลยสักอย่างเดียว นอกเหนือสมมติบัญญัติจะเอามาใช้อธิบายได้ คือมันไม่มีอะไรน่ะ จะให้พูดอะไรเล่า

ความลับแห่งการบรรลุธรรมขององคุลีมาล

ที่ผ่านมาได้เคยพูดถึงกรณีองคุลีมาลมาแล้วก็หลายครั้ง โดยอธิบายแทรกในบทความต่างๆ แต่ยังไม่เคยได้เขียนรวบรวมเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

ครั้งนี้ก็ขอจัดชุดใหญ่หน่อยละกัน กรณีขององคุลีมาลนั้น...ผมชอบมาก เพราะมันเถียงกันไม่ออกตั้งหลายเรื่อง แล้วก็เรื่องใหญ่ๆทั้งนั้น เป็นกรณีที่เว้นไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ เป็นรอยด่างพร้อยทางปัญญาของชาวพุทธที่ไม่สามารถเข้าใจได้ว่า ทำไมองคุลีมาลถึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แบบฉับพลัน ทั้งๆที่ฆ่าคนไปเกือบๆพันคนก่อนหน้าที่จะพบพระพุทธเจ้าแป๊บเดียว ชนิดที่ว่าบางนิ้วที่ตัดมายังสดๆอยู่เลย ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครกล้าถามเรื่องนี้ ส่วนคนเผยแพร่ก็โคตรกลัวที่จะมีคนถามเพราะไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน(ฮา)

ก็จะตอบให้ที่นี่เลยก็แล้วกันจะได้เลิกมีปมด้อยกันเสียที

ไม่ผิดหรอกจ๊ะ...แต่มันไม่จบ

ตั้งแต่เผยแพร่สัจธรรมมาก็มีหลายคนปฏิฆะขัดเคืองว่าทำไม ต้องไปกระทบชาวบ้านเขาด้วย ก็ถ้าไม่มีอะไรผิดอะไรถูกอยู่แล้วจะเดือดร้อนไปทำไม

ธรรมะมันก็ไม่มีผิดไม่มีถูกจริงๆนั่นแหละ เพราะถ้าบอกว่าอันนี้ถูกมันก็จะไปยึดอีก อันนี้เป็นวิถีของสรรพสัตว์เลย คือต้องขอยึดอะไรไว้สักอย่างก่อน...กลัวว้าเหว่

แต่จะถูกจะผิดนี่ก็ต้องถามก่อนนะว่าถูกของใคร ผิดของใคร

วิญญาณหลงทาง (Lost in Space)

ว่าแล้วก็ขอเขียนถึงชื่อภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้เสียทีเถอะ เพราะมันถูกใจจริงๆ ตั้งเอง ชงเอง ตบเอง ใครจะทำไม 555

Lost in Space นั้น เคยเป็นชื่อหนังไซไฟของฝรั่งว่าด้วยการเดินทางในอวกาศ แต่ Lost in Space ที่ผมเอามาตั้งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของหนังสือ "วิญญาณหลงทาง" นั้นมันแปลว่า "หลงทางในความว่างเปล่า"

ทำไมถึงว่างเปล่า?

สรรพสิ่งทั้งหลายล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน

สรรพสิ่งทั้งหลายล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นคำที่ผมโปรยเอาไว้บนปกของสื่อสัจธรรมชุด วิญญาณหลงทาง เป็นประโยคที่ใช้อธิบายรหัสนัยแห่งพระนิพพานได้อย่างชัดเจน

ก็ในเมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นตัวตนอยู่แล้ว อนัตตาอยู่แล้ว มันจะมีตัวเราตัวเขาขึ้นมา แปลกแยกแตกต่างกับสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงได้ไหมเล่า

มันก็ไม่มี

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ตรงต่อเนื้อหานิพพาน มันก็จะไม่หลงไปขัดแย้งกับสรรพสิ่งทั้งปวงไปเอง หมดความอึดอัดขัดเคืองในสิ่งต่างๆไปเอง

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 1: จิตหนึ่งไม่ใช่พุทธะ

จิตที่ส่งออกนอก เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอก เป็นทุกข์
จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็นมรรค
ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิต เป็นนิโรธ
ยกมาพอขำๆ แต่นักปฏิบัติทั้งหลายก็คงจะรู้แล้วนะครับว่า ท่านใดที่พูดเอาไว้
บอกแล้วว่าภาค 4 เล่นกันถึงลูกถึงคน ทั้งนี้ทั้งนั้น เราพูดกันถึงเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้ติดว่าใครเป็นใคร

Wednesday, February 27, 2013

เลิกคอยไร้

เมื่อไหร่จะบริบูรณ์ เมื่อไหร่จะจบ เมื่อไหร่จะไร้ตัวไร้ตน เมื่อไหร่จะบรรลุ เมื่อไหร่จะอรหันต์

เหล่านี้เป็นความหวังเลื่อนลอยที่กัดกินใจนักปฏิบัติทั้งหลายตั้งแต่ระดับครูบาอาจารย์จำนวนมาก ที่ได้แต่คอยให้เงื่อนไขทุกอย่างมันบริบูรณ์ โดยหารู้ไม่ว่า การเข้าไปคอยนั่นแหละก็คือการคาอยู่กับตัวเอง คาอยู่กับเงื่อนไขที่ตนอุปโลกน์ขึ้น คาอยู่กับทิฏฐิความเชื่อแห่งตน จนไม่สามารถที่จะไร้ในท่ามกลางสรรพธรรมทั้งปวงได้

เลิกตอกย้ำโมหะตน

จากที่ได้สนทนากับผู้คนมากหน้าหลายตาถึงเรื่องปฏิบัติธรรมบ้าง นิพพานบ้าง ฯลฯ ก็พบว่ามีความเชื่ออย่างหนึ่งที่ถูกสอนตอกย้ำกันมามากมาย ความเชื่อนั้นก็คือ ความเชื่อที่ว่า เรายังหลงอยู่ เรายังมีกิเลสอยู่ เรายังเพลินอยู่ เรายังยึดติดอยู่ มนุษย์เรายังเป็นสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องปิดบังอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าความเชื่อเหล่านี้เองที่เป็นทิฏฐิบดบังสัจธรรมไปเสียเอง

ถามว่าหลงจริงไหม?

การโปรดเจ้ากรรมนายเวร

ตอนนี้มาว่ากันด้วยเรื่องปราบเซียน อย่างเรื่องเจ้ากรรมนายเวรกันหน่อย ซึ่งเจ้ากรรมนายเวรนี่เป็นหนึ่งในกลุ่มที่โปรดยากที่สุด พอๆกับเหล่าโมฆะบุรุษทั้งหลาย ที่ดื้อดึงปิดกั้นปิดบังต่อสัจธรรมจนไม่อาจเข้าใจได้เลย

ตอนนี้หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตท่านได้ให้วิธีการโปรดเจ้ากรรมนายเวรมาแล้วครับ สิ่งนี้แสดงว่าสัจธรรมเปิดเต็มที่แล้วจริงๆ

สัจธรรมจาก Facebook#36

รู้ตัวว่ามีสติก็หลง
รู้ตัวว่าไม่มีสติก็หลง
รู้ตัวว่าไม่หลงก็หลง
รู้ตัวว่าหลงก็หลง

Tuesday, February 26, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#35

เห็นสอนกันไปทั่วว่าให้ผู้ปฏิบัติอยู่กับปัจจุบันขณะ
แล้วจะอยู่ตรงไหนได้เล่า ในเมื่อปัจจุบันมันก็เป็นเพียงสมมติ ไม่ใช่ความจริง
การที่ไปพยายามอยู่กับปัจจุบันขณะบนสภาวะแห่งสมมตินั้น
ไม่ใช่การตื่นแจ้งในเนื้อหานิพพาน อันเป็นความจริงแท้หนึ่งเดียว
แต่เรียกว่า "หลับใน" หลับในสภาวะแห่งมายาสมมติ
หรือจะเรียกว่า หลงตื่นอยู่ในฝันของตน ก็ได้
เป็นความฝันที่"ตน" สร้างขึ้น จากการหลงไปดูหลงไปเห็นหลงไปรู้ผ่านผัสสะอายตนะทั้งหลาย

สัจธรรมจาก Facebook#34

เธอทั้งหลายเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออก
เธอทั้งหลายเรียกร้องอิสรภาพในการใช้ชีวิต
มันไม่มีหรอกนะอิสรภาพเช่นนั้น
เพราะเมื่อใดก็ตามที่เธอทั้งหลายกระทำการบางอย่างลงไป
เธอทั้งหลายก็จะต้องรับผลกรรมตรงนั้นอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้เลย

สัจธรรมจาก Facebook#33

จะมีนักปฏิบัติหรือครูบาอาจารย์สักกี่คนรู้ว่า
อวิชชาหรือวิชชานั้นก็อยู่ภายใต้กฏไตรลักษณ์
มันเกิดขึ้นได้ มันก็ดับเองได้ ไม่เที่ยง ไม่เป็นตัวตน
เพียงแต่ให้หมดเหตุปัจจัยที่จะเข้าไปตอกย้ำเท่านั้น
มันก็จบของมันเองได้อยู่แล้วตลอด

มรณานุสติ101

วันนี้ขอเขียนเรื่องมรณานุสติต้อนรับเดือนโลกแตก ธันวาคม 2012 ซะหน่อย เพราะสำหรับหลายๆคน ถึงตอนนี้ ถ้ามีใครตดเบาๆก็คงจะหัวใจวายตายแล้ว ขี้ขึ้นสมองระยะสุดท้าย เห็นหรือได้ยินอะไรก็ตีเข้าไปเป็นเรื่องโลกแตกซะหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่บอกว่าตัวเองมีสติ ก็ใช้กรรมไปแล้วกันนะ 555

เห็นสอนกันจังว่าให้พิจารณาความตายอยู่เนืองๆ จนเกิดมรณานุสติ บางคนถึงกับหาหนังเกี่ยวกับหายนภัยมาดู หรือแนะนำให้คนอื่นได้ดูเพื่อเป็นมรณานุสติ แบบนั้นไม่เรียกมรณานุสติ แต่มันคือการตอกย้ำอุปาทานในตัวเองต่างหาก ซึ่งสุดท้ายมันไม่ได้หายกลัวอย่างที่"อยาก" แต่ความกลัวมันจะไปแอบซ่อนอยู่ รอเวลาออกมา...แฮ่!! หลอกเอาอีกรอบหนึ่ง อิอิ

กรรม วิบากกรรมและการขอขมากรรม

ว่าจะเขียนบทความนี้หลายครั้งแล้ว เพราะมีญาติธรรมถามมาเรื่อยๆ เรื่องการขอขมากรรมว่า จะขอขมากรรมอย่างไรให้ตรงกับกรรมหรือความติดขัดข้องคาในปัจจุบัน

การขอขมากรรมให้ตรงกับกรรมของตนหรือความติดขัดข้องคาในปัจจุบันนั้น สังเกตง่ายๆจากวิบากรรมที่ส่งผลอยู่ครับ อย่างเช่น ท่านใดพอพบสัจธรรมแล้วถูกหน่วงเหนี่ยวฉุดรั้ง ผูกมัดผูกพันไม่ใช่ท่านตรงต่อสัจธรรม นั่นก็เพราะกรรมที่เคยหน่วงเหนี่ยวหรือปิดกั้นปิดบังผู้อื่นต่อสัจธรรมเอาไว้กำลังให้ผล ก็ให้ขอขมากรรมตรงส่วนนี้เสีย วิบากกรรมที่ให้ผลอยู่ก็จะค่อยๆคลายไปเอง แต่ไม่ต้องไปกะเกณฑ์อยากจะให้มันจบเร็วๆ เพราะผลของกรรมจริงๆไม่มีใครรู้ได้หรอกว่าจะจบเมื่อไหร่ ก็ให้วางใจไปเลย ไร้ท่ามกลางกรรมวิบากนั้นไปเลย

กับดักกาลามสูตร

เคยพูดถึงกาลามสูตรไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งที่เห็นกันบ่อยมากๆ ขอยกกาลามสูตรขึ้นมาหน่อยก็แล้วกัน

กาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือเกสปุตตสูตร ก็มี[1]) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

อิทัปปัจจยตา101

เชื่อว่าผู้ปฏิบัติธรรมและนักศึกษาธรรมหลายท่านคงเคยอ่านเรื่อง อิทัปปัจจยตา หรือกฏแห่งเหตุและผลกันมาแล้ว

อิทัปปัจจยตา นั้นเป็นเรื่องของเหตุที่ทำให้เกิดผล การอิงอาศัยธรรมต่างๆในการเกิดขึ้นเป็นทอดๆ เมื่อสิ่งหนึ่งเกิด อีกสิ่งหนึ่งก็เกิด เมื่อเหตุดับ ผลก็ดับ ซึ่งก็เป็นเนื่อหาที่เข้าใจกันถูกแล้ว แต่....

ไม่เจริญตัณหา ไม่เจริญอุปาทาน

ให้มันไร้การยึดเกาะไปลูกนะ  ไม่ต้องเอาไปไว้ตรงไหนจิต เรียกว่า ให้มันไม่ด้วยตัวมันเอง ไม่ๆๆๆ เนื่องด้วยตัวมันเองลูก คลาย เรียกว่ารีแลกซ์ รีแลกซ์  คลาย ให้คลายตัวมันเอง ไม่ต้องไปเน้นเอาไว้ตรงไหนเลยลูก  ถ้าลูกไปเน้นเอาไว้ตรงไหนจิต  มันเกาะตรงนั้นเลย เค้าเรียกว่ามันเจริญอุปาทานซ้อนไง ซ้อนสภาพจิต

คุยข้างเดียว#16: ประกาศย้ายเว็บไปที่ rombodhidharma.blogspot.com

หลังจากที่พยายามแก้ไขเรื่องการกินทรัพยากรเว็บไซต์ที่เกินขนาดมาได้ราวๆอาทิตย์กว่าๆ ถึงตอนนี้ก็คงต้องยอมรับแล้วครับว่า คงต้องย้ายเว็บเป็นที่แน่นอนแล้ว

เว็บใหม่ที่ http://rombodhidharma.blogspot.com นั้นกำลังอยู่ในระหว่างการนำบทความเก่าๆขึ้นเว็บอยู่ยังไม่ได้อัพเดตเนื้อหาใหม่ขึ้นไป แต่เราก็คงต้องย้าย เพราะทาง apthost.com (ผู้ให้เช่า server) เขา oversale package คือไม่ได้ให้ทรัพยากรระบบได้ตามที่สัญญาเอาไว้ในใบเสนอราคา คือปกติ เขาบอกว่า เขาจะให้พื้นที่ 30 GB ให้ bandwidth 300GBต่อเดือน เว็บ rombodhidharma.net เพิ่งใช้พื้นที่ไปเพียง ไม่เกิน 9 GB และ bandwidth ไม่เกิน 60GB ต่อเดือนเท่านั้น ก็โดนแจ้งแล้วว่าใช้ทรัพยากรคือ CPU กับ Memory เปลือง ซึ่งเขาไม่ได้ระบุเอาไว้ในใบเสนอราคาว่า limit ที่เท่าไหร่

คุยข้างเดียว#15: ประกาศภาวะฉุกเฉิน

Mayday Mayday!!!

สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ทางเว็บไซต์กำลังเจอวิกฤตการณ์ กินทรัพยากรของ server มากจนโดนปิดชั่วคราวไปสองชั่วโมงเมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อวานก็ยังมีคำเตือนมาว่าเว็บไซต์ยังกินทรัพยากรมากอยู่ แต่ไม่ overload เหมือนครั้งแรก ทางผู้ให้บริการจึงแนะนำให้เราอัพเกรด hosting package เป็นแบบอภิมหาหรูและแพง(ประมาณเดือนละ 70 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐฯ) ก็เลยตอบไปแบบสุภาพว่า ขอลองปรับปรุงระบบดูก่อนนะจ๊ะ เว็บมันก็ไม่ได้มี activity มากมายอะไรไหงกินทรัยยากรเยอะซะขนาดนั้น...งงครับ

คุยข้างเดียว#14 อาจาริยบูชา หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต

ตอนนี้เป็นเวลา 22.07น. วันที่ 16 มกราคม 2556 เพิ่งสังเกตเห็นว่าวันนี้เป็นวันครูก็เมื่อวานนี้เอง ทำให้นึกเลยไปถึงเมื่อ 3 ปีก่อน เวลาราวๆ 5.30 น.ของวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2553 ซึ่งเป็นวันผมได้ไปกราบหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ครั้งแรก และไม่เคยนึกมาก่อนว่าการเดินทางแสวงหาทางพ้นทุกข์จะจบลงที่วัดร่มโพธิธรรมวันนั่นเอง

เรียกว่าเป็นวันตายทางโลกและถือกำเนิดใหม่ทางธรรมก็คงจะได้ ซึ่งถ้าท่านใดยังไม่เคยอ่านตอนที่ผมไปกราบสนทนากับหลวงพ่อฯครั้งแรกก็ลองคลิกเข้าไปอ่านดู ที่นี่ นะครับ ไม่อยากเล่าซ้ำ

คุยข้างเดียว#13 เที่ยววัดร่มโพธิธรรม ภาคพิสดาร

ผมกลับจากวัดร่มโพธิธรรมมาได้สักพักหนึ่งแล้ว กว่าจะได้มานั่งเขียน คุยข้างเดียว#13 ก็ปาเข้าไปหลายวันครับ มาว่ากันเลยดีกว่า

ทริปนี้ผมเดินทางไปวัดร่มโพธิธรรมคนเดียว โดยไปกับรถ ป.1 ภูกระดึงทัวร์ รอบ 21.10 ของคืนวันที่ 7 ธ.ค.55 ซึ่งเป็นคืนที่ผู้คนมากมายเดินทางออกเที่ยวต่างจังหวัด เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน คือ 8-9-10 ธ.ค. ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้ ผมเองไม่ได้วางแผนว่าจะไปวัดเลยครับ เพียงแต่อยู่ดีๆ แฟนก็ถามว่าถ้าอยากจะไปวัดก็ไปได้นะ จริงๆแล้วเขาจะให้ไป 5 วันครับ แต่ผมก็ไม่รู้จะไปทำไมนานๆ ก็เลยดูปฏิทิน กาหมายหัวเอาไว้แค่ 3 วันดังที่กล่าวไปแล้ว เสร็จก็จองตั๋วรถล่วงหน้าก่อน 1 สัปดาห์ ซึ่งปกติผมจะขึ้นแอร์เมืองเลย แต่รอบนี้แอร์เมืองเลยเต็มก็เลยต้องลองของใหม่สักหน่อย สรุปว่ารถของภูกระดึงทัวร์ก็โอเคนะครับ เพียงแต่รอบวิ่งจะน้อยกว่าแอร์เมืองเลยเท่านั้นเอง เอาไว้เผื่อฉุกเฉินก็โอเค

คุยข้างเดียว...ยกโหล(ตอนที่ 12)

คุยกันซะหน่อยก่อนที่ผมจะไปเดินทางไปวัดในวันที่ 7 ธ.ค.55 นี้

ผมออกเดินทางคืนวันที่ 7 ธ.ค.ครับ รถป.1 ภูกระดึงทัวร์ รอบ 21.10 ไปถึงวัดก็เช้ามืดวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค. เดินทางกลับคืนวันที่ 10 เวลา 20.40 น. ถึงกทม.เช้ามืดวันอังคารที่ 11 พอดี ไป 3 วันคราวนี้คงได้เก็บวิดีโอหลวงพ่อเทศน์ที่วัดมาฝากได้สัก 6 ตอน คือเช้า-เย็น ของวันที่ 8-10 ธ.ค. ภาพอาจจะไม่ค่อยดีนักครับ เพราะใช้กล้องตัวเล็ก กล้องใหญ่แบกไม่ไหว แก่แล้วครับ(ฮา)

คุยข้างเดียว#11

กลับมาอีกครั้งหลังจากต่ออายุเว็บไซต์ไปเมื่อกลางเดือนกันยายน 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งปกติช่วงเวลาที่ต่ออายุเว็บไซต์ทุกปี ผมจะมีวิบากกรรมลงเป็นชุดบางครั้งมันก็เรียงคิว แต่บางครั้งก็รุมกินโต๊ะเอา อย่างปีนี้ก็โดนรุมจนสะบักสะบอมได้ที่เลยล่ะ แต่ไม่เป็นไรครับ ชินแล้ว ผ่านได้ตลอด

คุยข้างเดียว#10: เนื่องในโอกาสต่ออายุเว็บไซต์ 2012

วันนี้ วันที่ 2 กันยายน 2555 เป็นวันครบรอบสามปีที่ผมเห็น "ตัวเอง" ซ้อนขึ้นมาดูอาการโกรธ ภายหลังจากที่ได้ทะเลาะกับพระรูปหนึ่งที่รู้จักกันผ่านอินเตอร์เน็ต

เรียกว่าตอนที่เห็นอาการโกรธ มันก็เห็น "ตัวเอง" ตั้งขึ้นมาดูเฉยเลย แล้วจากนั้นชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะพอตั้งดูทีไรจะเห็นตัวเองในการดูทุกที ถามใครๆ ก็ว่าให้ดูรู้ไปเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่เข้าใจ ได้แต่เก็บความสงสัยต่อมาอีก 3 เดือน จึงได้ฟังสัจธรรมจากเว็บไซต์ rombodhidharma.com ของวัดร่มโพธิธรรม จากคำแนะนำของพี่แหวว กัลยาณมิตรที่ไปพบหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตก่อนหน้าผมแล้ว

คุยข้างเดียว#9

หายไปนานข้ามเกือบสองเดือนเพราะไม่มีอะไรจะคุย วันนี้ก็เอาซะหน่อย

หลังจากที่ตัดสินใจงดจัดบรรยายธรรมเมื่อวันเสาร์ที่ 16 มิ.ย. 2555 ตั้งแต่วันอังคารที่ 12 มิ.ย. เพราะต้องยืนยันสถานที่กับน้องที่ช่วยประสานงาน เพราะจนถึงวันดังกล่าวก็ยังไม่มีใครโทรเข้ามาสำรองที่นั่ง พอดีกับที่เริ่มยุ่งๆอีกก็เลยสั่งระงับไปก่อน พอยกเลิกปั๊บก็มีคนโทรเข้ามาทันที 555 คือส่วนใหญ่จะโทรมาใกล้ๆวันจัด แต่พอดียกเลิกไปแล้วก็ไม่เป็นไร อาจจะยังไม่ถึงวาระก็ได้ครับ

คุยข้างเดียว#8

วันนี้คุยสั้นๆก็แล้วกันนะครับ ก็ได้ข้อสรุปมาแล้วว่า ผมจะจัดบรรยายธรรมขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2555 เวลา 13.00-17.00 น. ที่ The Manor สุขุมวิท 39 ครับ

ทั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสัจธรรมแล้วยังไม่มีโอกาสไปวัดร่มโพธิธรรมหรือผู้ที่เคยไปแล้วแต่ยังติดขัดขัองคาอยู่ ก็จะได้มาร่วมคลี่คลายกันในวันบรรยายครับ

คุยข้างเดียว#7

กลับมาคุยกันตอนร้อนตับแตก ขอสั้นๆก็แล้วกันเพราะโต๊ะคอมไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ กลัวซีพียูระเบิด 555

ขอรายงานความคืบหน้าการจัดทำหนังสือ "บันทึกสัจธรรม" และ "ไม่ต้องนับหนึ่ง มันก็นิพพานอยู่แล้ว" ครับ หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่เพราะยุ่งๆหลายเรื่องอยู่

คุยข้างเดียว#6

นึกไปนึกมาก็ยังแปลกใจตัวเองอยู่จนทุกวันนี้...

หากใครที่รู้จักผมในอดีตสมัยยังเป็นเด็กนักเรียน ก็จะรู้ว่า ผมเกลียดวิชาภาษาไทย เกลียดวิชาพระพุทธศาสนา เกลียดวิชาประวัติศาสตร์ แถมด้วยวิชาเกษตร

คุยข้างเดียว#5: สัจธรรมสัญจร on the rock!!

ใครที่เข้ามาในเว็บนี้บ่อยๆก็คงจะรู้ว่าผมไปวัดร่มโพธิธรรมมาเมื่อวันที่ 25-26 ก.พ.55 ที่ผ่านมา ได้ไปนอนที่วัดแค่คืนเดียว แต่สำหรับผมแค่คืนเดียวก็โอเคแล้ว ไม่ต้องเยอะ

ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณติ่ง สหายธรรมที่เคยไปวัดด้วยกันชวนมาทางเฟสบุ๊คว่าจะไปวัด ซึ่งทีแรกผมก็นึกว่าจะไปช่วงวันเกิดหลวงพ่อ(12 ก.พ.55) แต่คุยไปคุยมาก็มาลงวันที่ 25-26 ก.พ. แทน ซึ่งทีแรกผมไม่แน่ใจว่าจะได้ไปหรือเปล่า แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจไปสักวันก็แล้วกัน

คุยข้างเดียว#4: เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี

เว้นวรรคการอัพเดตออกไปอย่างห่างๆ เนื่องจากผมได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่เอื้ออำนวยให้ต่อเน็ต(ซึ่งมันหลุดบ่อยมาก) และไม่มีเวลาจะมานั่งเขียน นับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 54 ที่ผ่านมา ประกอบกับอาการเป็นหวัดเรื้อรัง และมาหนักเอาตอนเมื่ออาทิตย์ก่อนก็ทำให้เนื้อหาในเว็บเป็นแบบที่เห็นนั่นแหละครับ

คุยข้างเดียว#3

หลังจากที่เงียบหายไปพักหนึ่ง โดยมีบทความเก่าๆที่รวมจาก Facebook มาคั่นเวลา ถึงตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว

บอกก่อนว่า เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 54 ที่ผ่านมา ผมเกือบจะตัดสินใจปิดเว็บแล้ว ไม่ใช่ปิดทิ้งนะครับ ทีแรกกะว่าจะปล่อยให้มันอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่อัพเดตแล้ว เพราะช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมเจออะไรต่อมิอะไรเยอะมากจนเป๋ไปเหมือนกัน เป๋ขนาดที่เกือบจะปิดเว็บว่างั้นเลย เพิ่งมา "โพล่ง" อีกทีก็เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 54 ได้มั๊งครับ

คุยข้างเดียว#2

กลับมาท่ามกลางมวลน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบกรุงเทพฯชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แต่ต่อจากนี้ไปเหตุการณ์ทีเราเผชิญกันอยู่อาจจะเป็นเรื่องจิ๊บจ้อยไปเลยก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าของจริงมันจะมาเมื่อไหร่นะ ก็ไม่เป็นไร วางใจไปเลย

จากนี้ไปผมคงจะอัพเดตเนื้อหาไปเรื่อยๆจนกว่าสถานการณ์บีบให้ต้องออกจากกทม.อีกครั้งนะครับ แล้วจะแจ้งว่าไปอยู่ที่ไหน(จริงๆอยากไปวัดฯมาก)

คุยข้างเดียว#1

"คุยข้างเดียว" ถือเป็นบทบรรณาธิการที่ผมเขียนขึ้นเพื่อสื่อสารกับท่านผู้อ่านทั้งหลาย..แบบทางเดียวนะ 555

ทีแรกจะใช้ชื่อว่า "มัดมือชก" ก็คิดว่าคงไม่ต้องตอกย้ำมากก็ได้ เพราะปกติก็มัดมือชกคนอ่านอยู่แล้ว อิอิ

เอาล่ะ หมั่นไส้กันพอประมาณ เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน

Monday, February 25, 2013

ทุกอย่างคือนิพพาน

ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละลูก มันจะได้เป็นพลังแห่งความดับที่กว้างขวางออกไป ในสรรพสิ่งในสรรพธาตุ แบบไร้ขอบเขต มันจะเป็นเนื้อหาของการโปรดไปด้วยในตัว  ไม่ใช่เป็นการดับเฉพาะตัว หรือดับเฉพาะในตน

ดับอยู่แค่นี้ก็ทุกอย่างไปเลยลูก  คือไม่นั่นแหละทุกอย่างก็คือไม่นั่นแหละ ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละทุกอย่าง มันก็จะเป็นอานุภาพแห่งนิโรธ ที่เรียกว่าเป็นการเกื้อกูลไปด้วยในตัวเลย เนื้อหาพุทธะมหาโพธิสัตว์ลูก หมายถึงทุกอย่าง แล้วมันก็จะเป็นพลังของการโปรด พลังทะลุทะลวง ไปได้ในทุกสิ่งทุกอย่างทุกเรื่อง ทุกเรื่อง ไม่หนีเรื่อง  ไม่หนีทุกเรื่อง จะได้ตรงต่อเนื้อหาที่ว่าทุกอย่างก็คือนิพพานอยู่แล้ว นิพพานอยู่แล้วลูก

คลายตัวมันเอง

ลูกก็คลาย คลายตัวมันเองอย่างเดียว เมื่อมันคลายตัวมันเองครั้งหนึ่งลูกก็สว่างครั้งหนึ่งเลย เป็นอย่างนั้นเลย ไม่เป็นอื่น เรียกว่าจิตก็คลายในจิตเองลูก ไม่ใช่ว่าจิตพยายามที่จะเป็นจิต ฉะนั้นทุกอย่างในสภาพแห่งจิตแห่ง ธาตุแห่งธรรมแห่งขันธ์ ทุกอย่างก็ผ่อนอย่างเดียว แล้วมันจะทิ้งหมดทุกอนุสัยลูก ความคุ้นเคยรึว่าความเคยชินที่เป็นวสีมาเรียกว่าความเคยชิน ทั้งนั้น กับการจดจ่อ การทรง การแช่ การดำรง การเจิญรึว่าการดำเนิน ซ้อนธาตุซ้อนขันธ์ ทุกรูปแบบลูก เรียกว่ากรรมอนุสัย มันก็จะคลายเองทั้งหมดเรียกว่า จะทิ้งระบบกรรมอนุสัยทั้งหมด ลูกก็ผ่อนอย่างเดียว คลาย ผ่อนแล้วจะได้คลาย คลายออก เรียกว่าคลายตัวมันเอง ส่วนตัวมันเองมันจะแบบไหนลูกไม่ต้องไปมองหาหรอก เอาว่า คลายตัวมันเองก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าไปคอยคลายสิ่งไหนไปคอยวางสิ่งไหน คอยว่างจากสิ่ง คอยไร้จากสิ่งไหน ไม่ใช่

ท่ามกลาง

เอาว่าท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่างเนี่ย  ท่ามกลางกายท่ามกลางจิต ท่ามกลางธาตุขันธ์ที่ทรงที่ดำรงอยู่ทั้งหมดนั่นน่ะ ที่มีที่เป็นนั้นน่ะ ลูกก็ไม่ต้องคอยเริ่มคอยจบแบบไหน  ท่ามกลางนั่นเลย แล้วมันก็จะตรงต่อนิโรธ ตรงต่อดับอยู่แล้ว ตรงต่อนิโรธอยู่แล้วท่ามกลางนั่นแหละ  สิ่งที่มีสิ่งที่เป็นทั้งหลายนั่นแหละ ไม่ว่ากายจะแบบไหนรึว่าจิตจะอย่างไร ผัสสะสัมผัสนอกในทั้งหมดทั้งสิ้น  ลูกก็ไม่ต้องไปคอยเริ่มคอยจบแบบไหนเลย ท่ามกลางนี่แหละ สัมผัสทั้งหลายนี่แหละ สิ่งที่ปรากฎสิ่งที่มีที่เป็นทั้งหลายนี่แหละ  มันก็จะนิโรธให้ทันทีเดี๋ยวนั้นฉับพลัน  เรียกว่าดับเรียกว่าไร้สมุทัย เรียกว่าปราศจากความดิ้นหนีดิ้นสู้ไม่ดิ้นหนีดิ้นสู้ไม่ดิ้นเข้าดิ้นออก ไม่ดิ้นติดดิ้นหลุดอะไร ไม่ดิ้นเลิกดิ้น ดิ้นติดก็ไม่ดิ้น ดิ้นคอยหลุดก็ไม่ดิ้น ดิ้นคอยหลุดก็ไม่ดิ้น เลิกดิ้นเลิกสมุทัยเลิกตัณหา

จบเป็น

บทถอดความเทศนาธรรมไฟล์เสียง จบเป็น
หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต

เอ้าขอขมากรรมซึ่งกันและกันก่อนซิ
มนุษย์ทั้งหลาย อมนุษย์ทั้งหลาย น้อมใจกันขอขมากรรมโดยพร้อมเพรียงกัน
นโมตัสสะ ภะคะวโต อะระหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นโมตัสสะ ภะคะวโต อะระหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นโมตัสสะ ภะคะวโต อะระหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

Sunday, February 24, 2013

ขอขมากรรมและอโหสิกรรม

ขอขมากรรมและอโหสิกรรม
(หลวงพ่อ โพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต)
นะโมฯ 3 จบ และ ไตรสรณคมน์ 3 จบ

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ในหมู่อมนุษย์ทั้งหลาย ทุกชั้นทุกภูมิ ทุกหมู่ทุกเหล่า ตั้งแต่อเวจีมหานรก จนถึงพรหมโลก รวมถึงเขตแดนพิเศษแห่งการใช้กรรม ในทุกๆเขตแดน ในทุกหมู่ทุกเหล่า

กรรมอันใด ที่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้เคยประมาทซึ่งกันและกัน ได้เคยทำร้ายทำลายซึ่งกันและกัน ได้เคยเข่นฆ่าพยาบาทซึ่งกันและกัน จองเวรจองกรรมซึ่งกันและกัน เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน กดขี่ข่มเหงซึ่งกันและกัน ในทุกหมู่ทุกเหล่า